ความสุขเล็กๆของกะทิตัวน้อย ตอน ตามหาพระจันทร์

  • ความสุขของกะทิ ตอน ตามหาพระจันทร์ ( ประพันธ์:งามพรรณ เวชชาชีวะ

“กะทิ” เป็นเด็กหญิงผู้ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ในบ้านเรือนไทยที่ตั้งอยู่ริมคลอง เธออยู่กับตาและยายมาตั้งแต่เด็ก แม้ได้มีเวลาช่วงสั้นๆ ที่เธอได้อยู่กับแม่ แต่หลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิต เธอกลับมาอยู่กับตาและยายดังเดิม บางครั้งกะทิรู้สึกคิดถึงแม่มาก แต่เพราะรอบตัวของเธอมีตา ยายและอีกหลายๆ คน ที่รักและเป็นห่วงเธอ มันทำให้เธอไม่เศร้าจนเกินไป และเธอยังฝันว่าได้อยู่กับแม่ทุกคืนอีกด้วย

ปิดเทอมของกะทิกำลังจะมาถึง และเหตุการณ์ต่างๆ ก็ประดาประดังเข้ามาจนแทบไม่ทันตั้งตัว พี่สดับที่เคยมาทำงานบ้านประจำอยู่ๆ ก็หายตัวไปโดยที่ไม่มีใครรู้ ทิ้งให้พ่อแม่ซึ่งแก่มากแล้วอยู่กันสองคน ลุงตองพี่ชายของแม่มาอาศัยอยู่ด้วยช่วงที่กะทิปิดเทอม ส่วนครูราตรีก็มีท่าทีแปลกๆ ครูชอบนั่งเหม่อลอยและตีสีหน้าเศร้าอยู่บ่อยๆ และกะทิก็ได้ของขวัญสุดพิเศษเป็นสุนัขตัวหนึ่ง เธอตั้งชื่อว่า “ฟาโรห์”

วันหนึ่ง กะทิได้มีโอกาสไปชมการแสดงลิเกที่งานวัด กับยาย ตา ลุงตอง กะทิเมื่อเห็นครูราตรีก็เลยชวนมานั่งเสื่อด้วยกัน ขณะที่เธอและครูราตรีกำลังเดินไปห้องน้ำ ก็พบกับบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในผ้าใต้ต้นโพธิ์ เมื่อเปิดออกดูเธอพบเด็กทารกแรกเกิดซึ่งพาความตกใจและการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เกิดกับกะทิ

ทารกเพศชายคนนั้นกลายมาเป็นลูกของครูราตรี ลุงตองให้ตั้งชื่อว่าน้องทิวาหรือน้องทิว ตั้งแต่นั้นลุงตองกับครูราตรีก็สนิทสนมกันและกลายมาเป็นคนที่ใกล้ชิดกันมากในที่สุด ลุงตองกลายเป็นพ่อของน้องทิว ส่วนครูราตรีก็เป็นแม่ ทุกคนเอาใจใส่น้องทิวซะจนกะทิรู้สึกว่าตัวเองหมดความสำคัญ พบเจออะไรก็ขัดใจไปเสียหมด วันหนึ่งกะทิถูกวานให้เอาของไปให้ครูราตรี แม่บ้านจึงขอให้กะทิช่วยดูแลน้องทิวสักพัก แต่กะทิปล่อยปะละเลยปล่อยให้ฝนสาดใส่น้องทิวจนไข้ขึ้นสูงขณะที่ตัวเองสนใจกับการอ่านจดหมายที่ครูราตรีเขียนให้สามีเก่าซึ่งผู้ชายคนนี้คือเหตุผลที่ทำให้ครูราตรีชอบทำหน้าเศร้าอยู่บ่อยๆ กว่ากะทิรู้ตัวว่าทำผิดมหันต์ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว แถมสุนัขของเธอก็ถูกงูเหลือมรัดจนตายอีก กะทิรู้สึกเศร้ามากจนร้องไห้ไม่ยอมหยุด พวกผู้ใหญ่จึงตัดสินใจพากะทิไปเที่ยวบ้านกลางเมือง กลับไปคอนโดที่แม่ของเธอเคยอยู่ กะทิเอากุญแจรูปพระจันทร์ที่มีกระต่ายอยู่ตรงกลางติดตัวไปด้วย

