ภาพยนตร์สารคดีของ บีบีซี เรื่อง Britain Under Your Feetมี ๒ ตอน พาเราไปชมสิ่งที่อยู่ใต้ดิน ได้เห็นภาพอีกภาพหนึ่ง ให้เราตระหนักว่า ภาพนครลอนดอนและประเทศอังกฤษที่เรารู้จักนั้น เป็นภาพบนดิน เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน แต่จริงๆ แล้ว ระบบต่างๆ บนดินนั้น ต้องมีระบบใต้ดินรองรับ และอำนวยความสะดวก

เขามีภาพเปรียบเทียบจำนวนอาคารสูง หรือตึกระฟ้าในลอนดอน เทียบกับนิวยอร์ก ในลอนดอนมีไม่กี่ตึก ในขณะที่ที่นิวยอร์กมีกว่า ๖๐๐ และอธิบายว่าเพราะสิ่งที่อยู่ใต้ดิน ที่ลอนดอนเป็นดินเหนียว แต่ที่นิวยอร์กเป็นหิน

ที่น่าตื่นตาตื่นใจคือเขาจำลองภาพที่เราจะเห็นหากลงไปอยู่ใต้ดิน มองขึ้นมาที่ผิวถนนที่โปร่งใสเสมือนกระจก มองเห็นรถยนต์แล่นไปมา และมองเห็นท่อของรถไฟใต้ดิน ภายในมีรถไฟแล่นไปมา เขาแสดงให้เห็นว่าตึกสูงในลอนดอน ต้องสร้างฐานรากลึกลงไปในดินลึกกว่าอาคารสูงในนิวยอร์ก ๓ เท่า ภาพประกอบน่าตื่นตาตื่นใจ เห็นจริงเห็นจัง ขอบคุณเทคโนโลยี แอนิเมชั่น

แล้วเขาพาเราเหินฟ้าผ่านป่า เขา ทุ่ง แม่น้ำ ไปยัง Gaping Gill ที่ซึ่งแม่น้ำมุดหายเข้าไปในถ้ำในภูเขา บรรยากาศการโหนเชือกลงไปในถ้ำท่ามกลางน้ำตกสูงสองเท่าของไนแอการ่า สุดยอดของการถ่ายทำ เขาอธิบายว่าถ้ำใต้ภูเขาเกิดจากน้ำที่เป็นกรดอ่อนๆ ละลายหินเป็นล้านปี จนกลายเป็นโพรงถ้ำ แล้วเขามีรูปให้ดูว่า ใต้ภูเขาในอังกฤษมีระบบถ้ำที่ยาวและต่อกันเป็นแฉกยาวมาก เรื่องถ้ำในภูเขานี้สมัยผมทำงานที่ สกว. เราให้ทุนทำวิจัยสำรวจถ้ำในประเทศไทย ได้ความรู้มาก และได้แหล่งท่องเที่ยวชุมชน เป็นหลักว่า ที่ไหนมีเขาหินปูน ที่นั่นมีถ้ำ ประเด็นสำคัญคือ เมื่อเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้ว จะอนุรักษ์หินงอกหินย้อยและสภาพธรรมชาติในถ้ำไว้ได้อย่างไร

ที่เมือง บริสตอล มีแม่น้ำ Frome (อ่านว่าฟรูม) ที่ถูกสิ่งก่อสร้างคลุมจนเหมือนแม่น้ำมุดเข้าไปในถ้ำ จนในที่สุดแม่น้ำไหลออกทะเลที่ท่าเรือ

แม่น้ำแบบนี้มีอีกหลายเมือง รวมทั้งที่ลอนดอน ซึ่งมี River Fleet ซึ่งมีทีเด็ดกว่าตรงที่เป็นแม่น้ำที่รองรับน้ำเสีย จากนครลอนดอน กลิ่นเหม็น และบางตอนมีก้อนไขมันขนาดใหญ่ลอยอยู่ ในสมัยสองร้อยปีก่อน แม่น้ำนี้เป็นแหล่งพาเชื้อโรคมาสู่ลอนดอน เขาจึงสร้างอุโมงค์ปิดแม่น้ำตอนไหลผ่านลอนดอน ดูหนังนี้แล้วผมบอกตัวเองว่าผมเข้าใจผิดมานาน คิดว่าในเมืองใหญ่ๆ ในโลกศิวิไลซ์เขาคงมีระบบบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยทิ้งลงท่อสาธารณะ หนังบอกว่า ระบบแบบนี้เป็นระบบที่ช่วยให้เมืองใหญ่ๆ ทั้งหมดในอังกฤษดำรงอยู่ได้

