เนื่องจากสังคมสมัยนี้ผู้คนไม่ค่อยมีลูกกัน หรือไม่นิยมแต่งงานรักความเป็นโสด จึงทำให้ประชากรลดลงก็เลยทำให้มีแต่ผู้สูงอายุ สังคมไทยจึงก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในที่สุดในสังคมผู้สูงอายุบางคนอาจจะคิดว่าไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากเพราะยังไม่ถึงเวลาของเรา แต่หลักโดยที่จริงแล้วควรจะเตรียมรับมือไว้ตั้งแต่วัยรุ่นเพื่ออนาคตตอนวัยเกษียณของเรา

โดยความคิดของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าคิดว่ายังไงก็ต้องหาวิธีเพื่อทำให้ในวัยเกษียณนั้นมีเงินไว้ใช้จ่ายอย่างเพียงพอ เพราะว่าถ้าเกิดไม่มีลูกหลานขึ้นมาอย่างน้อยเราจะได้มีเงินไว้เลี้ยงดูตัวเอง โดยการรับมือหรือเตรียมตัวนั้นข้าพเจ้าจะเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เนื่องจากข้าพเจ้าคิดไว้แล้วว่าอาชีพในอนคตจะทำธุรกิจส่วนตัวซึ่งอาชีพนี้ก็คงไม่ได้มีเงินบำเหน็จ บำนาญ หรือสวัสดิการต่างๆมารองรับมากนัก เราจึงต้องมุ่งมั่นและเก็บเงินเพื่อยามชราของเราเอง การเตรียมความพร้อมนั้นอย่างแรกเลยถ้ามีหนี้สินไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็จะรีบจัดการให้หมดเสียก่อน ต่อมาพอจัดการเกี่ยวกับหนี้สินไปแล้วก็ควรจะทำประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุไว้บ้างหรือประกันสังคมเพื่อจะได้เป็นแนวทางในการคุ้มครองตัวเรา ถ้าอยากจะหารายได้มาเสริมเพิ่มเติมก็ควรมีประสบการณ์หรือศึกษาให้ดีเสียก่อนจะได้ไม่เป็นการลงทุนแล้วขาดทุน และที่สำคัญที่สุดต้องวางแผนเก็บออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณหรือเราเริ่มทำงานไม่ไหวแล้วเพื่อไว้ใช้จ่ายยามเราสูงอายุ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับส่วนตัวทั้งหมด เป็นต้น เพราะเราทำงานไม่ได้แล้วถ้าขาดเงินไปก็จะไม่มีใครดูแลเราได้เท่ากับเราต้องดูแลตัวเอง

สุดท้ายนี้วัยเกษียณหรือวัยไม่ได้ทำงานแล้วกำลังเริ่มเข้าสู่ผู้สูงอายุ ควรเตรียมความพร้อมทางด้านสภาพจิตใจและร่างกายด้วย เช่น ควรทำจิตใจให้เบิกบาน ยิ้มแย้มอยู่บ่อยๆ หมั่นออกกำลังกายทุกวันเพื่อที่อนาคตเราจะได้มีแรงต่อสู้กับปัญหาทุกอย่างในยามที่เราแก่ชราลง