พบข่าวชิ้นหนึ่งจาก นสพ ผู้จัดการ เมื่อวันที่ 16 พย 49 เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 บริษัทผู้ผลิตอาหารที่ใหญ่ที่สุด 10 แห่งและธุรกิจ โฆษณาอาหารในสหรัฐฯได้ช่วยกันร่างแนวปฏิบัติ เพื่อควบคุมการโฆษณาอาหารขยะแก่เด็กๆ   โดยจะเข้มงวดกับกฎเกณฑ์และกำหนดเงื่อนไขใหม่ๆโดยสมัครใจในการโฆษณาทางโทรทัศน์และวิดีโอเกมที่มีเด็กเป็นกลุ่มเป้าหมาย
       
       บริษัทที่ร่วมลงนามในแนวปฏิบัตินี้มี แคดเบอรีชเวปปส์สาขาสหรัฐฯ, แคมป์เบลซุป, โคคา-โคล่า, เจเนอรัลมิลส์, เฮอร์ชีย์, เคลล็อก, คราฟต์ฟู้ดส์, แมคโดนัลด์สคอร์ป, เป๊บซี่โค และยูนิลีเวอร์กรุ๊ป
     
       สภาแห่งหน่วยงานธุรกิจที่ดีกว่า ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าที่เน้นจริยธรรมทางธุรกิจและการโฆษณา เผยว่า บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้มีงบโฆษณารวมกันมากกว่า 2 ใน 3 ของการโฆษณาอาหารและเครื่องดื่มทางโทรทัศน์แก่เด็กๆทั้งหมด

 

แต่ดูเหมือนว่า ไม่มีใครเชื่อ การออกมาแสดงประหนึ่งว่ามีจริยธรรม เช่นนี้ มีที่มาของการถูก เพ่งเล็งมากขึ้น จาก นักรณรงค์ด้านสุขภาพ ตามที่     ผศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเล่าให้ฟังครั้งที่ได้กลับมาจากการประชุมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติขององค์การอนามัยโลก (WHO) เรื่องการตลาดอาหารและสุขภาพเด็ก เมื่อวันที่ 2–5 พ.ค.2549 ณ กรุงออสโลว์ ประเทศนอรเวย์ ที่ประชุมวิตกอย่างมากเรื่องการโฆษณาและส่งเสริมการขายขนมเด็ก เนื่องจากเกิดปัญหาคือเด็กป่วยโรคเรื้อรังจากการกินขนมกรุบกรอบในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเกิดจากธุรกิจขนมใช้การโฆษณาเป็นกลยุทธ์หลักในการเข้าถึงเด็กๆ ทำให้เกิดการขยายฐานการผลิตและทุ่มงบโฆษณามหาศาล

ที่น่าสนใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็กไทย คือ

“ปัจจุบันตลาดขนมไทยเติบโตถึง 16 พันล้านบาท โดยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 43% มาจากอุตสาหกรรมอาหารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้บริษัทโฆษณาระดับใหญ่ของโลกในการทำการตลาด เด็กๆจึงถูกการตลาดจูงใจให้บริโภค และเกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง เรื่องนี้จึงต้องถูกผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลกให้เป็นปัญหาระดับโลก แต่ละประเทศต้องมีมาตรการควบคุม ลดการทำตลาดและการส่งเสริมการขายขนมเหล่านี้ ก่อนที่เด็กๆทั่วโลกจะเติบโตขึ้นมาพร้อมกับโรคเรื้อรัง”

มีตัวอย่าง การควบคุมการโฆษณาขนมกรุบกรอบ ที่ปฏิบัติในต่างประเทศ เช่น รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา ห้ามโฆษณาจูงใจเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี มาแล้ว 26 ปี ประเทศสวีเดนออกสัญลักษณ์คีย์โฮลหรือรูกุญแจบนฉลาก เป็นสัญลักษณ์หมายถึงเป็นอาหารคุณภาพดี ประเทศอังกฤษ บริษัทผู้ผลิตอาหารให้ความร่วมมือติดสัญญาณเขียว เหลือง แดง เหมือนไฟจราจรบนฉลาก เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลในการเลือก ประเทศนิวซีแลนด์ใช้สัญญาณไฟจราจรกับน้ำอัดลมชนิดต่างๆ ประเทศบราซิลเห็นชอบกับการออกกฎหมายควบคุมการโฆษณาเพื่อปกป้องเด็ก ส่วนประเทศออสเตรเลีย เครือข่ายนักวิชาการและผู้บริโภคเร่งรณรงค์จำกัดการโฆษณาที่มุ่งกลุ่มเป้าหมายสำหรับเด็ก

ดังนั้นการออกมาทำแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมการส่งเสริมการขายขนมเด็ก ร่วมกันระหว่าง อุตสาหกรรมอาหารเด็ก ส่วนใญ่เป็นอาหารขบเคี้ยว และเครื่องดื่มน้ำดำ และธุรกิจโฆษณา ยักษ์ใหญ่ แห่งสหรัฐ จึงไม่มีใครเชื่อในความจริงใจ การที่ออกมาแสดงท่าที ก็เพื่อหวังว่า มาตรการทั้งหลายในประเทศ ต่างๆ จะไม่ขยายวง จนกระเทือนการขายสินค้าที่ทำกำไรมหาศาลมาเป็นเวลานานมาแล้ว

ตัวอย่าง สินค้าบุหรี่ ก็เป็นตัวอย่าง ที่ให้เห็น