"ทะเลสาบโตบา" ทะเลสาบบนปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่ีสุดในโลก


เมื่อมีโอกาสมาเยือนเมดาน

ครั้งที่2 สำหรับการไปเยือนเมดานอินโดนิเซีย จะเห็นความแตกต่างมากมายโดยเฉพาะสนามบิน ซึ่งมีAirport Rail-link ที่ทันสมัยรับ-ส่งระหว่างสนามบินกับในเมืองเมดานสนามบินอยู่ห่างจากในเมืองพอสมควรสนามบินแห่งใหม่จะทันสมัยไม่แพ้สนามบินอื่นๆเลย พร้อมเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันค่ารถไฟฟ้าเข้าเมืองเมดานคนละ 100000 รูเปียคะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีถึงในกลางเมืองเมดานคะ

โรงแรมของเราอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าคะสะดวกสบายทุกอย่างและห่างจากที่สัมมนาประมาณ500 เมตรคะ เดินไปได้ ไม่ไกลคะ

ถ้าใครไปเมดานแน่นอนต้องไปทะเลสาบโตบาคะซึ่งเป็นทะเลสาบบนปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกคะ ทะเลสาบโทบาอยู่ทางทิศใต้ของเมืองเมดาน(Medan) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ของสุมาตราเหนือเป็นศูนย์กลางทางการค้าและท่าเรือที่สำคัญระยะทาง160 กิโลเมตรทะเลสาบแห่งนี้ มีเกาะขนาดใหญ่ชื่อซาโมซีร์ (Samosir) อยู่ตรงกลางทะเลสาบ

ทะเลสาบไปอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างไร

เมื่อภูเขาไฟระเบิดทำให้กรวยภูเขาไฟพังทลายลงเกิดเป็นแอ่งภูเขาขนาดใหญ่และเมื่อผ่านการระเบิดมาอย่างยาวนานจึงทำให้ปากปล่องขยายทั้งทางกว้างและลึกขึ้นเรื่อยๆหินเหลวและก๊าซต่างๆที่สะสมอยู่ถูกพ่นออกมาจนหมดภายในก็จะกลายเป็นพื้นที่ว่างขนาดใหญ่และแผ่นดินเบื้องบนก็จะยุบตัวลงเข้าไปแทนที่พื้นที่ว่างดังกล่าวจนเกิดเป็นแอ่งขนาดใหญ่รองน้ำฝนที่ตกลงมาจนกลายเป็นทะเลสาบบนปากปล่องภูเขาไฟ (Volcanocrater) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีเนื้อที่ 1,645 ตารางกิโลเมตรอยู่สูง 906 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลมีความยาวของทะเลสาบกว่า100 กิโลเมตรกว้าง 30 กิโลเมตรมีความลึกเฉลี่ย450 เมตรจุดที่ลึกที่สุด มีความลึกที่สุดถึง505 เมตรจากการระเบิดของภูเขาไฟได้ทำให้เกิดทัศนียภาพของหน้าผาสูงถึง500 เมตร กลางทะเลสาบจะมี samosirisland และมีทะเลสาบขนาดย่อมอยู่บนเกาะ samosir อีกต่อหนึ่ง

เราเดินทางออกจากเมดานโดยรถตู้ ราคา 2,200,000 รูเปีย ประมาณบ่ายสอง ถึงทะเลสาบเกือบสองทุ่มคะ

ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชม.เลยคะ จริงๆ ระยะทางไม่ไกลมาก แต่ด้วยสภาพถนนที่ไม่อำนวย เล็กและแคบ ขรุขระในบางช่วง

เลยทำให้ต้องใช้เวลาเดินทางนานหน่อย เราหาที่พัก และเข้าที่พักประมาณเกือบสี่ทุ่ม ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นที่สูง

เลยทำให้อากาศค่อนข้่างหนาวเย็น อากาศสบายๆ ไม่หนาวมาก พอตื่นเช้าเจอบรรยากาศภายนอกห้องพัก สุดๆ

สวยจริงๆ เหมือนภาพในฝันเลยคะ ทำให้เราไม่พลาดที่จะต้องล่องเรือชมทะเลสาบอย่างแน่นอน

การล่องเรือชมทะเลสาบโดยการเหมาเรือ ราคา 800,000 รูเปียเรือลำใหญ่ และไม่ต้องร่วมกับทัวร์เป็นอิสระจะแวะไหนก็ได้เราออกจากที่พักลงเรือตอนเช้าหลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จลืมบอกไปว่า อาหารที่อินโดนีเซียอร่อยคะ กินได้หมดเลยไม่ว่าจะเป็นแกง หรือผลไม้แต่รู้สึกว่าเค้าไม่ค่อยมีผักสดกินกับน้ำพริกเหมือนบ้านเรามักจะเป็นผักลวก ยอดมะละกอยอดมันสัมประหลัง อะไรประมาณนั้นคะที่ต้องมีทุกมื้อก็คือ เทมเปคะ ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติของชาวอินโด

ทิวทัศน์ในทะเลสาบ ไม่ต้องพูดถึงคะ สวยจนอยากจะอยุดเวลา นั่งมองเพลินมากๆ คะ

สวยอย่างธรรมชาติสร้างสรรค์จริงๆ ไร้การเติมแต่งใดๆ ทั้งสิ้น เราลงไปเที่ยวเกาะซาโมซีร์ อยู่กลางทะเลสาบคะ มีร้านค้า

และบ้านแบบโบราณของเผ่าบาตัก ซึ่งชาวบาตักเป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบ และบนเกาะซาโมซีร์

ในอดีตชาวบาตักมีความเชื่อบูชาธรรมชาติ แต่เมื่อชาวดัชท์ยึดครองอินโดนีเซียเป็นอาณานิคม มิชชั่นนารีตะวันตกจะเข้ามาเผยแพร่คริสต์ศาสนา ทำให้ภายหลังชาวบาตักบนเกาะซาโมซีร์ส่วนมาก เปลี่ยนจากความเชื่อดั้งเดิมมานับถือศาสนาคริสต์แต่ก็ยังแฝงไปด้วยการนับถือภูตผี และความเชื่อบูชาธรรมชาติอยู่ด้วย เอกลักษณ์ของชาวบาตักที่เห็นได้ทั่วไปนั้นก็คือ การออกแบบหลังคามีลักษณะสูง

รูปร่างคล้ายเรือสีดั้งเดิมจะเป็นสีแดง ดำ ขาว ดูสวยงามแปลกตาคะ

ทั้งหมดมันคือความสวยงาม ที่ถูกสร้างสรรค์ ที่ยากที่มนุษย์จะปรับแต่งให้เป็นเช่นนั้นได้ 

จริงๆ ทะเลสาบโตบาก็เหมือนทะเลสาบธรรมดา แต่ที่พิเศษสุด ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ไปชมก็คือ

ประวัติศาสตร์และที่มาของการเกิดเป็นทะเลสาบของมันนั่นเอง

ที่มา http://www.vcharkarn.com/varticle/38880

หมายเลขบันทึก: 598856เขียนเมื่อ 26 ธันวาคม 2015 15:17 น. ()แก้ไขเมื่อ 1 ตุลาคม 2020 15:24 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี