12. ฝึกลูกทำงานบ้านตามวัย ..มีแต่ได้ ไม่มีเสีย

ฝึกลูกทำงานบ้านตามวัย ( เท่าที่ความสามารถทำได้) ตั้งแต่ยังเล็ก

เมื่อลูกอายุ 2 ขวบ เป็นวัยแห่งการทดลองท้าทาย อยากเรียนรู้ เป็นช่วงวัยแห่ง sensori - motor พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก มีการเติบโตและสมองพัฒนาในทุกส่วน เป็นวัยแห่งการเริ่มเป็นตัวของตัวเอง (autonomy) เด็กจะเลียนแบบท่าทางผู้ใหญ่ วัยนี้จะเห็นเด็กอยากกวาดพื้น ถูพื้นเหมือนคุณพ่อคุณแม่. หากลูกน้อยท่านใด หยิบจับไม้กวาดแล้วล่ะก็ คุณแม่ส่งเสริมลูก และชมเลยนะคะ นี่คือ จุดเริ่มต้นของการฝึกลูกทำงานบ้านตามวัย ฝึกความรับผิดชอบให้กับลูก

แต่ต้องทำความเข้าใจไว้อย่างว่า เด็กวัยนี้กล้ามเนื้อทุกส่วนยังไม่แข็งแรง อยู่ในช่วงการพัฒนา ดังนั้น เด็กเพียงเลียนแบบท่าทางที่เห็น แต่เด็กจะยังกวาดพื้น ถูพื้นไม่สะอาดเท่าผู้ใหญ่ สิ่งที่พ่อแม่ควรทำ คือ เมื่อลูกเอาไม้กวาดมากวาดพื้น เราก็ให้กำลังใจ ชมเชยว่าลูกช่วยพ่อแม่กวาดพื้น เยี่ยมไปเลย พอเด็กเลิกเล่นกวาดพื้นแล้ว เราก็เพียงมากวาดพื้นซ้ำอีกทีให้สะอาด เช่นกันกับการถูพื้น และ การซักผ้า

_________

เมือ่เด็กเริ่มเข้าวัยอนุบาล. หน้าที่ของพ่อแม่ คือ การฝึกให้ลูกรับผิดชอบสิ่งของของตัวเอง. การดูแลตนเอง (เท่าที่ได้) เด็กถือเป้ไปเอง ( เป้ให้เหมาะสมกับวัย ไม่ต้องใส่ของมาก) ฝึกเด็กติดกระดุมเอง ใส่รองเท้าเอง ผูกเชือกรองเท้าเอง อาบน้ำเอง แปรงฟันเอง - เท่าที่ความสามารถของเด็กทำได้ และ แม่อาจจะมาเช็คซ้ำอีกครั้ง ถึงความเรียบร้อย และความสะอาดของสิ่งต่างๆ และทำเพิ่มเติมให้กับเด็ก ด้วยความรัก การฝึกเช่นนี้ให้ฝึกไปเรื่อยๆ กลับมาบ้าน มอบหมายงานบ้านง่ายๆให้ทำเป็นประจำ จัดโต๊ะทานข้าว เช็ดโต๊ะ เอาขยะไปทิ้ง ช่วยแม่ซักผ้า ( ให้เด็กฝึกขยี้ผ้า ซักผ้าเท่าที่ได้. ทำได้เท่าไหนเท่านั้น ) ช่วยแม่ตากผ้า หนีบผ้า เด็กวัยนี้จะสนุกกับการเลียนแบบสิ่งที่พ่อแม่ทำ ได้ช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงาน ( แม้ว่าในสายตาผู้ใหญ่ อาจจะมองว่ายิ่งทำยิ่งเลอะ อย่าทำเลย แม่ทำแป็ปเดียวเสร็จ ลูกมาป่วน - เราควรปล่อยให้ลูกทำ และจัดพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่เลอะเทอะให้ในระดับหนึ่ง - เพื่อให้เด็กมีพื้นที่การเรียนรู้ของเขา )

