ถึง บัณฑิตเศรษฐศาสตร์ ม.อ.

Kunlayanee
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ถึง บัณฑิตเศรษฐศาสตร์


ครูได้เห็นพวกเราตั้งแต่หอบหิ้วข้าวของมาเข้าค่าย นศ.ใหม่ ที่คณะ จนถึงวันรับปริญญา(ทั้งผู้ที่มารับปริญญาและผู้ที่ไม่ได้มาก็ตาม) ทุกคนเป็นบัณฑิตเต็มตัว เป็นบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ที่อาจารย์ทุกคนภูมิใจ


ปีนี้คณะฯมีบัณฑิตจำนวนมากกว่าทุกปี เพราะเป็นรุ่นที่รับ นศ.เพิ่มขึ้นจากเดิมกว่า 30% เป็นรุ่นที่ผ่านพ้นความยากลำบากกันมาทั้งคณะอาจารย์ นศ. และฝ่ายสนับสนุน เนื่องจากเป็นรุ่นแรกของหลักสูตรใหม่ที่ลดสัดส่วนการบังคับเรียนออกจากหลักสูตรจำนวนมาก เพื่อปลดปล่อยนักศึกษาให้มีเสรีภาพในการเลือกเรียนในสิ่งที่สนใจมากขึ้น จึงเป็นรุ่นที่ต้องใช้พลังงานในการจัดการมากพอสมควร ผู้ที่เหนื่อยมากที่พวกเราอาจจะไม่ทราบคงจะเป็น ”พี่หมวยและพี่เดียร์” ที่ช่วยจัดการระบบการเลือกเรียนให้เข้าที่เข้าทาง


นับได้ว่ารุ่นของพวกเรานี้มีกันครบเครื่องก็ว่าได้ ตั้งแต่นักคิด นักวิชาการ นักจัดการ นักกีฬา นักการเมือง นักเศรษฐศาสตร์อารมณ์ศิลปะ นักดาบ ไปถึงนักเลง และนักกิจกรรมเข้าจังหวะ คงนึกกันออกว่าใคร?เป็นใคร? จำได้ว่ารุ่นนี้สร้างวีรกรรมที่น่าจดจำไว้หลายอย่าง ที่ขอบันทึกไว้คือการได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันตอบปัญหาของ สศค. ของเจตสันต์ ที่ทำให้คณะเศรษฐศาสตร์เป็นที่รู้จักในวงการมากขึ้น


ในปีที่ 4 ที่การจัดการเรียนการสอนเน้นการแก้ปัญหามากขึ้น เช่น PBL ที่ต้องการความมีวินัย ความร่วมมืออย่างพร้อมเพียงกัน พวกเราก็มีความรับผิดชอบทำให้กระบวนการดำเนินไปได้เป็นอย่างดี อีกสิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจคือ พวกเราเป็นอีกรุ่นที่มีผลงานวิจัยดีดีจำนวนมาก ที่ได้มาด้วยการทำงานหนัก รับผิดชอบ ไม่ท้อถอย และความพยายามทำให้ดีที่สุดของพากเรา คือสิ่งที่นำความสำเร็จมาสู่ทุกคน สิ่งนี้เป็นบุคลิกที่ควรรักษาไว้


การเรียนจบปริญญาตรี จะเป็นรอยต่อครั้งใหญ่ในชีวิตของเยาวชนไทย เป็นชีวิตที่จะต้องพึ่งตัวเองด้วยลำแข้งแล้ว (ดังนั้นโปรดสำรวจดูว่าลำแข้งของตนแข็งแรงดีแค่ไหน) ช่วง 1-2 ปีแรก คุณไม่ควรเลือกงานมากในระยะแรก งานทุกอย่างมีคุณค่า งานให้ประสบการณ์แก่เรา ทุกอย่างส่งผลต่อการสร้างรากฐานให้ชีวิต เพราะอนาคตชีวิตการทำงานทุกคนก็จะต้องไปสู่สถานะที่ต้องดูแลผู้ร่วมงาน/ลูกน้องในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง รวมถึงการดูแลสมาชิกในครอบครัว ดังนั้นการมีประสบการณ์หลากหลาย รวมถึงการใช้แรงงานล้วนเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า เป็นการสะสมทุนให้ชีวิตอย่างหนึ่ง


ในช่วงของการรองาน เป็นช่วงที่ต้องเข้มงวดกับวินัยต่อตนเองให้มาก เพราะเป็นช่วงที่ไม่มีภาระการเรียนแล้ว เราจะพบว่าเรามีเวลาว่างมากเหลือเฟือ ดังนั้นจึงต้องจัดระเบียบชีวิตตนเองให้ดี ไม่เช่นนั้นเราจะเผลอตัวนอนทั้งวัน หรือเอาแต่ดู TV และเล่น FB ไปวันๆได้ ทุกคนต้องคิดกันเองว่าจะทำอะไรบ้างในแต่ละวันที่ผ่านไป ใครที่มาจากครอบครัวที่มีธุรกิจส่วนตัวก็จะโชคดี ควรใช้โอกาสนี้เข้าไปช่วยงานครอบครัว และจัดเวลาสำหรับการสมัครงานถ้าอยากจะไปหาประสบการณ์ หรือการทบทวนบทเรียนสำหรับคนที่ต้องการเรียนต่อ ขอย้ำว่าจะต้องมีวินัยมากขึ้นกว่าตอนเป็นนักศึกษา


คุณค่าสำคัญของชีวิตการทำงานคือ การพึ่งตนเองได้ การได้มีโอกาสทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมบ้าง(ถ้าเป็นไปได้) จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตที่มีความสุข และถ้าได้ทำงานที่ตนเองชอบ/ถนัดก็เป็นความโชคดี ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นเราไม่มีโอกาสเลือกมากนัก ดังนั้นบางครั้งเราจึงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับงานที่ไม่ถนัด เพราะสิ่งนี้มันเข้ามาพัวพันกับชีวิตเราเสมอ


การพึ่งตนเองได้ เป็นสิ่งสำคัญเพราะเราจะได้ไม่เป็นภาระใคร การมีชีวิตที่เรียบง่าย ติดดิน ไม่โลภจะทำให้เราเป็นคนที่ไม่สร้างภาระให้ตนเองโดยไม่จำเป็น ความเรียบง่ายทำให้เรามีเหลือ เหลือพอที่จะอุปการะผู้มีพระคุณ และอาจจะเหลือพอเผื่อแผ่ช่วยเหลือคนอื่นได้ตามอัตภาพ ความร่ำรวย เด่นดัง ไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิต และบ่อยครั้งที่สิ่งนี้นำไปสู่ความทุกข์


ขอบคุณนะคะ ที่อ่านกันจนถึงที่นี่ สุดท้ายที่จะฝากไว้คือ การใช้ชีวิตอย่างมีวินัย รับผิดชอบ ขยัน ซื่อตรง และให้เกียรติผู้คนรอบข้างทุกระดับ การเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีในทุกที่ที่เราสังกัด จะเป็นหนทางที่ทำให้ได้ความสำเร็จเป็นรางวัล


ขอคุณงามความดีเกื้อหนุนให้ทุกคนประสบความสำเร็จ ครูเชื่อมั่นในศักยภาพของทุกคน และจะรอฟังข่าวความสำเร็จจากทุกคน


รักและปรารถนาดีต่อศิษย์ทุกคน

กัลยาณี


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การเรียนการสอน



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สร้างคนดี ... เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลยทีเดียว ;)...