การจัดการความรู้ควรเริ่มต้นอย่างไร
การที่องค์กรจะสร้างการจัดการความรู้นั้น ควรมีการกำหนดวิสัยทัศน์ของหน่วยงานก่อนว่าต้องการให้ทิศทางของหน่วยงานไปในทิศทางใด ต้องทำอะไรแล้วจึงหากลไกในการจัดการความรู้ต่อไป การสร้างกลไกนั้นเริ่มแรกผู้บริหารต้องให้ข้อมูลความรู้ในการความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อความอยู่รอดขององค์กรและของทุกคน เพื่อให้บุคลากรเข้าใจและให้การยอมรับการเปลี่ยนแปลงภายใน และให้ความร่วมมือในการสร้างผลผลิตที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุดความรู้คืออะไร
ความหมายของการจัดการความรู้
The World Bank “เป็นการรวบรวมวิธีการปฏิบัติขององค์กร และกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้าง การนำไปใช้ และการเผยแพร่ความรู้และบริบทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางธุรกิจ”
จุดเน้น
ต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้ มีการจัดเก็บระบบความรู้
กพร. “การรวบรวมความรู้ที่มีอยู่ในส่วนของราชการ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงการแข่งขันสูงสุด”
1. คน
2. ความรู้
3. องค์กร
4. เทคโนโลยี
5. กระบวนการ คน คนในที่นี่หมายถึง ผู้ปฏิบัติงาน ที่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง
ลูกค้า องค์กรต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นกับลูกค้า ตอบคำถามลูกค้าได้
คู่แข่งขัน/หุ้นส่วน ควรมีการแบ่งปันข้อมูล
ผู้นำ ต้องมีวิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนองค์กรความรู้
ในที่นี่เป็นการสร้างความรู้ที่หลากหลาย เป็นรายบุคคล กลุ่ม ได้และควรบอกได้ว่าการที่ให้คนนั้นต้องทำอะไรบ้าง และความรู้ที่จะนำมาให้ติองเป็นในระดับสากล กลุ่มองค์กรต้องให้การสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนความรู้
องค์กร
- องค์กรควรมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าหน่วยงานต้องการจุดเน้นในเรื่องใด
- วัฒนธรรมขององค์กรควรเปลี่ยนไปในลักษณะที่บุคคลต้องการแสวงหาความรู้ที่ตรงความต้องการ
- กลยุทธ์ในการทำงาน การสร้างความรู้ต้องมีการปรับเปลี่ยน
- โครงสร้างองค์กรต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการจัดการความรู้เทคโนโลยี
กระบวนการ
ประกอบด้วยขั้นตอน การแสวงหา การสร้าง การเก็บและเรียกใช้ การถ่ายโอน กระบวนการของแต่ละหน่วยงานต้องออกแบบให้ชัดเจนแลเหมาะสมกับหน่วยงานประโยชน์ของการจัดการความรู้
1. ปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเพิ่มผลผลิตให้กับทุกส่วนขององค์กร
2. สร้างนวัตกรรมและการเรียนรู้ ส่งเสริมให้แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความรู้อย่างเต็มที่
3. เพิ่มคุณภาพและลดรอบเวลาในการให้บริการ
4. ลดค่าใช้จ่าย โดยกำจัดกระบวนการที่ไม่สร้างคุณค่าให้กับงาน
5. ให้ความสำคัญกับความรู้ของบุคลากรและให้ค่าตอบแทนและรางวัลที่เหมาะสม
เป้าหมายของการจัดการความรู้ อาจกล่าวได้ว่า เป็นการจัดการเพื่อให้คนที่ต้องการใช้ความรู้ได้รับความรู้ ในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ในการทำงานจริงหน่วยงานต้องพิจารณาที่จะต้องทำอย่างไรที่จะให้มีการถ่ายโอนความรู้ในการทำงานของคนเดิมไปสู่คนใหม่เพื่อให้การทำงานไม่ติดขัดหากมีการลาออกของคนเดิม
กระบวนการจัดการความรู้
1.การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge Identification) บุคคลควรต้องรู้ว่าต้องการความรู้อะไรในการทำงาน รู้จักการแสวงหาความรู้นั้น ควรมีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้
2. การสร้างและการแสวงหาความรู้ ( Knowledge Creation and Acquistion ) บุคคลและองค์กรต้องพยายามหาความรู้ที่กระจัดกระจายอยู่ไปทั่วทั้งภายในและภายนอกองค์กร ไม่อยู่นิ่ง ๆ รอให้ความรู้เดินทางมาหา เช่น การฝึกอบรม การเรียนรู้จากการปฏิบัติ ชุมชนนักปฏิบัติ
3. การจัดเก็บความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge ownledge Organization) เป็นการแบ่งชนิดและประเภทของความรู้ จัดทำระบบให้ง่ายและสะดวกต่อการค้นหาและใช้งาน
4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement) เป็นการจัดทำรูปแบบและภาษาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร มีการเรียบเรียงปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยและตรงความต้องการ
5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) ความสามารถในการเข้าถึงความรู้อย่างรวดเร็ว ในเวลาที่ต้องการ
6. การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) การจัดทำเอกสาร การจัดทำฐานความรู้ ชุมชนนักปฏิบัติ
7.การเรียนรู้ (Learning) เป็นการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ การแก้ปัญหาและปรับปรุงองค์กรช่วยให้องค์กรดีขึ้น
ตัวอย่างของการจัดการความรู้ มีขั้นตอนดังนี้
1. กำหนดความรู้ มีการสำรวจความรู้ที่ต้องการให้เกิดก่อน
2. รวบรวมรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ เนื้อหาที่จะเป็นแหล่งความรู้
3. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเขียนแผนยุทธศาสตร์แต่ละบุคคล
4. แต่งตั้งคณะกรรมการที่รับผิดชอบ
5. แสวงหาความรู้ในรูปแบบต่างๆ
6. การจัดเก็บความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น ศูนย์การเรียนรู้ มุมความรู้ บอร์ดความรู้ ฐานความรู้ คู่มือการปฏิบัติงาน แล้วแต่ที่หน่วยงานจะเห็นความเหมาะสม เพื่อให้บุคคลในองค์กรได้รับความรู้ได้สะดวกที่สุด
สังคมการจัดการศึกษาควรจัดการเรียนการสอนแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ คือ การจัดการภาระหน้าที่ที่ มุ่งเน้นผลลัพธ์หรือผลสัมฤทธิ์เป็นหลักโดยมีผลการปฏิบัติงาน ที่อาศัยตัวชี้วัดเป็นตัวสะท้อนผลงานให้ออกมาในรูปธรรม ผู้สอนควรกระตุ้นให้ผู้เรียนสำรวจตนเองว่าต้องการรู้อะไรและศึกษาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความรู้และจัดเก็บให้เป็นระบบสิ่งเหล่านี้จะทำให้ผู้เรียนด้รับความรู้อย่างแท้จริง
ผลผลิตและผลลัพธ์จาการจัดการความรู้
1. เป็นนวัตกรรมที่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่น
2. ทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งขัน
3. ทำให้เราเป็นผู้นำตลอดไป
4. เป็นต้นแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ
5. เป็นผู้นำในการพัฒนาด้านสื่อการเรียนการสอน
6. เป็นผู้นำ แกนนำในเครือข่ายการเรียนรู้
ขอขอบคุณ *** การจัดการความรู้ ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ์
ผมมีลิงค์ เกมส์เกี่ยว KM มาฝากครับhttp://www.si.mahidol.ac.th/km/soft_learning.htm#