สิ่งที่เด็กทำ เป็นพัฒนาการของเขาที่จะฝึกตนเองให้เก่งขึ้น มีความรับผิดชอบต่อตนเอง มีความรับผิดชอบต่อบ้าน เป็นการฝึกพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดใหญ่ มัดเล็ก สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันแม่ลูก ฝึกวินัยในตนเอง

และ sense of self การตระหนักรู้ในตนเองว่าตนเองมีอยู่จริง. รวมถึงสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เมือ่เด็กได้รับคำชมเชย จะก่อให้เกิด self esteem ความภาคภูมิใจในตัวของตัวเอง

หากเราไม่ปล่อยให้เด็กทำ ติดคำพูด " อย่า ห้าม ไม่ " เท่ากับเราไปขัดพัฒนาการการเติบโตของลูก สิ่งที่เราควรทำคือ การหาพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่เลอะเทอะได้ในระดับหนึ่งให้ลูกเล่นและ ฝึก เมือ่เวลาลูกเล่น และ ฝึก หน้าที่พ่อแม่ คือ การเฝ้าสังเกตพัฒนาการลูก มิใช่การก้มหน้าอยู่กับมือถือ เพราะเท่ากับคุณกำลังเสียโอกาสการเรียนรู้พัฒนาการของลูกที่ลูกกำลังแสดงให้เราดูไปอย่าน่าเสียดาย. ใช้เวลาเฝ้าสังเกตลูก เวลาลูกเล่นกับเพื่อน ลูกเข้าสังคมได้หรือไม่ ลูกมักร้องไห้เมื่อทำสิ่งใดไม่ได้หรือไม่ ลูกมักไปแย่งของเล่นของผู้อื่นหรือไม่ ลูกช่วยเก็บของเล่นต่างๆ พ่อแม่ควรเข้าไปเล่นกับลูกด้วย เพื่อช่วยแก้ไขข้อขัดข้อง และ เสริมพัฒนาการ สร้างความสัมพันธ์ไปพร้อมกัน สิ่งไหนที่ลูกร้องไห้ยังทำไม่ได้ หน้าที่เราพ่อแม่คอ การเป็นกำลังใจให้ รับรู้ความเสียใจของลูก และ ค่อยๆนำพากระบวนการคิดหาทางออก

ลูกร้องไห้ เพื่อบอกว่าเสียใจ เราเพียงรับรู้ความเสียใจของลูก ไม่ต้องบอกโกรธลูกที่แค่นี้ก็ร้องไห้. บางเรื่องผู้ใหญ่อาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่กับเด็ก บางทีมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับเขา เพียงรับรู้ความรู้สึก และ เข้าใจเขา เท่านี้ ก็เพียงพอสำหรับการที่ลูกจะเติบโตมาอย่างมีความสุขและมีคุณภาพค่ะ สำหรับเด็กเล็ก สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรับรู้ว่ามีคนรักเขา โลกนี้ปลอดภัยสำหรับเขา ( Trust) พ่อแม่มีความมั่นคงทางอารมณ์ และ กำกับวินัยอย่างถูกต้อง สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง. ตระหนักรับรู้ในตนเอง ทั้งหมดคือ สิ่งที่พ่อแม่ต้องช่วยส่เงสิมลูกค่ะ

