การกระจายการลงทุนตามระดับความเสี่ยง

นักลงทุนมือใหม่อาจตั้งคำถามกับตัวเองก่อนว่า เราสามารถยอมรับการขาดทุนได้มากน้อยเพียงใด นักลงทุนอาจกำหนดเงื่อนไขของการลงทุนเพื่อกำหนดทิศทางการลงทุน และความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ เช่น

1. การกำหนดผลขาดทุนที่นักลงทุนยอมรับได้ (การยอมรับได้ หมายถึง เงินส่วนที่หายไป โดยที่เราไม่มีความกังวล)
2. การกำหนดระยะเวลาในการลงทุน นักลงทุนอาจกำหนดกรอบการลงทุน เช่น ระยะเวลาในการลงทุนกี่เดือน กี่ปี เพราะหากผิดพลาดนั้นหมายถึงการเสียโอกาสที่เราจะนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่า การกำหนดแผนการลงทุน ระยะเวลาในการลงทุน และจุดตัดขาดทุน จึงมีส่วนสำคัญ นักลงทุนควรจัดอันดับความสำคัญของเป้าหมายการของการลงทุนว่า ให้สอดคล้องกับแผนการลงทุน ซึ่งแต่ละท่านจะให้ความสำคัญ และมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปจากความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของแต่ละท่าน

ความเสี่ยงและการกระจายความเสี่ยง แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

1. ความเสี่ยงที่กำจัดได้ (Diversifiable Risk) เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเฉพาะธุรกิจจึงเป็นความเสี่ยงที่กระจายได้ หรือ กำจัดอกไปได้ เมื่อกระจายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่นๆ จัดเป็นความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ

2. ความเสี่ยงที่กำจัดไม่ได้ (Non-Diversifiable Risk) เป็นความเสี่ยงที่กำจัดไม่ได้แม้ว่าจะกระจายการลงทุนมากเพียงใดก็ตาม เป็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตลาดที่ธุรกิจต่างก็ได้รับผลกระทบ


การกระจายลงทุนตามระดับความเสี่ยง

คือ วิธีการกระจายการลงทุนตามระดับความเสี่ยงของตัวสินทรัพย์ ความเสี่ยงในที่นี้จะหมายถึง ความเสี่ยงจากการขาดทุนของเงินต้น นักลงทุนอาจกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน หรือคนละประเภท แต่การกระจายความเสี่ยงด้วยวิธีนี้ระดับความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่จะลงทุน ควรสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนสามารถรับได้ และกรอบระยะเวลาลงทุนที่ได้วางเอาไว้


แหล่งที่มา http://www.set.or.th/yourfirststock/6steps_02.html

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การกระจายการลงทุน



ความเห็น (0)