เมื่อกล่าวถึงธุรกิจสถาบันการงิน จะต้องมีการคำนึงถึงความสำคัญความเสี่ยงด้านเครดิต ซึ่งเป็นตัวดำเนินการในส่วนผู้กู้ที่มีการผิดนัดชำระหนี้หรือไม่สามารถทำตามสัญญาหรือตกลงกับสถาบันการเงินนั้นๆ และสถาบันการเงินต้องทำธุรกรรมและให้บริการทุกประเภทจึงทำให้มีความเสี่ยงแทรกเข้ามาได้ตลอด

ตามนิยามของ BIS ภายใต้ Basel II ได้ให้นิยามของ “ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ” ว่าเป็นความเสี่ยงของความสูญเสียหรือความเสียหายทางการเงินอันเป็นผลมาจาก

1) ความไม่เพียงพอหรือความล้มเหลวของกระบวนการภายใน

2) ความไม่เพียงพอหรือความล้มเหลวของการใช้บุคคลปฏิบัติงาน

3) ความไม่เพียงพอหรือความล้มเหลวของระบบงาน

4) ผลกระทบจากเหตุการณ์ อุบัติการณ์ภายนอกกิจการ

แม้ว่า Basel II จะแยกความเสี่ยงออกเป็น 3 ส่วนคือ

1) ความเสี่ยงด้านเครดิต

2) ความเสี่ยงด้านตลาด

3) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ

แต่หากพิจารณาให้ดีจะพบว่า วิกฤติการณ์ทางการเงินครั้งล่าสุดในสหรัฐ ที่เรียกกันว่า Sub-Prime Crisis หรือวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์ มิใช่มาจากตัวขับเคลื่อนของความเสี่ยงด้านเครดิต หากแต่มาจากความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ

ยิ่งกว่านั้น การบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการนี้นับวันจะจัดการได้ยากขึ้น เพราะสถาบันการเงินมีการพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกหรือ Outsourcing ในระยะยาว และในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบุคคลการ ระบบงาน และกระบวนการปฏิบัติงานของ Outsourcing เหล่านี้จัดการยากกว่าบุคลากรภายในสถาบันการเงินเอง โดยการใช้บริการจาก Outsourcing ไม่ใช่การถ่ายโอนความเสี่ยงออกไปภายนอกกิจการแต่อย่างใด



ที่มาข้อมูล:https://chirapon.wordpress.com/tag/ความเสี่ยงสถาบั...