_________________

ถึงวัยที่ลูกชายเข้าวัยประถม7 ขวบ ทุกเช้าวันเสาร์ เป็นวันที่แม่จะให้ลูกชายนำเสื้อผ้าที่ใส่ทั้งอาทิตย์มาแยกประเภท เสื้อ กางเกง ถุงเท้า ( เป็นการฝึกคณิตศาสตร์ เรืองการแยกประเภท และ จัดกลุ่มไปในตัว) และ ซักเสื้อผ้าของตนเอง โดยมีแม่ช่วยอยู่ข้างๆ ลูกชายต้องเตรียมน้ำซักผ้า และ ซักผ้าของตนเองเท่าที่ได้ (ลูกอาจยังขยี้ผ้าไม่สะอาด แม่จะช่วยซักให้อีกครั้ง) ( พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก) ให้ลูกตากผ้า และ หนีบผ้าด้วยตนเอง. เมื่อเสื้อผ้าแห้ง ลูกมาเก็บเสื้อผ้าของตน และ แยกประเภทจัดเข้าตู้ของตนเอง ลูกชายทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆตามวัย ตามความสามารถที่เพิ่มขึ้น ข้อสำคัญ ลูกชายรู้จักว่า สิ่งของของตนเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าตนเองไม่ซัก ตนเองก็จะไม่มีชุดใส่ไปโรงเรียน รวมถึง ลูกรู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ตนเองดูแลตัวเองได้( Self Esteem) ตนเองเป็นเด็กโต เป็นพี่ของน้องอนุบาล ทำได้มากกว่าน้องอนุบาล จึงทำให้เมือ่เวลาลูกชายอยู่กับลูกพี่ลูกน้องที่อายุน้อยกว่า ลูกชายจะดูแลน้องได้ดีในฐานะพี่ คอยช่วยเหลือ เอาใจใส่ ปลอบน้องเวลาน้องเสียใจ เพราะตนเองรู้สึกถึงความเป็นพี่ที่โตกว่าน้อง เก่งกว่าน้อง และตนเองภูิมใจในความเป็นพี่ เป็นเด็กโตของตนเอง

____________

# ฝึกลูกทำงานบ้านตามวัย#

พื้นฐานสำคัญของการประสบความสำเร็จในชีวิต

ฝึกลูกรับผิดชอบงานของตนเอง และ งานบ้าน

มีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสีย :

* พัฒนาทักษะความมุ่งมั่นแห่งความสำเร็จ ฝึกความอดทน

* พัฒนาวินัย ฝึกความรับผิดชอบในงานของตน * สำคัญมาก

* ได้ Sense of self การตระหนักรู้ในตนเอง

* พัฒนา Self esteem ความภาคภูมิใจในตัวเอง ซึ่งเป็นรากฐานการประสบความสำเร็จ * สำคัญมาก

* พัฒนากล้ามเนื้อมือมัดใหญ่

* พัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็ก

* ฝึกการวางแผน การตัดสินใจ และ การแก้ไขปัญหา

* ทำงานต่อเนื่อง พัฒนากลายเป็นนิสัย และคุณลักษณะแห่งความสำเร็จติดตัว

* อื่นๆอีกมากมาย

ประโยชน์คุ้มค่ามากขนาดนี้ มาเริ่มฝึกลูกทำงานบ้านกันตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ เริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ

เคล็ดลับสำคัญ คือ ทำสม่ำเสมอ ทำแล้วได้คำชม เข้าใจพัฒนาการเด็กว่า ทำได้เท่าที่ทำ ( และจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆตามวัย) สิ่งสำคัญ คือ กำลังใจที่ให้ และ การมองไปในเป้าหมายของการเลี้ยงลูกข้างหน้าว่า เราฝึกสิ่งนี้กับลูก เพื่อเป้าหมายในวันข้างหน้า ที่ลูกจะทำสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตนเอง แม้เมื่อไม่มีใครบอก และไม่ใช่เพียงการมองเป้าหมายในวันนี้คือ ลูกต้องซักให้สะอาด ถ้าไม่สะอาด ไม่ต้องซักเลย ไปอ่านหนังสือเลย

#การ spoilลูก คือ การทารุณกรรมลูก ฝึกลูกทำงานบ้านและกำกับวินัยลูกด้วยความสงบ ตั้งแต่วันนี้นะคะ

ด้วยรัก

ครูแม่แอน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เลี้ยงลูกแบบ Win-Win



ความเห็น (1)

ขอบคุณครับ....สำหรับเรื่องราวดีๆ