บทความ The Power of the Infant Brain ใน Scientific Amarican เดือนกุมภาพันธ์๒๕๕๙ บอกเราว่าสมองของทารก และบางช่วงของเด็กและวัยรุ่น มีคุณสมบัติพร้อมรับการกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่เรียกว่า brain plasticity

เขาบอกว่า สมองมี “ช่วงเวลาวิกฤต” (critical period) ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยทารก และมีบางส่วนในช่วงวัยรุ่น ช่วงเวลาวิกฤตของแต่ละประสาทมีระยะเวลาสั้นยาว แตกต่างกัน ประสาทแต่ละส่วนมีช่วงเวลาวิกฤตต่างช่วงกัน เช่นของการมองเห็น การได้ยิน ภาษา ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

แต่ละช่วงเวลาวิกฤตเด็กจะฝึกหัดทำความรู้จักโลกภายนอก สิ่งเร้าเป็นแสง เสียง และอื่นๆ จะไปกระตุ้นสมองให้เกิดการเชื่อมต่อใยประสาท ที่จะยั่งยืนไปจนโตเป็นผู้ใหญ่

หากพัฒนาการในช่วงเวลาวิกฤตนี้มาเร็วไป หรือช้าไป หรือสะดุดด้วยเหตุใดก็ตาม อาจเกิดปัญหาทางสมอง เช่นตาบอด ออทิสซึ่ม ตัวอย่างเด็กทารกที่เป็นต้อกระจกแต่กำเนิด ไม่มีแสงเข้าไปกระตุ้นประสาทตา ก็จะเกิดภาวะประสาทตาไม่พัฒนา ตาบอดถาวร ผู้ค้นพบกลไกนี้เมื่อ ๕๐ ปีก่อน ได้รับรางวัลโนเบลในปี 1981 (Torsten N. Wiesel & David H. Hubel)

ในตอนแรกเข้าใจกันว่า ช่วงเวลาวิกฤตนี้ ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่สามารถย้อนคืนได้ แต่ตอนนี้มีหลักฐานใหม่ ว่าไม่จริง มีกรณีที่สมองซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้ เท่ากับว่ายังมี brain plasticity อยู่บ้าง ในวัยผู้ใหญ่ นำไปสู่ความหวังว่า ในอนาคตอาจค้นพบวิธีการซ่อมแซมสมองส่วนที่บกพร่องได้

เขาพบว่า ช่วงเวลาวิกฤตนี้สารสื่อประสาทชื่อ GABA มีบทบาทสำคัญ ในสัตว์ทดลอง หากลดระดับ GABA ในสมอง ช่วงเวลาวิกฤตจะไม่เกิด หรือเกิดช้า

บทความนี้สรุปการวิจัยหาทางเรียกช่วงเวลาวิกฤตกลับคืนมาเพื่อฟื้น brain plasticity ในผู้ใหญ่และคนแก่ โดยใช้ยา และเซลล์ต้นกำเนิด

จากการศึกษาสมองของทารก สู่ความเข้าใจธรรมชาติของสมอง และลู่ทางฟื้นสมองคนแก่




วิจารณ์ พานิช

๑๑ ก.พ. ๕๙ ปรับปรุงเพิ่มเติม ๒๔ ก.พ. ๕๙