เสวนาวันครู ปี 2559

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เสวนาวันครู ปี 2559

ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ได้แถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 60 ประจำปี 2559

หรือสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2559 นี้ ว่า
ในปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบ
คำขวัญวันครู พ.ศ.2559 ไว้ว่า
“อนาคต
ก้าวไกล ด้วยครูดี มีคุณภาพ”

ส่วนตนมี 4 เรื่องที่จะขอครูทั้งประเทศ คือ

1.อยากให้ครูจัดกิจกรรมที่แสดงถึงจิตสาธารณะและความเสียสละต่อชุมชน
2.ให้สถานศึกษาทุกแห่งกำหนดคำขวัญวันครูเป็นคำขวัญประจำสถานศึกษา
3.ขอให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดชุมนุมครูเพื่อกล่าวคำปฏิญาณตนต่อผู้ปกครองและชุมชน เพื่อแสดงถึงการให้คำมั่นในการประกอบวิชาชีพและการรับผิดชอบต่อเยาวชนของชาติ และ

4.ให้จัดกิจกรรม “ครูเยี่ยมบ้านเด็ก” ในสัปดาห์วันครู นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมของขวัญที่จะมอบให้แก่ครูคือ การลดภาระงานครู ปรับปรุงการประเมิน คืนครูให้ห้องเรียน ปรับปรุงหลักสูตร ฯลฯ พร้อมทั้งจะเร่งปรับปรุงบ้านพักครู 4 หมื่นหลัง ตั้งเป้าว่าจะต้องเสร็จภายใน 2 ปี

วันครูแห่งชาติ

วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีได้กำหนดให้เป็น "วันครูแห่งชาติ" นักเรียนและครูหยุดการเรียนการสอน เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละเพื่อประเทศชาติ ครู เป็นผู้มีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย วันครูควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บันดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณ เพื่อเป็นวันแห่งการรำลึก ถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนทั้งประเทศ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เช่น

ความเป็นมาวันครูไทย

วันครู ของไทยได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อ เมื่อ 16 มกราคม พ.ศ.2500 เพื่อบรรดาลูกศิษย์ได้แสดงความเคารพ สักการะต่อครูผู้มีพระคุณ การประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ.2488 ได้ระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภาเป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา มีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษา รักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู และมีการจัดสวัสดิการให้ครูและครอบครัวได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ประกอบกับมีคุณครูบางกลุ่มที่มีการเรียกร้องให้มีวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครู ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ และประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน ซึ่งทำให้ที่ประชุมคุรุสภาสามัญประจำปีจึงได้พิจารณาและมีมติ เห็น ควรให้มีวันครู เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูและเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่าง ครู กับประชาชน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น "วันครู" และให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าว

กิจกรรมที่นิยมทำกันในวันครู

16 มกราคม ของทุกปี ถือเป็นวันครู เป็นวันหยุดของครูที่จะได้พักเหนื่อย จากวันที่สอนมาตลอด เป็นวันหยุดในอาชีพของตัวเอง ที่จะทำให้ระลึกถึงการเรียนการสอนแก่ศิษย์ทั้งหลาย จุดประสงค์ในการมีวันครู เพื่อให้นักเรียนได้ระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ แม่พิมพ์ของชาติที่ได้อบรมสั่งสอน ให้เราเป็นคนดีรู้วิชา เพราะฉะนั้นครูจึงเป็นบุคคลที่สำคัญอย่างมาก ทั้งให้ความรู้ การศึกษา และประสบการณ์ รวมทั้งเป็นอาชีพที่ถือว่ามีความเสียสละเพื่อส่วนรวมอย่างมาก กิจกรรมวันครู แม้จะไม่ยิ่งใหญ่อลังการ แต่ก็ทำให้ลูกศิษย์ที่ยังนึกถึงมาแสดงความเคารพและทำกิจกรรมร่วมกัน

กิจกรรมที่นิยมทำกันในวันครู

พิธีไหว้ครู

เนื่องจากวันครูเป็นวันที่โรงเรียนหยุดทั้งประเทศ พิธีไหว้ครู ซึ่งสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง มักเลือกเอาวันพฤหัส ในช่วงเริ่มต้นของการเปิดภาคเรียน ตามความเชื่อโดยทั่วไปของไทย ซึ่งถือว่าวันพฤหัสบดี คือวันครู สำหรับพิธีไหว้ครูนั้น นักเรียนแต่ละห้องจะจัดทำพานดอกไม้ และธูปเทียน ที่จัดทำขึ้นเพื่อน้อมระลึกถึงพระคุณครู โดยการนำ ดอกไม้ ธูป เทียน มากราบไหว้สักการะครู

