แนวความคิดเรื่องสถานะกษัตริย์ในสมัยวัฒนธรรมทวารวดี

แนวความคิดเรื่องสถานะกษัตริย์ในสมัยวัฒนธรรมทวารวดี
โดย วาทิน ศานติ์ สันติ (10-3-2559)


สวัสดีครับผู้ท่านที่รักยิ่งทุกท่าน วันนี้วาทิน ศานติ์ สันติขอเปลี่ยนบรรยากาศเข้าสู่เรื่องประวัติศาสตร์ โบราณคดีกันบ้าง เอาใจคอประวัติศาสตร์สักหน่อย แฟนคติชนคงไม่ว่ากันนะครับ

ด้วยสาเหตุทางด้านการค้าส่งผลให้คติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ฮินดูและศาสนาพุทธเข้ามาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผสมผสานความเชื่อดั่งเดิมจนกลายเป็นศาสนาที่มีรูปแบบเฉพาะตัว ชนชั้นปกครองในรัฐโบราณสร้างกรอบความคิดทางการปกครองและสถาปนาอำนาจของผู้ปกครองในระบอบกษัตริย์ภายใต้อิทธิพลของอารยธรรมอินเดีย เจ้าเมืองจะอยู่ในฐานะกษัตริย์ บริวารและเมืองเล็กจะขึ้นต่ออำนาจสูงสุดของกษัตริย์ อำนาจของกษัตริย์สืบต่อบนพื้นฐานของความชอบธรรม ความถูกต้อง และคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่กำหนดไว้ในฐานะสูงสุด ซึ่งในประเทศไทยนั้นมีหลักฐานที่เป็นโบราณวัตถุ หลักฐานลายลักษณ์อักษร รวมถึงสัญลักษณ์ที่สามารถนำมาเป็นข้อสมติฐานของสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีระดับมากกว่า “พ่อ-ขุน”

รัฐทวารวดีสันนิฐานว่าเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การเติบโตอยู่บริเวณเครือข่ายของเมืองอู่ทอง เมืองนครชัยศรีโบราณ เมืองคูบัวทางลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซีกตะวันออก (ธิดา สารยา, 2552 หน้า 165) เป็นรัฐโบราณที่ได้รับเอาวัฒนธรรมอินเดียโดยเฉพาะศาสนาพุทธแบบเถรวาท ศาสนาพราหมณ์ รวมถึงศิลปะอินเดียในสมัยคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ 9 – 11) สามารถปรับปรุงให้มีรูปแบบเป็นของตนเองเรียกว่า “วัฒนธรรมทวารวดี”

การกระจายตัวของวัฒนธรรมทวารดีขยายขึ้นไปจนถึงภาคอีสานและภาคใต้ จดหมายเหตุจีนของหลวงจีนจี้อิง และ “เหี้ยนจัง” ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ได้กล่าวถึง อาณาจักร “โถ-โล-โป-ตี” ตั่งอยู่ระหว่างทิศตะวันออกของอาณาจักรศรีเกษตร(พม่า) และทิศตะวันตกของอาณาจักรอิศานปุระ(เจนละ-ขอม) เป็นที่มาของชื่อ “ทวารวดี”

การปกครองในรัฐทวารวดีสันนิฐานว่าได้แนวเกี่ยวกับระบบกษัตริย์และรัฐของชาวอินเดีย พบจารึกบนหลักเหรียญกษาปณ์ ในจังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดสิงหบุรี อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤตความว่า “ทวารวดี ศวรปุณยะ” แปลว่า “บุญกุศลของพระราชาแห่งทวารวดี” (สุภัทรดิศ ดิศกุล, 2546 หน้า 4) อีกทั้งพบเหรียญกษาปณ์ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูป หม้อปูรณคตะ (รูปที่ 1)พระอาทิตย์ ศรีวัตสะ สังข์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นศิริมงคลความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรืองของรัฐแพร่กระจายอยู่ในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีซึ่งผลิตขึ้นโดยกษัตริย์ทวารวดี

ผาสุข อินทราวุธ (ดูใน สว่าง เลิศฤทธิ์, บรรณาธิการ, 2545 หน้า 147 – 149) อธิบายถึงฐานะของพระมหากษัตริย์ทวารวดี โดยพบหลักฐานและโบราณวัตถุที่สื่อถึงพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น แผ่นหินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงกลางล้อมรอบด้วยกลีบบัว 2 ชั้น ตอนบนสลักเป็นรูปการอภิเษกของพระศรีหรือคชลักษมี ถัดลงมามีรูปจามร วัชระ อังุศะ วาลวิชนี ฉัตร ปลาและสังข์อย่างละคู่ และกลศอยู่ตอนล่าง ที่มุมทั้ง 4 ทำเป็นรูปดอกบัวเสี้ยว (รูปที่ 2)
แผ่นหินนี้พบที่พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม และยังพบแผ่นหินในลักษณะที่คล้ายกันที่จังหวัดชัยนาถอีกด้วย

