เขียนคำอวยพรให้คณะฯ

วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ ประมาณสายๆ รองคณบดีฯ มาบอกให้ช่วยเขียนคำอวยพรเพื่อลงในสาร อันจะได้รวบรวมแจกในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันที่คณะฯจัดต้อนรับปีใหม่ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๙) แต่ละคนก็เลยรีบเขียนกัน โดยมีกำหนดส่งภายในเที่ยงวัน ผมว่า เราน่าจะพยายามทำอะไรให้ดูแล้วไว้ลายสักหน่อย (ชะชะ) ด้วยเห็นว่า ในปัจจุบันนั้น เรามักจะทำอะไรกันง่ายๆ การแต่งเพลงก็ไม่มีรูปแบบอะไรมากมาย การเขียนกลอนก็ไม่ได้ยึดถือกฎเกณฑ์อะไรมากมาย เพราะหากถือตามกฎเกณฑ์ที่คนโบราณวางเอาไว้นั้น ดูจะเหนื่อยยากกับการที่จะต้องเรียบเรียงเนื้อหา แล้วต้องมีการสัมผัสโน้น บังคับนี้ ล้าสมองเปล่าๆ สู้เอาเวลาไปทำอื่นที่เพลิดเพลินน่าจะดีกว่า แต่ผมกลับคิดว่า เราน่าจะทำอะไรที่ยากๆ ของเรา (อาจง่ายสำหรับคนอื่น) อันจะเป็นการฝึกฝนตัวเอง

หลายคนเขียนคำอวยพรปีใหม่ทั่วๆไป บางท่านแต่งกลอนแปด ซึ่งก็ไม่ยากเกินไป แต่สำหรับผมเริ่มมองหาและศึกษาการแต่งฉันท์ โดยเลือกวสันตดิลกฉันท์ ศึกษาไป นั่งเขียนไป คิดไป ลบทิ้ง สุดท้ายไม่ไหว ยากเกิน คิดไม่ออก ไม่มั่นใจจะถูกหรือไม่ จึงเลิกล้มแล้วหันไปแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ แต่ก็เข้าทำนองเดียวกันคือล้มเลิก จากนั้นจึงหันมามองการแต่งเรื่องอื่นๆ เห็นกลอนกลบทน่าสนใจ ที่น่าสนใจเพื่อในกลอนนั้นมี "กล" ซ่อนอยู่ แต่กลที่ได้มาก็ได้มาด้วยกฎเกณฑ์ซึ่งโบราณจารย์ได้ตั้งขึ้น ผมชอบใจกลอนกลบทชนิดซ่อนแบบ ที่เหมือนกับใยแมงมุม เพราะกลอนแบบนี้ทำเชิญชวนให้เราหาคำตอบหรือถอดออกมาเป็นเนื้อหาให้ได้ แต่การสร้างนั้นเป็นเรื่องยาก จึงหากลบทแบบอื่น สุดท้ายก็ได้มาแบบหนึ่ง นั่งแต่งไป ลบไป เปลี่ยนไป เวลาก็ค่อนข้างกระชั้นชิดเข้ามา จึงทำได้เท่าที่ทำได้ ส่วนถูกต้องตามเกณฑ์หรือไม่นั้น น่าจะถูกอยู่บ้าง ดังนี้

จำเนียรกาลจะนานก็การก่อเกิด...สิ่งประเสริฐสุทธิ์ประสิทธิ์ชีวิตหนอ

ได้เติบใหญ่ด้วยต่างยืนชื่นมื่นพอ...เปลี่ยนหนึ่งน้ำเป็นเนื้อหน่อเติมต่อนาม

ชีวิตผ่านเช้าวานพ้นดีปนร้าย...เพียงลมวูบผิวลูบไหวใยจะคร้าม

พันธุ์ชีวิตพิชิตวันร้อยพันตาม...ชูค่าน้อมเชิดคุณ(Value)นามมนุษย์เอยฯ

อ่านๆไป ก็ไมไ่ด้สอดคล้องกับการให้พรปีใหม่เลย อันที่จริงผมก็เชื่อตามที่พระผู้มีปัญญาบางรูปสอนมาคือ พรนั้นเป็นสิ่งที่ให้กันไม่ได้ เช่น ผมยังไม่รวย แต่อวยพรให้อีกคนหนึ่งรวย มันช่างดูแปลกๆชอบกล แต่พรบางอย่างสามารถให้ได้ เช่นแนวทาง คติ เป็นต้น กลอนที่ผมเขียน ๔ บรรทัด ต้องถอดความอีกทีหนึ่ง (จริงๆ คือเขียนไม่รู้เรื่อง) เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง ผมได้แค่นั้น เมื่อมองดูเวลาอีกที เห็นว่าน่าจะไม่ทันแล้วหากยังจะเดินต่อ จึงเปลี่ยนเป็นมาเขียนโคลงแทน ที่คาดว่าน่าจะเบาสมองลงมาหน่อย จึงได้โคลงนี้มา

ปีชนปีผ่านพ้น.........ตามปี

ปีเก่าหากมากมี..........เรื่องร้าย

ลุปีใหม่สุขทวี........... ชูชื่น กันนา

เรืองรุ่งจรุงคล้าย .......ดอกไม้หลังฝนฯ

สุข........สถิตย์มั่นแท้.........เนาว์นาน

สดชื่น...และเบิกบาน..........ถี่ถ้วน

สมหวัง..ดั่งดวงมาน...........คิดใคร่ กันนา

สว่าง.....ปัญญาล้วน..........แจ่มจ้า จรัสเฮยฯ

ด้วยเกรงว่า นักศึกษาจะอ่านแล้วไม่เห็นว่าเป็นการอวยพร จึงต้องอวยพรตามประสาที่มนุษย์มนาเขาทำกัน เวลาเลยไปเที่ยง ๑๕ นาที รีบปริ๊นต์ไปส่ง โชคดียังส่งได้ทัน เมื่ออาจารย์ที่รับผิดชอบงานดังกล่าวเห็นถึงกับอุทานว่า โห เยอะแท้ ผมจึงบอกว่า จริงๆแล้วไม่เยอะหรอก ที่ดูแล้วเยอะเพราะตัวอักษรใหญ่ สุดท้ายทางอาจารย์ที่เขาดำเนินการเรื่องนี้แจ้งให้ทราบว่า ขอใส่ลายการ์ตูนเล็กๆน้อยบนหน้ากระดาษด้วย ซึ่งไม่ได้มีปัญหาสำหรับผม แต่ก็ไม่วายที่จะบอกท่านไปว่า หากมีเวลามากกว่านี้ ผมจะพยายามทำให้ดีกว่านี้ แต่...อย่าให้อาจารย์ภาษาไทยอ่านนะ ผมกลัวผิด....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า ประสบการณ์และความคิด



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ไพเราะมากครับ