แล้วก็เป็นเรื่องน้ำในลำธารแห่งหนึ่งในอังกฤษ ที่ไหลลงใต้ดินลึก ๒ ไมล์ ใช้เวลานานมากถึงประมาณหนึ่งหมื่นปี ลงไปรับความร้อนจากใจกลางโลก แล้วไหลกลับขึ้นมาเป็นน้ำพุร้อนและธารน้ำร้อนสู่เมือง Bath ที่มีบ่อน้ำร้อนและ โรงอาบน้ำร้อน ที่จัดสถานที่อย่างดีตั้งแต่สมัยโรมัน ที่ผมเคยบันทึกไว้ ที่นี่

เขาพาไปชมเมือง เอดินเบรอะห์ ไปอธิบายเนินหินที่ Edinburgh Castle ตั้งอยู่ ว่าเกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อ ๓๕๐ ล้านปีก่อน และลาร์วาแข็งตัวเป็นหินบาซอลท์ที่แข็งมาก แล้วบริเวณโดยรอบโดนธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งไหลผ่าน และทำให้เกิดเนินที่ค่อยๆ ลาดออกไปโดยรอบ ดูหนังนี้แล้วผมเข้าใจสภาพของ Edinburgh Castle ที่ผมไปเที่ยวและเล่าไว้ ที่นี่ ได้ดีขึ้น

กิจกรรมใต้ดินที่เรารู้จักกันดี คือการทำเหมือง การปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เขาพาไปชมการทำเหมืองถ่านหิน เขาบอกว่าอุโมงค์ใต้ดินของเหมืองถ่านหินในอังกฤษรวมกันทั้งหมดยาว ๒,๔๐๐ ไมล์ และในช่วงที่เหมืองถ่านหินรุ่งโรจน์ที่สุดมีคนทำงานอยู่ใต้ดิน ๑.๕ ล้านคน

ไปทำความรู้จักระบบรากของต้นโอ๊กอายุ ๔๔๐ ปีในสวนสาธารณะ โดยใช้เครื่องเรดาร์ แล้วผลออกมาในจอคอมพิวเตอร์ ที่ผมแปลกใจว่ารากต้นโอ๊กไม่แทงลงไปในดินลึกมากอย่างที่ผมคิด คือลึกเพียง ๒ - ๓ เมตร แต่ระบบรากแผ่ออกไปกว้าง กว่าพุ่มไม้ที่เราเห็นบนดิน โดยในภาพรวมมวลต้นไม้ ระบบรากจะหนักประมาณหนึ่งในสี่ และในดินใต้ต้นไม้จะมีเชื้อรา และจุลชีพในดินร่วมกันทำงานอย่างขมักเขม้น เพื่อการดำรงชีพของตน และช่วยให้ต้นไม้มีอาหารเพื่อดำรงชีพด้วย

ใต้ดิน อาจมี “สมบัติเจ้าคุณปู่” เป็นทอง เงิน และเครื่องรูปพรรณฝังอยู่ เพราะในบางพื้นที่เป็นแหล่งที่มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ดังกรณีในท้องเรื่อง

แล้วลงไปในอุโมงค์ลึกลงไปใต้ดิน ๑๐๐ เมตร เป็นอุโมงค์ยาวมากและลึกเข้าไปใต้ทะเลเหนือถึง ๓ กิโลเมตร นี่คือเหมืองแร่โปแตช สำหรับใช้เป็นปุ๋ย

ที่ประหลาด ไม่นึกว่าจะมี คือห้องปฏิบัติการใต้ดิน สำรวจหา Dark matter ในสภาพที่ไม่มี background radiation

ตอนที่สอง บอกว่าสิ่งที่บินในท้องฟ้า คือเครื่องบิน ต้องการเชื้อเพลิงพลังงาน และอังกฤษจับระบบเชื้อเพลิงของเครื่องบินลงไว้ใต้ดินตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อป้องกันการทำลายของข้าศึก และเป็น GPSS หรือระบบท่อน้ำมันที่อยู่ใต้ดิน เป็นใยแมงมุมทั่วเกาะอังกฤษ เป้าหมายเพื่อให้มีน้ำมันหล่อเลี้ยงเครื่องบินรบ นี่คือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อังกฤษชนะสงครามโลกครั้งที่สอง

กลับมาที่ยุคปัจจุบัน เครื่องบินโดยสาร และขนส่งสินค้า ยิ่งหิวน้ำมันมากกว่าเครื่องบินรบหลายเท่า ระบบท่อน้ำมัน ใต้ดินนี้ ส่งน้ำมันไปถึงเครื่องบินที่จอดบนลานจอด แบบเดียวกันกับเครื่องบินรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเติมน้ำมัน

