บทบาทของ CFO ที่เปลี่ยนไป

Emma Jo
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

การเปลี่ยนแปลงในบทบาทของ CFO นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากความเคร่งครัดของหน่วยงานกำกับและดูแลต่างๆ ที่ให้ความสำคัญต่อความโปร่งใส ธรรมาภิบาลในการบริหารมากขึ้น ประกอบกับสภาวะแวดล้อมทางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทำให้ประเด็นเรื่องของเงินๆ จะต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ของบริษัทมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
นอกจากนี้แนวโน้มที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือหลายๆ องค์กรมีแนวโน้มที่จะยุบหรือยกเลิกตำแหน่ง COO (Chief Operating Officer) ซึ่งตามความเชื่อในอดีตนั้น CEO จะทำหน้าที่ในด้านกลยุทธ์ ทิศทางและการตัดสินใจที่สำคัญขององค์กร ส่วน COO จะทำหน้าที่เหมือนแม่บ้านที่คอยช่วยดูในรายละเอียดและงานที่ต้องดำเนินการเป็นปกติทั้งหลาย
หน่วยงานชื่อ National Bureau of Economic Research ของอเมริกาได้สำรวจบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาจำนวน 300 แห่ง พบว่ามีอยู่ 20% ที่ยุบหรือยกเลิกตำแหน่ง COO ลงไปในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยผู้บริหารของแต่ละหน่วยธุรกิจจะรายงานตรงต่อซีอีโอมากขึ้น หรือท่านผู้อ่านลองดูองค์กรยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยจำนวนมาก เราก็จะไม่พบตำแหน่ง COO แบบที่คาดว่าจะเจอ
ทีนี้พอตำแหน่ง COO หายไป งานของ COO หลายๆ อย่างก็กลายเป็นของ CFO ไป ผมมีโอกาสเจอ CFO ขององค์กรชั้นนำของเมืองไทยหลายๆ แห่ง ที่ CFO เหล่านั้นไม่ได้ยุ่งแต่ในเรื่องของการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรู้รายละเอียดในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินงานทั่วๆ ไปขององค์กร รวมทั้งเป็นผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินงานขององค์กรด้วย นอกจากนี้ในต่างประเทศก็มีงานวิจัยที่สำรวจ สอบถาม CFO ชั้นนำของบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาหลายแห่ง และได้นำเสนอในเอกสารรายงานชื่อ Not Your Father’s CFO (โดย Couto, Heinz, Morna) ซึ่งได้สรุปออกมาเป็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในบทบาทหน้าที่ของ CFO ได้ดังนี้ครับ
* CFO ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวิเคราะห์ กำหนด และนำกลยุทธ์ขององค์กรไปปฏิบัติ
* CFO ได้พยายามสร้างความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างกลยุทธ์ขององค์กร กับการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น (Shareholder Value) ทั้งนี้ในฐานะที่ CFO จะต้องดูแลในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอยู่แล้ว ดังนั้น CFO เลยพยายามให้แน่ใจว่ากลยุทธ์ที่องค์กรใช้มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องต่อการเพิ่มมูลค่าของผู้ถือหุ้นการเปลี่ยนแปลงในบทบาทของ CFO นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากความเคร่งครัดของหน่วยงานกำกับและดูแลต่างๆ ที่ให้ความสำคัญต่อความโปร่งใส ธรรมาภิบาลในการบริหารมากขึ้น ประกอบกับสภาวะแวดล้อมทางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงขึ้น ทำให้ประเด็นเรื่องของเงินๆ จะต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ของบริษัทมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

