ลำดับเหตุกาณ์การขับเคลื่อนเรื่องขนมเด็ก ของภาคี สสส

1) 14 กค.49 มีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดคุณภาพมาตรฐานและหลักเกณฑ์เงื่อนไขการปฏิบัติด้านอาหาร ครั้งที่6/49   ที่มีรองเลขา อย ฯ ภก มานิตย์เป็นประธาน ที่ประชุมเห็นชอบ การมีฉลากโภชนาการอย่างง่าย แสดงปริมาณพลังงาน ไขมัน น้ำตาล และเกลือ และให้มี สัญลักษณ์แสดงปริมาณสารอาหาร ที่ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย  โดยการกำหนดรูแบบ สัญญลักษณ์ ให้รอผลการศึกษาจากทีม สถาบันวิจัยโภชนาการ  นอกจากนี้ ที่ประชุมยังกำหนดให้มีการแสดงข้อความ คำเตือน ว่า ควรบริโภคแต่น้อย ด้วย 2) 4 สค.49 ทีมวิจัยเรื่องฉลาก  มสช. โดย อ.ลัดดา และ อ ประไพศรี ได้นำเสนอผลการศึกษาเรื่องสัญลักษณ์  และรับฟังความเห็นจากกลุ่มผู้ผลิต โดยมีทีมงานกองควบคุมอาหาร อย. ร่วมรับฟังด้วย  ผลการวิจัยสนับสนุนรูปแบบไฟจราจร โดยต้องมีตัวอักษรกำกับเพื่อบอกชนิดของสารอาหารด้วย  ในช่วงนั้น เลขาฯ อย.(ดร.ภักดี) ให้ข่าวเป็นระยะๆ ว่า อย. เตรียมออก สัญลักษณ์ไฟจราจร บนฉลากขนม  19 กย.49 มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล  3) ต้นเดือน พย.49 มีข่าวจาก อย. ว่า ก่อนที่รองเลขาฯ มานิตย์ จะย้ายไปเป็นรองอธิบดีกรมวิทย์ ทางกลุ่มผู้ผลิตได้เข้าพบ และขอทำงานวิจัยในประชากรกลุ่มวัยทำงาน เพื่อเสนอทางเลือกอื่นๆ ของรูปแบบสัญลักษณ์  นอกเหนือจากแบบไฟจราจร ที่ ทำวิจัยมาแล้ว  โดยได้ขอให้ นักวิชากากร  และ ทาง อย. ช่วยให้ความเห็นด้านวิชาการประกอบ โดยมีกำหนดการว่า จะวิจัยเสร็จใน มีค.2550  4) ต้นเดือน พย.49 ได้รับแจ้งจาก อย. ว่า ประเด็นหลักๆ ที่กลุ่มผู้ผลิตแย้งร่างประกาศฯ ที่ อย.เตรียมทำไว้แล้วคือ              1) การใช้สัญลักษณ์สีแดง  ที่สื่อความหมายว่าไม่ควรกิน            2) การกำหนดเกณฑ์เขียวเหลืองแดง  โดยใช้เกณฑ์คิดจากปริมาณพลังงานที่ต้องการในแต่ละวันสำหรับเด็กวัยไม่เกิน 15 ปี คือวันละ 1,500 Kcal  ขณะที่ RDI ไทยที่ใช้เป็นเกณฑ์ในฉลากโภชนาการปัจจุบัน ใช้ที่ 2,000 Kcal/วัน  ทั้งนี้ตามหลักวิชาการ เรื่องขนมในเด็ก  การใช้เกณฑ์พลังงานดังกล่าว  มีความเหมาะสมแล้ว โดยทำหมายเหตุท้ายฉลากได้ว่า คิดจาก 1500 Kcal/วัน (กลุ่มผู้ผลิต โต้แย้งให้ใช้ 2,000 Kcal )            ยุทธวิธีของกลุ่มผู้ผลิตขณะนี้ คือการ delay การออกประกาศ โดยใช้งานวิจัยเป็นข้ออ้าง  5) มีการนำเสนอจากนักวิชาการว่า การกำหนดสัญลักษณ์ไฟจราจร ตามผลการศึกษาที่ทำมาแล้ว  น่าจะสื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่ายที่สุด  6) ต้นเดือน พย. 49 รมว. นพ มงคล ตั้งที่ปรึกษา รมว. 8 คณะ             ในคณะที่มี นพ.อุดมศิลป์เป็นประธาน ซึ่งดูประเด็นสร้างเสริมสุขภาพ  ได้มีการประชุมเมื่อ 15 พย. และได้กำหนดเป้าหมาย 4 ประเด็นสำคัญ  โดยมีเรื่องการควบคุมการบริโภคขนมขบเคี้ยว อยู่ด้วย  ซึ่งเน้นมาตรการมีฉลากและสัญลักษณ์  และควบคุมการโฆษณาขนม  ทั้งนี้ ได้มอบให้ผู้เกี่ยวข้องแต่ละมาตรการ ร่างแนวทางทำงาน ส่งภายใน 1 ธค.49  7)  27 พย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน จะจัดการประชุมเรื่อง Searching for Ethics in Advertising มีผู้ร่วมอภิปราย ประกอบด้วย รัศมี วิศทเวทย์ เลขา คคบ  วิทวัส ชัยปาณีนายกสมาคมโฆษณาธุรกิจ ดร นิวัฒน์ วงศ์พรหมปรีดา กรรมการผู้จัดการ Search Co Ltd และผศ ดร วิลาสินี พิพีธกุล สสส โดย มีส่วนหนึ่งในหลักการและเหตุผล ที่กล่าวว่าการโฆษณาที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก ที่ยังไม่รู้เท่าทันการโฆษณาถูกวิจารณ์ว่าเป็นปัญหาจริยธรรม 8) 29 พย. มีเวทีเรื่องโฆษณาขนมเด็ก ที่สภาที่ปรึกษา โดยจะมีข้อมูลจาก ABACโพล และข่าวจาก UK ที่จะเริ่มห้ามโฆษณาJunk food                  <p> </p>