น้าฎาและน้ากันต์เป็นคนคอยดูแลกะทิตลอดช่วงที่อยู่บ้านกลางเมือง ทั้งพาไปเที่ยวและหาคอร์สเรียนพิเศษที่กะทิสนใจจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นอกจากนี้น้ากันต์ยังช่วยตามหาความทรงจำของแม่ด้วย

กะทิเลือกที่จะเรียนร้องเพลงเพราะได้แรงบันดาลใจจากนักร้องเพลงร็อกชาวแคนนาดา ครูของกะทิมาจากเมืองนอก ครูชื่อแชนนอน เธอยังสาวและเท่ห์ทีเดียว ทั้งสองกลายมาเป็นคู่ซี้กัน แม้จะสื่อสารคนละภาษาก็ตาม

เดี๋ยวนี้กะทิมักฝันเรื่องเดิมๆ เธอเห็นแม่วิ่งตามพระจันทร์ เธอวิ่งตามแต่แม่ก็ดูเหมือนจะไกลออกไปเรื่อยๆ กะทิคิดว่ากุญแจรูปพระจันทร์ต้องเชื่อมบางอย่างกับความฝัน และมันต้องเป็นกุญแจที่ใช้สำหรับไขบางอย่างในตู้เก็บเอกสารของแม่เป็นแน่

กะทิกับน้ากันต์ช่วยกันสืบจนเจอเทปบันทึกเสียงอันหนึ่งในกล่องที่ต้องใช้กุญแจรูปพระจันทร์เปิด มันคือเทปบันทึกเสียงของแม่ที่แม่ตั้งใจจะพูดกับกะทิ ที่บอกเล่าเป็นเรื่องราวต่างๆ ตอนนั้นเสียงของแม่ยังดูมีชีวิตชีวา แตกต่างจากครั้งสุดท้ายที่กะทิเจอที่บ้านชายทะเล แม่เล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวแม่และพ่อของกะทิ รวมไปถึงเพื่อเก่าคนสำคัญของแม่ เขาชื่อว่าวสันต์ เขาเคยขอแม่แต่งงานหลังจากที่แม่เลิกกับพ่อ แต่แม่ไม่เคยตอบรับเลยจึงเป็นสิ่งที่ค้างคาใจแม่มาตลอด แม่ขอให้กะทิเอาจดหมายและเทปม้วนที่สองมอบให้กับลุงวสันต์

กะทิกับน้ากันต์ขับรถไปบ้านของลุงวสันต์ขากลับจากบ้านกลางเมือง กะทิได้แต่เอาของไปฝากไว้กับพี่สาวของลุงวสันต์เพราะช่วงนั้นเขาไปทำงานที่ต่างประเทศ กะทิได้แต่หวังว่าเขาจะจำแม่ได้

กะทิกลับมาถึงบ้านริมคลองประจวบเหมาะกับช่วงนี้โรงเรียนกำลังจะเปิด เธอยังเหลือเวลาอีกนิดหน่อย กะทิขี่จักยานไปเที่ยวงานเปิดห้องสมุดกับพี่ทอง พอถึงงานพี่ทองก็ทิ้งแล้วไปกับพี่กิ่งชนกสาวสวยที่พี่ทองแอบชอบ กะทิบังเอิญเจอเชิงรบ เพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียน เชิงรบเป็นลูกชายของนายอำเภอที่เป็นประธานในการเปิดหอสมุดวันนี้ เชิงรบอาสาพากะทิไปส่งที่บ้าริมคลองและนับจากนั้นทั้งสองก็สนิทกันมากขึ้น จนกระทั่งโดนมณีเด็กเกเรล้อเลียนว่าเป็นแฟนกันคนอื่นๆ ที่โรงเรียนเลยพลอยล้อกันไปหมด กะทิไม่นึกใส่ใจ ตรงข้ามกับเชิงรบที่ค่อนข้างจะคิดมาก พวกเขาเลยไม่ได้คุยกันเลย