นอกจากนี้แนวโน้มที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือหลายๆ องค์กรมีแนวโน้มที่จะยุบหรือยกเลิกตำแหน่ง COO (Chief Operating Officer) ซึ่งตามความเชื่อในอดีตนั้น CEO จะทำหน้าที่ในด้านกลยุทธ์ ทิศทางและการตัดสินใจที่สำคัญขององค์กร ส่วน COO จะทำหน้าที่เหมือนแม่บ้านที่คอยช่วยดูในรายละเอียดและงานที่ต้องดำเนินการเป็นปกติทั้งหลาย
หน่วยงานชื่อ National Bureau of Economic Research ของอเมริกาได้สำรวจบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาจำนวน 300 แห่ง พบว่ามีอยู่ 20% ที่ยุบหรือยกเลิกตำแหน่ง COO ลงไปในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยผู้บริหารของแต่ละหน่วยธุรกิจจะรายงานตรงต่อซีอีโอมากขึ้น หรือท่านผู้อ่านลองดูองค์กรยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยจำนวนมาก เราก็จะไม่พบตำแหน่ง COO แบบที่คาดว่าจะเจอ
ทีนี้พอตำแหน่ง COO หายไป งานของ COO หลายๆ อย่างก็กลายเป็นของ CFO ไป ผมมีโอกาสเจอ CFO ขององค์กรชั้นนำของเมืองไทยหลายๆ แห่ง ที่ CFO เหล่านั้นไม่ได้ยุ่งแต่ในเรื่องของการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ยังรู้รายละเอียดในเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินงานทั่วๆ ไปขององค์กร รวมทั้งเป็นผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญต่อการกำหนดกลยุทธ์และแนวทางในการดำเนินงานขององค์กรด้วย นอกจากนี้ในต่างประเทศก็มีงานวิจัยที่สำรวจ สอบถาม CFO ชั้นนำของบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาหลายแห่ง และได้นำเสนอในเอกสารรายงานชื่อ Not Your Father’s CFO (โดย Couto, Heinz, Morna) ซึ่งได้สรุปออกมาเป็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในบทบาทหน้าที่ของ CFO ได้ดังนี้ครับ
* CFO ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการวิเคราะห์ กำหนด และนำกลยุทธ์ขององค์กรไปปฏิบัติ
* CFO ได้พยายามสร้างความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างกลยุทธ์ขององค์กร กับการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น (Shareholder Value) ทั้งนี้ในฐานะที่ CFO จะต้องดูแลในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอยู่แล้ว ดังนั้น CFO เลยพยายามให้แน่ใจว่ากลยุทธ์ที่องค์กรใช้มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องต่อการเพิ่มมูลค่าของผู้ถือหุ้น
* CFO ได้กลายเป็นผู้ผลักดันหลักในการนำระบบในการประเมินผลการดำเนินงานเข้ามาใช้ จนบางแห่งก็เรียกเป็น Chief Metrics Officers เช่น CFO ของบริษัท Cargill ยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเกษตรได้ระบุไว้อย่างชัดเจนเลยว่าหน้าที่และบทบาทของ CFO ก็คือการดูแลเพื่อให้แน่ใจว่าบุคลากรในองค์กรมีพฤติกรรมที่ต้องการและทุกคนมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์ ดังนั้นการนำระบบการวัดและประเมินผลมาใช้ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ทุกคนมีพฤติกรรมที่ต้องการและมุ่งเน้นต่อกลยุทธ์ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของ CFO

ทางด้านการเงินเพียงอย่างเดียว องค์กรนั้นก็จะต้องพิจารณาตัวเองกันหน่อยนะครับ เพราะในกระแสการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน CFO จะต้องทำหน้าที่เป็นเพื่อนและขุนพลคู่คิดของซีอีโอทั้งในด้านการเงิน ด้านกลยุทธ์ หรือแม้กระทั่งในด้านการดำเนินงานทั่วๆ ไป

อ้างอิง http://www.manager.co.th/asp-bin/PrintNews.aspx?NewsID=9480000045219


กานต์ ตระกูลฮุน
(กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี (SCG))

เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ การพัฒนาเอสซีจี (SCG) ไปสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ร่วมงานกับ SCG ตั้งแต่ปี 2520 และเคยดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ใน SCG หลายตำแหน่ง อาทิ Executive Vice President บริษัทร่วมทุน ซึ่งเป็นผู้ผลิตปิโตรเคมี (อะโรเมติกส์) ชั้นนำของประเทศอินโดนีเซีย ได้เป็นผู้ผลักดันการจัดตั้ง โรงงานปิโตรเคมีที่ใหญ่แห่งหนึ่ง ของภูมิภาคเอเชีย และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่และ CFO ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

อ้างอิง http://www.scg.co.th/th/01corporate_profile/team/k...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัตถุประสงค์ ความหมายการบริหารการเงิน



ความเห็น (0)