จันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2549 (ต่อ) 

        ผมขอพากลับไปที่ Keynote speaker อีกครั้ง คือ Keynote speaker คนแรกนำเข้าสู่เนื้อเรื่องโดยการนำรูปสมเด็จพระเทพฯ ของเราขณะที่จัดการประชุมในประเทศไทยมาเกริ่นนำด้วย แล้วจึงตามด้วยเรื่องของ Ginggis Khan กับ Remote Sencing และเปรียบเทียบรัฐ Queensland ของออสเตรเลียกับมองโกเลีย ในแง่มุมต่าง ๆ เนื้อที่ ประชากร frienly people อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่กล่าวมาจะคล้ายกัน แต่ที่ต่างกันก็มีหลายด้าน ผมจำได้แค่เรื่อง Drinking คือ Mongolian นิยมดื่ม Vodka แต่ชาวออสเตรเลียรู้สึกจะดื่มเบียร์ แต่ใน power point ใส่ไว้เป็น “xxxx” ผมก็ไม่แน่ใจว่าผู้พูดต้องการสื่อให้เป็นอะไร

        Keynote speaker คนที่ 2 ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ได้พูดถึงการประยุกต์ใช้ Remote Sencing ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลงทุก ๆ ด้าน ผู้พูดพยายามให้ข้อมูลว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ ในทางที่น่าเป็นห่วงและน่ากลัว และพวกเขา (นักวิชาการด้าน Remote sencing) สามารถช่วยได้ ซึ่งภาพรวม ๆ ที่จะช่วยกันทำได้คือต้อง Design parameter (ตัวบ่งชี้) ต่าง ๆ ให้ดี แล้ว Predict แล้ว Observe เพื่อให้ได้ค่า parameter ต่าง ๆ มาประกอบการ predict อีกหน และวนเป็นวงจรไม่รู้จบ (Cycle) ดังนี้

         จะเห็นว่าวิธีคิดของ Keynote คนที่ 2 จะตรงหรือสอดคล้องกันกับวิธีการของ NUQA เปี๊ยบ!! เลย แสดงว่าแนวคิดนี้เป็นสากลพอสมควร แต่คงไม่ถึงกับเป็นสัจธรรมอะไร

         วิบูลย์ วัฒนาธร

.