สัญลักษณ์ดังกล่าวเป็นการแสดงถึงสิ่งของในพิธีกรรมที่กษัตริย์จะต้องประกอบเพื่อยกฐานะกษัตริย์ให้เท่าเทียมกับเทพเจ้าคือ “พิธีราสูยะ” อันเป็นพระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์อินเดียโบราณ การจัดตั้งรัฐทวารวดีอยู่บนรากฐานของปรัชญาแบบการจัดตั้งรัฐของอินเดียในระบบจักรวรรดิ คือการขยายอำนาจไปครอบครองรัฐอื่น ๆ มีการแบ่งเขตการปกครองเป็นหลายเขต

ผู้ปกครองอาจเป็นพระราชโอรสหรือเจ้าชายรัฐทายาท โดยตำแหน่งเหล่านี้มักมีชื่อตำแหน่งต่อท้ายด้วยคำว่า “ปติ”กษัตริย์ได้รับการยกย่องเป็นจักรพรรดิแต่เป็นจักรพรรดิตามพุทธศาสนา ขยายอำนาจตามคติจักรพรรดิไม่ใช้กำลังเข้าปราบปรามโดยใช้พระพุทธศาสนาเป็นสื่อกลาง เรียกว่า “ธรรมวิชัย” ดังจะเห็นได้จากการพบโบราณวัตถุเนื่องในศาสนาเช่น ธรรมจักรและกวางหมอบ (รูปที่ 3)พระพุทธรูป สถูป วิหารเป็นต้น ธิดา สารยา (2552 หน้า 191 - 192) กล่าวถึงธรรมจักรที่ปรากฏอยู่ทั่วไปในเมืองโบราณสมัยวัฒนธรรมทวารวดีที่มีจารึกเช่น “จักรคือพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า” ที่กษัตริย์ทรงเป็นผู้สร้างเปรียบเสมือนกษัตริย์ทรงเป็นจักรพรรดิราชาผู้หมุนวงล้อแห่งธรรม มีจุดมุ่งหมายเฉพาะในการสถาปนาธรรมจักร ธรรมจักรเป็นสัญลักษณ์ถึงความเกี่ยวพันระหว่างอำนาจในโลกกับจักรวาล กษัตริย์ทวารวดีจึงอยู่ในฐานะเป็นผู้ควบคุมการเปลี่ยนแปลงของจักรวาล ความคุมการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เป็นผู้นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่มนุษย์

นี่ก็เป็นแนวคิดที่กล่าวถึงสถานะของพระมหากษัตริย์ในวัฒนธรรมทวารวดี ที่แสดงให้เห็นว่ามีผู้ปกครองอำนาจอยู่เหนือประชาชนในระดับที่มากกว่าระบบ “พ่อปกครองลูก”ในรัฐสุโขทัยที่เราเรียนกันมาแต่เด็กว่า ประเทศไทยมีการปกครองประชาชนโดยเริ่มจากพ่อปกครองลูก ในสมัยสุโขทัยแล้วค่อย ๆ พัฒนาสถานะเป็นราชธิปไตยแบบสมมัติเทวราช ในสมัยอยุธยา จนถึงสมบูรณาญาสิทธิราชในสมัยพระบาทมสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ซึ่งถูกผิดอย่างไรผมก็ไม่อาจการันตีได้ เพราะความรู้ยังน้อยนัก ขออภัยมา ณ ที่นี้ ขอผู้รู้ชี้แนะด้วยครับ

รูปภาพและอ้างอิง
รูปที่ 1. เหรียญทวารวดี ปรากฏจารึก “ทวารวดี ศวรปุณยะ” และ “หม้อปูรณคตะ” จาก https://oldmanhandsome.wordpress.com
รูปที่ 2 แผ่นหินคชลักษณ์มี ศิลปะทวารวดี จากpantip.com/cafe/blueplanet/topic/E12410753/E12410753-64.jpg
รูปที่ 3 ธรรมจักรละกวางหมอบ ศิลปะทวารวดี จากhttp://www.oknation.net/blog/voranai/2013/06/27/entry-2

อ้างอิง
ธิดา สารยา. (2552). อารยธรรมไทย. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ. พิมพ์ครั้งที่ 3.
สว่าง เลิศฤทธิ์, บรรณาธิการ. (2545). โบราณคดีและประวัติศาสตร์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน). พิมพ์ครั้งที่ 1.

สุภัทรดิศ ดิศกุล, ศ, ม.จ. (2546). ศิลปะในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศิลปากร.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อารยธรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดี



ความเห็น (0)