Forth Rail Bridge เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมในยุคปลายศตวรรษที่ ๑๙ ที่ผมไปสัมผัสตอนไปเที่ยวสก็อตแลนด์ ที่เล่าไว้ ที่นี่ คราวนั้นเห็นห่างๆ คราวนี้ตามเขามุดไปใต้ดิน ดูโครงสร้างใต้สะพาน

ย้อนกลับไปกว่าสองร้อยปี ตอนปลายศตวรรษที่ ๑๘ เป็นยุคอุตสาหกรรมรุ่งเรือง และหิวพลังงาน โดยที่พลังงานหลักในสมัยนั้นคือถ่านหิน ที่ต้องบรรทุกทางเรือไปตามลำคลอง (ที่ขุดขึ้น) จากเหมืองสู่เมืองอุตสาหกรรม แต่อนิจจา เส้นทางสำคัญมันผ่านภูเขา จึงเกิดคลองที่ขุดมุดภูเขา ซึ่งผมก็เพิ่งเคยรับรู้ว่ามี Standedge Tunnels (อ่านว่าสตานิช) นี้

คลองนี้ยาว ๕ ก.ม. ใช้เวลาขุดด้วยแรงคนและแรงระเบิด เป็นเวลา ๑๗ ปี ใช้ขนถ่านหินและแร่ซิลิก้า ว่าแล้วเขาก็พามุดใต้ดินไปชมเหมืองซิลิก้าในแคว้นเวลส์ที่เวลานี้ปิดไปแล้ว ไปทำความรู้จักกีฬาประหลาด คือการดำน้ำในถ้ำ (cave diver) ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นอุโมงค์ของเหมืองร้างที่โโนน้ำท่วม ที่น้ำเย็นเยียบ และเสี่ยงอันตรายจากการที่อ็อกซิเจนหมดถัง หรือหลงอยู่ในอุโมงค์ ก็จะจมน้ำตาย

ที่ชายฝั่ง Northumbria มีอุโมงค์ที่นก พัฟฟินขุดเต็มไปหมด ผมเพิ่งทราบว่านก Puffin ทำรังเลี้ยงลูกโดยขุดอุโมงค์ยาวถึง ๒ เมตร

สัตว์ขุดอุโมงค์อยู่ในเมืองร่วมกับคนคือ badger ที่ออกหากินกลางคืน เป็นอาณาจักรใต้ดินที่กว้างขวางและประชากรมาก อย่างไม่น่าเชื่อ ประชากรของเขาเพิ่มจนทำลายโรงเรียนและผู้เชี่ยวชาญ แบดเจอร์หาทางย้ายเขาไปอยู่ที่อื่น โดยสร้างรังให้ใหม่แล้วยกไปทั้งรัง น่าสนใจมาก

เขาพาเราไปชม โครงสร้างใต้ดินที่สร้างสมัยสงครามเย็น เอาไว้ให้บุคคลสำคัญของประเทศหลบภัยสงครามนิวเคลียร์ คือ Barnton Bunker ซึ่งอยู่ลึกใต้ดิน ๔๐ ฟุต ผนังคอนกรีตหนา ๑๐ ฟุต มีระบบป้องกันรังสี และการหมุนเวียนอากาศอย่างดี จุคน ๔๒๐ คน เป็นหนึ่งใน ๑๒ อาคารหลบภัยใต้ดิน เตรียมพร้อมสงครามนิวเคลียร์

โรงไฟฟ้าใต้ภูเขา ลึกลงไปกว่าอ่างเก็บน้ำ ๖๐๐ เมตร ที่ Dinorwig เป็นสิ่งมหัศจรรย์ และยิ่งมหัศจรรย์ ที่เขาออกแบบให้โรงไฟฟ้านี้ใช้ไฟฟ้าที่เหลือใช้ยามกลางคืน ปั๊มน้ำกลับขึ้นไปเก็บไว้ในทะเลสาบบนเขา สำหรับปล่อยกลับมาใช้ปั่นกระแสไฟฟ้าอีกยามที่ความต้องการพุ่งสูงขึ้น

กำลังมีการสร้างระบบรถไฟใต้ดินระบบใหม่ในลอนดอน คือ Crossrailเขาพาไปดูวิธีการเจาะอุโมงค์รถไฟสมัยใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง ทำอยู่ใต้ดิน โดยคนที่อยู่บนถนนข้างบนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

ขอขอบคุณ อ. นพ. ปรีดา มาลาสิทธิ์ ที่มอบภาพยนตร์ให้



วิจารณ์ พานิช

๒๔ ม.ค. ๕๙