ตอนนี้โรงเรียนเปิดเทอมแล้วครูให้การบ้านไปคิดโครงการเอสเอ็มอีมากลุ่มละหนึ่งเรื่อง เพราะโรงเรียนกำลังจะจัดงานเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักการทำธุรกิจ ซึ่งทั้งกลุ่มก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้

พี่สดับกลับมาแล้ว กลับมาทำงานตามปกติ แต่ก็ไม่ยอมปริปากบอกใครเลยว่าไปไหนมา จนกระทั่งพี่สดับได้เปิดใจคุยกับน้าฏาและทุกสิ่งก็เปิดเผย พี่สดับหนีตามคนรักชื่อพี่ธงไปที่กรุงเทพ เขาบอกว่าจะไปทำงานเป็นคงงานที่ไต้หวัน พี่ธงบอกว่าจะกลับมาสู่ขอพี่สดับหลังจากปลดหนี้สินหมดและเก็บเงินได้พอ แต่นานไปพี่ธงก็ไม่กลับ จนพี่สดับรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง และเอาลูกมาไว้ใต้ต้นโพธิ์ที่วัด นั่นคือ น้องทิวนั่นเอง

ความจริงที่สืบได้คือ ที่พี่ธงไม่กลับมาเป็นเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้วตอนอยู่ไต้หวัน แม้ว่าพี่สดับจะเศร้ามาก แต่ครูราตรียอมให้พี่สดับอยู่เลี้ยงดูน้องทิวที่บ้านได้โครงงานเอสเอ็มอีของกลุ่มกะทิตกลงกันได้แล้วว่าจะทำซุ้มเกมส์ ในวันเตรียมงาน นักเรียนชั้น ป.6 รวมถึงกะทิงดเรียนในวันนี้ วันนี้มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เชิงรบผู้อ่อนแอสามารถกำราบมณีหรือที่เพื่อนๆ พากันเรียกว่าป้อมยักษ์ลงได้ด้วยวิชายูโดที่แอบไปซุ้มซ้อมมาอย่างดี เชิงรบกลายเป็นฮีโร่ส่วนกะทิก็กลายเป็นหวานใจฮีโร่ไปแล้ว

ในที่สุดวันงานที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงเสียที ตายายเดินคล้องแขนกันชมซุ้มขายอาหารอาหาร ลุงตองได้ข่าวดีเกี่ยวกับหนังสือจัดดอกไม้ของตนที่กำลังจะเป็นรูปเป็นร่างเสียที พี่สดับพาพ่อแม่คือตาชุมกับยายมาลีมาเที่ยวงานด้วย เพราะรางวัลใหญ่ของซุ้มเกมส์คือปลาตะเพียนยักษ์ฝีมือตาชุม ส่วนพี่ทองก็อกหักหลังจากได้เห็นพี่กิ่งชนกคนสวยพาแฟนมาเที่ยวงานด้วย งานวันนี้จบลงด้วยดี

เย็นวันนั้นกะทิกลับมาถึงบ้านและพบว่ามีแขกสำคัญรออยู่ ลุงวสันต์มารอกะทิอยู่ที่ท่าน้ำ ทั้งสองได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องแม่ของกะทิ และก่อนที่ลุงวสันต์จะกลับ เมื่อเขาจูบกะทิที่หน้าผาก กะทิก็รู้สึกได้ทันทีว่า ได้หยิบยื่นคืนพระจันทร์ที่แม่ทำหายไปให้แม่แล้ว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน kmpprep



ความเห็น (0)