การไม่สอนของกระบวนกร

aruay
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
กระบวนกรจะไม่สอน กระบวนกรตระหนักรู้เป็นอย่างดีว่าศักยภาพของมนุษย์มีมากมายจนมิอาจที่จะสอนกันได้ กระบวนกรจึงใช้สถานการณ์ เหตุการณ์มาช่วยให้คนได้ค้นหาและสร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นด้วยตนเอง ศักยภาพต่างๆ มีอยู่แล้วในตัวมนุษย์ทุกคน กระบวนกรทำเพียงดึงศักยภาพนั้นออกมาให้ปรากฏ

ผมได้มีโอกาสฝึกฝนวิชากระบวนกร และได้ลงมือปฏิบัติจนกระทั่งแน่ใจว่า วิธีของกระบวนกร ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้เป็นอย่างดี สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะ กระบวนกรไม่สอนความรู้แต่กระบวนกรมุ่งเน้นไปที่กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อสื่อความและบันทึกไว้เป็นความทรงจำ

. การสอนแบบกระบวนกร เป็นคำที่ใช้สื่อความกับ ครู อาจารย์ หรือผู้ที่ทำหน้าที่สอน เพื่อให้เกิดความเข้าใจว่า เนื้อหาเรื่องนี้จัดไว้ในกลุ่มเดียวกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียน เป็นเทคนิควิธีที่สามารถนำไปใช้ในห้องเรียนได้ ถ้าหากเราไม่ใช้ชื่อนี้....ครูจะรู้ไหม?

. แท้ที่จริงแล้วการสอนแบบกระบวนกร "ไม่ใช่การสอน" การสอนเป็นเพียงชื่อเรียก หาใช่เนื้อแท้อันเป็นจริงไม่! การสอนแบบกระบวนกรอาจใกล้เคียงกับคำว่าการจัดการเรียนรู้ แต่นั่นก็ใช่เพียงบางส่วน หาใช่ทั้งหมดไม่! เหตุที่กล่าวเช่นนี้เพราะกระบวนกรจะไม่สอน กระบวนกรตระหนักรู้เป็นอย่างดีว่าศักยภาพของมนุษย์มีมากมายจนมิอาจที่จะสอนกันได้ กระบวนกรจึงใช้สถานการณ์ เหตุการณ์มาช่วยให้คนได้ค้นหาและสร้างการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นด้วยตนเอง ศักยภาพต่างๆ มีอยู่แล้วในตัวมนุษย์ทุกคน กระบวนกรทำเพียงดึงศักยภาพนั้นออกมาให้ปรากฏ ให้คนเหล่านั้นเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง และเดินอยู่บนวิถีของตนเอง จึงมิอาจกล่าวได้ว่าเป็นการสอน "การสอนแบบกระบวนกร" จึงมิใช่การสอน!

. ครูส่วนใหญ่จะติดกับดักแห่ง "การสอน" ครูจะบอก ชี้แนะ ให้ผู้เรียนเชื่อในสิ่งที่ครูพูด ครูจะปฏิบัติตนเสมือนเป็นผู้เดียวในห้องเรียนที่รู้ บางครั้งครูก็จะเผลอตัวและคอยดูว่าผู้เรียนจะตอบถูกตามที่ครูคิดหรือรู้มาหรือไม่? และดูเหมือนว่าครูจะพออกพอใจกับสถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างมาก อาจเป็นเพราะครูเองก็อาจต้องการการยอมรับ อย่างน้อยก็ช่วงเวลาหนึ่งจากนักเรียน เวลาที่อยู่ในห้องเรียน การกระทำเช่นนี้ย่อมไม่ผิด หากนั้นคือการสอน แต่ไม่ใช่การเรียนรู้! นั่นอาจทำให้ผู้เรียนได้ความรู้แต่ไม่ได้เรียนรู้! เพราะการทำเช่นนั้นจะทำให้ผู้เรียนไปยึดครูเป็นศูนย์กลาง ผู้เรียนจะรอคอยคำตอบจากครู ผู้เรียนจะไม่กล้าคิด ไม่กล้าลงมือทำ อาจเป็นหนทางหนึ่งที่จะบ่มเพาะความกลัวที่จะแสดงออกให้กับผู้เรียน เพราะทุกครั้งที่ครูสอนและถามผู้เรียนจะกลัวที่จะได้ยินคำว่า "ผิด" จากปากครู มันเป็นกระบวนการทำลายความเชื่อมั่นในตัวผู้เรียนอย่างแยบยล

. กระบวนการเข้าสู่การไม่สอน ครูจะต้องอาศัยความอดทนอย่างยิ่งยวดที่จะข้ามผ่านความเชื่อเดิมๆ ตามกรอบของวัฒนธรรมครูที่ได้รับการปฏิบัติสืบทอดกันมา ต้องอาศัยการบ่มเพาะจนกลายเป็นเนื้อเป็นตัวหมายถึงกลายเป็นพฤติกรรมใหม่ที่ก่อเกิดขึ้นในตัวครู "นี่คือสิ่งที่พวกเรา กระบวนกร มจธ. ให้ความสนใจ!" เราต้องการสร้างภาวะการณ์ที่ครูจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับห้องเรียน ครูและนักเรียนจะกลายเป็นผู้รู้และผู้เรียนรู้ไปพร้อมกัน โดยมีเนื้อหาเป็นแกนหลักที่จะร่วมกันเรียนรู้

. และนี่ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการสอนแบบกระบวนกร "การสอนที่ไม่ได้สอน" การสอนที่ไม่ได้เน้นการให้ความรู้แต่เน้นที่กระบวนการเรียนรู้...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Learning Point



ความเห็น (0)