การระลึกนึกถึงพระคุณของคุณครู การไหว้ครูคือการแสดงความเคารพระลึกถึงพระคุณของครูด้วย ดอกไม้ ธูป เทียน มากราบไหว้สักการะครู การแสดงความเคารพบูชาครูบาอาจารย์ ดีที่สุดคือปฏิบัติบูชา คือทำตามคำสอนของท่าน ครูมีหน้าที่แนะนำสิ่งดีๆ อบรมสั่งสอน หน้าที่ของศิษย์เองก็จะต้องตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามเรียกว่าปฏิบัติ อันนี้คือการปฏิบัติบูชาที่ดีที่สุด

ในทางพระพุทธศาสนาของเรานี่ ครูผู้ยิ่งใหญ่ของเราคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราจึงควรศึกษาของดีๆ ที่มีอยู่ในพระพุทธ ศาสนา เพื่อนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่สังคมอย่างกว้างขวางและนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน รวมกับคำสอนของคุณครู เพียงเท่านี้ก็จะดำเนินชีวิตไปอย่างมีความสุขด้วยสติแล้ว

กิจกรรมทางศาสนา



การทำบุญตักบาตร เข้าวัด ฟังธรรมเป็นเรื่อง ที่ส่วนใหญ่คุณครูจะปฏิบัติ แม้กิจกรรมวันครู จะถูกปรับปรุงกิจกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยตลอดเวลา แต่การเข้าวัดเพื่อทำจิตใจให้สะอาด และทำบุญ จะช่วยให้มีสติในการดำเนินชีวิตมากขึ้น ซึ่งตามต่างจังหวัดอาจทำพิธีการทางศาสนาที่คุณครูร่วมกับชาวบ้าน หรือกิจกรรมวันครูเป็นการเฉพาะ

บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะ

กิจกรรมแต่ละโรงเรียนไม่เหมือนกัน ซึ่งบางโรงเรียนก็จัดกิจกรรม มีพิธีปฏิญาณตน รวมไปถึงการกล่าวระลึกถึงพระคุณของครู ซึ่งจะรวมทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ใหม่ มาในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นการทำกิจกรรมร่วมกัน การจัด กิจกรรมจัดเพื่อความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับคุณครู ในวันครูนั้น อาจจะเป็นการแข่งขันกีฬาเพื่อความสามัคคี หรืองานเฉลิมฉลองต่างๆ ซึ่งจะช่วยสานสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างผู้ปกครองและครู รวมถึงเด็กๆ อีกด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันครู ต่างทำเพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณที่คุณครู ได้อบรม สั่งสอน และเป็นผู้ให้ความรู้ เป็นผู้ให้แสงสว่างนำทางส่องชีวิต ทำให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพ สักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณ ซึ่งการส่งเสริมแนวทางการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้วันครูได้สืบยาวนานตลอดไป จะเป็นการดีที่เป็นกำลังและแรงใจให้คุณครู ได้มีกำลังใจที่จะสอนต่อไป

พิธีรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์

การส่งเสริมแนวทางที่จะทำให้กิจกรรมวันครูสืบต่อไป ประกอบด้วยพิธีปฏิญาณตน การกล่าวคำระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ส่วนกิจกรรมเพื่อความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบอาชีพครู ส่วนมากเป็นการแข่งขันกีฬาหรือการจัดงานรื่นเริงในตอนเย็น

กิจกรรมทางวิชาการ

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมวันครูสำหรับการจัดกิจกรรมทางวิชาการในช่วงสัปดาห์ "วันครู" เพื่อสร้างจิตวิญญาณความเป็นครูและกิจกรรมการพัฒนาครู ซึ่งเด็กๆ จะได้เห็นความเหนื่อยยาก ลำบาก กว่าจะทำให้เด็กแต่ละคนประสบความสำเร็จ การนำเกียรติคุณของครูที่มีประวัติที่ดีมาจัดนิทรรศการเพื่อจะได้แง่คิดของครูเหล่านั้น

มอบโล่ประกาศเกียรติคุณครูดีเด่น

เป็นการจัดกิจกรรม ที่มีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ "ครูดีไม่มีอบายมุข" ครูดีมีคุณธรรม หนึ่งแสนครูดี อาจจัดเป็นงานนิทรรศการ งานวันครูและเปิดประชุมทางวิชาการ การจัดอภิปราย เกี่ยวกับครู การนำเสนอผลงานเกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้ และมอบรางวัลแก้ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่การศึกษาและได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล

คุณลักษณะของครูที่ดีตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา

คุณลักษณะของครูที่ดีตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา
หลักธรรมหมวดนี้ คือ “ กัลยาณมิตตาธรรม ” มี 7 ประการ ดังนี้

1.ปิโย - น่ารัก

ครูนั้นจะต้องเป็นผู้ที่น่ารัก ศิษย์ได้พบเห็นแล้วอยากเข้าไปพบ สบายใจเมื่อได้พบปะกับครู อาจารย์ผู้นั้น สำหรับแนวทางกระทำตนให้น่ารักของศิษย์นั้นสามารถกระทำได้ดังนี้

1.1. มีเมตตาหวังดีต่อศิษย์เสมอ

1.2. ยิ้มแย้ม แจ่มใส หน้าไม่บึ้งตึงทั้งเวลาสอนและนอกเวลาสอน

1.3. ให้ความสนิทสนมกับศิษย์ตามควรแก่กาลเทศะไม่เกินดี

1.4. พูดจาอ่อนหวานสมานใจกับศิษย์ทุกคน

1.5. เอาใจใส่อบรมสั่งสอนศิษย์ให้เกิดความรู้อย่างแท้จริง

1.6. เป็นเพื่อนในสนามกีฬา เป็นครูที่สง่าในห้องเรียน

1.7. เมื่อเด็กมีความทุกข์ ครูให้ความเอาใจใส่คอยปลอบประโลมให้กำลังใจ

2. ครุ - น่าเคารพ ครู ต้องเป็นผู้ประพฤติตนเหมาะสมแก่ฐานะของความเป็นครู กระทำตนเป็นแบบอย่างแก่ศิษย์ทั้งพฤติกรรมทางกาย วาจา ใจ

3. ภาวนีโย – น่าเจริญใจหรือน่ายกย่อง ครูต้องกระทำตนให้เป็นที่เจริญน่ายกย่องของศิษย์และบุคคลทั่วไป มีความรู้และภูมิปัญญาอย่างแท้จริง มีคุณธรรมควรแก่การกราบไหว้บูชาของศิษย์เสมอ เปิดรับความรู้ใหม่ ๆ เชื่อกฎแห่กรรม เป็นผู้รักษาศีล ควบคุมจิตด้วยสมาธิ และแก้ปัญหาด้วยปัญญา

4.วัตตา - มีระเบียบแบบแผน ครูต้องกระทำตนให้เป็นบุคคลที่เคารพ อยู่ในกฎระเบียบ มีระเบียบแบบแผน ขณะเดียวกันก็อบรมตักเตือนศิษย์ให้เป็นผู้มีระเบียบด้วยเช่นกัน

5. วจนักขโม – อดทนต่อถ้อยคำตาง ๆ ครูต้องอดทนต่อคำพูดของศิษย์ที่มากระทบความรู้สึก ครูต้องพร้อมรับฟังข้อซักถาม ให้คำปรึกษาหารือ แนะนำ ไม่เบื่อ ไม่ฉุนเฉียว หรือไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียว โมโหโกรธง่าย

6. คัมภีรัญจะ กถัง กัตตา แถลงเรื่องได้อย่างลึกซึ้ง ครูจะต้องมีความสามารถในการสอน ใช้คำพูดในการอธิบายเรื่องราวต่างๆได้อย่างแจ่มแจ้ง มีความรอบรู้ในเรื่องที่จะพูด สอนเรื่องยาก ให้เข้าใจง่าย ยกตัวอย่าง ใช้สื่อการสอนประกอบเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจในเรื่องที่สอนได้โดยง่าย

7. โน จัฏฐาเน นิโยชเย ไม่ชักนำศิษย์ไปในทางเสื่อมเสีย หรือไม่ชักนำศิษย์ไปในทางที่ต่ำทรามใดๆ สิ่งใดเป็นความเสื่อมโทรมทางจิต จะไม่ชักนำศิษย์ไปทางนั้น และในขณะเดียวกันครูต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอบายมุขทั้งหลายทั้งปวงด้วยเพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่ศิษย์ เพราะแบบอย่างที่ดี มีค่ามากกว่าคำสอน

แหล่งข้อมูล

https://sites.google.com/site/khrukhonmai/k1

http://www.myhora.com/%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%99/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9.aspx


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ครู...ดี...ต้องมีสติมั่น

ไม่หวั่นปัญหาทั้งผอง

มุ่งเดินสายกลางตามครรลอง

ประคองตนอย่างพอเพียง