ตำนานขนมครก

สลิลทิพย์
  เรื่องราวความเป็นมาของชื่อขนมครก สนุกดีคะลองอ่านดูนะคะ  

    วันนี้เป็นเรื่องสนุกๆไปเจอในอินเตอร์เน็ตมา เลยเอามาขึ้นให้อ่านสนุกๆ ผ่อนคลายความเครียดกันเล่นๆลองอ่านดูนะคะ

                                 ตำนานขนมครกไอ้กะทิ หนุ่มน้อยแห่งดงมะพร้าวเตี้ย  แอบมีความรักกับ หนูแป้ง สาวสวยประจำหมู่บ้านซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของผู้ใหญ่บ้าน  ทั้งคู่เจอกันวันลอยกระทง  และสัญญากันต่อหน้าพระจันทร์ ไม่ว่าข้างหน้าแม้จะมีอุปสรรคขวางกั้นเพียงใด ทั้งคู่ก็จะขอยึดมั่นความรักแท้ที่มีต่อกันชั่วฟ้าดินสลาย ไอ้กะทิ ก้มหน้าก้มตาเก็บหอมรอมริบหาเงินเพื่อมาสู่ขอลูกสาวจากผู้ใหญ่บ้าน แต่กลับถูกปฏิเสธแถมยังโดนผู้ใหญ่ส่งชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือมาลอบทำร้าย  แต่ไอ้กะทิก็ไม่ว่ากระไร  มันพาร่างอันสะบักสะบอมกลับไปบ้าน นอนหยอดน้ำข้าวต้มซะหลายวัน  แต่ใจยังตั้งมั่นว่า วันหน้าจะมาสู่ขอหนูแป้งใหม่จนกว่าผู้ใหญ่จะใจอ่อน  แต่แล้วความฝันของไอ้กะทิ ก็พังพินาศเมื่อผู้ใหญ่ยก หนูแป้ง ลูกสาวคนสวยให้แต่งงานกับปลัดหนุ่มจากบางกอก  ไอ้กะทิ รู้ข่าวจึงรีบกระเสือกกระสนหมายจะมายับยั้งการแต่งงานครั้งนี้   ซึ่งผู้ใหญ่บ้านก็วางแผนป้องกันไว้แล้ว  โดยขุดหลุมพรางดักรอไว้ แต่แม่แป้งแอบได้ยินแผนร้ายเสียก่อน จึงลอบหนีออกมาหมายจะห้ามหนุ่มคนรักไม่ให้ตกหลุมพราง  คืนนั้นเป็นคืนเดือนแรม หนูแป้งวิ่งฝ่าความมืดออกมาเพื่อดักหน้าไอ้กะทิ   ไอ้กะทิเห็นหนูแป้งวิ่งมาก็ดีใจทั้งคู่รีบวิ่งเข้าหากัน  ฉับพลัน!!...ร่างของหนูแป้งก็ร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางของผู้ใหญ่ฯผู้เป็นพ่อ  ต่อหน้าต่อตาไอ้กะทิ  อารามตกใจนายกะทิก็รีบกระโดดตามลงไปเพื่อช่วยเหลือหนูแป้ง  อารามดีใจสมุนชายฉกรรจ์ของผู้ใหญ่บ้านซึ่งแอบซุ่มอยู่   ก็รีบเข้ามาโกยดินฝังกลบหลุมที่ทั้งคู่หล่นลงไป  เพราะคิดว่าในหลุมมีเพียงไอ้กะทิผู้เดียว ...  รุ่งเช้าผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ขุดหลุมเพื่อดูผลงาน  แทบไม่เชื่อสายตาเบื้องล่างปรากฏร่างของ ไอ้กะทิตระกองกอดทับร่างหนูแป้งลูกสาวของตน  ทั้งสองนอนตายคู่กันอย่างมีความสุข  เมื่อรอยยิ้มถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตา  ผู้ใหญ่บ้านรำพึงต่อหน้าศพของลูกสาวว่า.."พ่อไม่น่าคิดทำลายความรักของลูกเลย"

ตั้งแต่นั้นมาอนุสรณ์แห่งความรักที่กระทำสืบทอดกันมาจนเป็นประเพณี ทุกแรม ๖ ค่ำ เดือน ๖ ชาวบ้านที่ศรัทธาในความรักของไอ้กะทิ กับ แม่แป้ง ก็จะตื่นตั้งแต่เช้ามืด เข้าครัวเพื่อทำขนมที่หอมหวานปรุงจากแป้ง และกะทิ บรรจงหยอดลงหลุม  พอสุกได้ที่ก็แคะจากหลุม แล้วนำมาวางคว่ำหน้าซ้อนกันเป็นสัญลักษณ์ว่า "จะได้อยู่ร่วมกันตลอดไป"  ขนมนี้จึงถูกเรียกขานกันในนาม "ขนมแห่งความรัก" หรือ ขนม คน-รัก-กัน ต่อมาถูกเรียกย่อ ๆ ว่า 'ขนม ค-ร-ก' นั่นเอง

 
ในเน็ตน่าอ่านกว่านี้มีรูปสวยๆด้วยแต่เอามาให้ดูไม่เป็นนะคะใครสนใจก็ไปดูได้ใน http://www.everykid.com เอานะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกร็ดความรู้

คำสำคัญ (Tags)#เกร็ดความรู้

หมายเลขบันทึก: 59860, เขียน: 15 Nov 2006 @ 12:19, แก้ไข, 06 May 2012 @ 06:54, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (3)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 15 Nov 2006 @ 12:25
  • ชอบกินมากขนมครก
  • ที่ภาคใต้เรียกว่าอะไรครับ
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ 15 Nov 2006 @ 12:43
  • ขอขอบคุณ
  • สำหรับตำนาน ขนม ค-ร-ก = คนรักกัน ครับ..
  • คุณขจิตแอบมาคนแรกเช่นเคย
beeman 吴联乐
เขียนเมื่อ 15 Nov 2006 @ 17:28
  • มาเยี่ยมอีกครั้ง ตามคำถามเข้ามา
  • บล็อก สไตล์ ท่านอาจารย์จันทวรรณ สวยมาก (ชอบเฉพาะสีเหลือง แต่ไม่ชอบสีน้ำตาล)
  • ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ ท่านไม่ชอบ วิธี copy และ Paste ดังนั้นหาก ไป copy เขามา..ควรใส่ส่วนที่เป็น...ความรู้ของเราด้วย..เช่นไปถ่ายภาพขนมครก..บอกวิธีการทำขนมครก..หรือไปสัมภาษณ์ คนขายขนมครกมาประกอบเรื่องเล่าของเราด้วยครับ...
  • แนะนำว่า การ copy ให้ copy ไปใส่ใน Notepad ก่อน แล้วค่อยเอามาลงในบันทึกอีกครั้ง โดยจะเป็นตัวอักษรขาว-ดำ แล้วเราก็ค่อยแต่สีอีกครั้งหนึ่งจะได้แตกต่างจากต้นฉบับบ้าง
  • และตัวอักษรก็จะขยายขนาด เล็ก..ใหญ่ได้
  • ตัวอักษรใน GotoKnow จะเป็น Tahoma size 12 ครับ