กลัวจนขวัญผวา" เดี๋ยวเขา ดูถูกเอา ! "

ในปีใหม่กับพรที่มอบให้กัน ขอให้รวย ๆ

ในแถบบ้านที่ผมเติบโตมาจะมีคำๆหนึ่งตามหลอกตามหลอนตลอด ไม่รู้ว่าทำไม?

คำคำนั้นก็คือ เดี๋ยวเขาดูถูกเอา

พูดกันจนขวัญผวา พูดกันจนเกิดการแข่งขัน อวดความสำเร็จ สิ่งต่างๆ ตรงนี้ความจริงถ้าใช้ถูกก็จะนำไปสู่ความสำเร็จของครอบครัวของชีวิต แต่น่าเสียดาย

หลายคน ใจร้อนกับทุกอย่าง ว่ากันตั้งแต่เกิดมาตัวน้อยๆเลย อยากได้อะไรก็ไม่คิด ไม่อดกลั้น ร้องไห้ฟูมฟายขอในสิ่งที่ตนเองอยากได้จากพ่อแม่ เมื่อเริ่มเข้าโรงเรียนครูให้การบ้านก็รอจนเวลาเหลือน้อยมากแล้วค่อยทำ

เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ว่ากันตั้งแต่เดือนแรกที่มีรายได้ก็เริ่มที่จะ หยิบของมาก่อนแล้วค่อยผ่อนจ่ายให้กัน

จุดที่ปั่นป่วนที่สุดก็คือช่วงทำงานนี่แหละ ด้วยว่าตัวเราขาดคนให้เกียรติ ขาดคนเคารพ ตลอดเส้นทางชีวิตไม่เคยทัดเทียมใครๆเลย เมื่อหูแว่ว "เดี๋ยวเขาดูถูกเอา" ก็ยิ่งเป็นตัวเร่งการตัดสินใจ ให้เราเปิดเครดิตซื้อบ้าน ซื้อรถ เรียกว่าเอาครบครันเลย ตั้งแต่วันนั้นมาชีวิตผมก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย หลากหลายเรื่องราวก็ต้องใช้เงินเป็นหลัก การหยิบเงินในแต่ละครั้งก็ว่ากันตามภาพที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ รับรู้ว่าเราวันนี้ร่ำรวย ทุกอย่างจัดการได้ ภาระทุกอย่างของตระกูลเรารับมาเป็นภาระ บิดามารดาที่เคยทำงานก็ให้หยุดงานและมานอนอยู่บ้าน รับเงินรายเดือนจากเราไป ตรงนี้เอง ที่เป็นจุดที่ผู้คนแถบบ้านผมใฝ่ฝัน ตำแหน่งในใจตรงนี้ก็เหมือนกับตำแหน่งใหญ่ทั่วๆไปคือ มีจำนวนน้อย เราคงไม่มีผู้อำนวยการกันหลายคนในองค์การนะ ....

เมื่อโอ่งใบนั้นมีรู้รั่วหลายรู การตักน้ำมาเติมจึงยากที่จะเต็ม ทำให้หลายคนที่เผชิญชีวิตจริงตกอยู่ในภาวะฝืดเคือง และก็บอกใครไม่ได้ เป็นความทุกข์ในใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ผมและเพื่อนๆตกอยู่ในแอ่งตรงนี้เช่นกัน มีหลายครั้งที่เราพยายามหาทางออก ในชีวิตจริงทำได้ยากมากๆ หันมาใช้ชีวิตพอเพียงตามแนวที่พี่ด้าหัวหน้าที่ทำงานพร่ำสอน ทำบัญชีครัวเรือน อดออมค่อยๆ ทลายหนี้ แนวนี้ก็พยายามทำอยู่ แต่ดูเหมือนไม่ใช่ยาวิเศษที่เรามองหานะ สมาชิกทุกคนไม่สามัคคี จะเอาตรงโน้น ต้องจ่ายตรงนี้ ลูกคนนั้นจะเอาไอ้นั่น ป่วนกันไปหมด สุดท้ายก็แก้ปัญหาตามอาการ หนี้สหกรณ์ก็พอกพูนเต็มกรอบวงเงิน หนี้นอกระบบก็กลายเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ยามยาก

คำถามของผมคือ ทำไมน้า ทำไมต้องกลัวคนอื่นดูถูกด้วย จริงๆ ถ้าจะหาคำตอบกันก็ไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ เราต้องการความสำเร็จใช่ไหม และจะสร้างความสำเร็จที่ว่านี้แบบไหน อย่างไรน่าจะเป็นสิ่งที่ลูกๆ หลานๆ ต้องการ

เขาคงอยากได้แนวทางการสร้างฐานะที่ถูกต้องและทำได้จริงมากกว่า ใช่ไหม ถ้าใช่ แล้วทำอย่างไรล่ะ

1.สร้างภูมิต้านทานเกี่ยวกับค่านิยมที่ผิด

เริ่มสอนให้ลูกใช้จ่าย แต่งเนื้อแต่งตัว ของกินของใช้ ตามอัตภาพของตัวเองโดยแบ่งเงินเก็บออมไว้ก่อน ค่อยนำส่วนที่เหลือมาใช้จ่าย และพร่ำสอนให้ลูกทำตัวสมาร์ทบนทรัพยากรที่มีอยู่

2.ปลูกฝังความซื่อสัตย์ในตนเอง มีวินัย พึ่งตนเองเสมอ และดูแลคนอื่นๆ แบบใจเขาใจเรา

3. สร้างนิสัยการลงมือทำ ตรงเวลา มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่สมาชิกในครอบครัว

เมื่อวางแผนอะไรก็ลงมือทำพร้อมทั้งเรียนรู้พัฒนาตลอดจนได้ผลงานออกมา

4.เรียนรู้สิ่งดีๆ จากทุกคนรอบตัวและนำมาปรับใช้ในชีวิตของตนเสมอ

5.พัฒนาตนเองตลอดเวลา

คิดว่าแค่นี้แหละ ก็น่าจะทำให้ชีวิตในอนาคตเป็นอย่างที่ตระกูลเราต้องการแล้วล่ะ

สุดท้าย วันนี้ผมมีเงินพอใช้ในครอบครัวและก็มีเงินเก็บประจำทุกเดือน ทุกคนในครอบครัวก็ไม่ต้องทุกข์ร้อนจากสายตาของผู้คนว่าคนอื่นจะว่าอย่างไร เพราะชีวิตเรามันคือของเรา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ง่ายๆกับการสร้างความสุขให้กับชีวิตประจำวัน



ความเห็น (4)

สวัสดีปีใหม่ครับ พี่นงนาท

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่ครับ เป็นแนวคิดที่มีประโยชน์มากครับ

ขอบคุณ คุณทิมดาบนะครับ