GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จากแมวป่ามาเป็นแมวบ้าน

เหมียว

คนเริ่มเลี้ยงแมวตั้งแต่เมื่อไร

 เมื่อไม่นานมานี้ที่เกาะไซบปรัส ในเอเซียกลาง มีการค้นพบซากโครงกระดูกแมวอยู่กับซากโครงกระดูกคน มีอายุราว 9,000 ปี ซากแมวนี้มีลักษณะคล้ายกับแมวป่าแอฟริกา แสดงว่าแมวป่าน่าจะรู้จักใกล้ชิดกับคนตั้งแต่สมัยนั้น แต่จะเป็นสัตว์เลี้ยงของคนหรือไม่ เราไม่ทราบชัด

  หลักฐานที่ชัดเจนว่าแมวเป็นสัตว์เลี้ยงของคน มาจากภาพในสุสานของอียิปต์โบราณ อายุราว 4,000 - 3,200 ปีก่อน บางภาพเป็นภาพแมวอยู่กับคนในบ้าน บางภาพเป็นภาพแมวไปล่าสัตว์กับครอบครัวนายพราน

   สำหรับในประเทศไทย เรามีตำราโบราณเขียนถึงแมวบ้านลักษณะต่างๆ และมีบันทึกว่าคนสมัยอยุธยาเลี้ยงแมวไว้ที่หอกลองเพื่อจับหนู

ในสมัยแรกคนเลี้ยงแมวไว้เพื่ออะไร

  เชื่อกันว่าในราว 7,000 ปีก่อน เมื่อคนเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเร่ร่อนล่าสัตว์ มาเป็นการตั้งถิ่นฐาน และเพาะปลูกพืช แมวป่าก็ได้มาใกล้ชิดกับชุมชนของคน โดยเข้ามาล่าหนูซึ่งมาขโมยกินเมล็ดพืชที่เก็บไว้ ภายหลังคนจึงเลี้ยงแมวป่าไว้กำจัดหนู แต่เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานใดยืนยัน

 

 

จากหนังสือ แมวไทย

สำนักพิมพ์ปลาตะเพียน

ผู้เขียน สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

พิมพ์เมื่อ 1 มีนาคม 2549

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): มู๋ทับแมว
หมายเลขบันทึก: 59726
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

แมวก็คือ เสือ ดีๆ นี่เอง

แมวมีอะไรเหมือนเสือ ความจริงเสือก็คือแมวตัวใหญ่ แมวบ้านจึงมีความเก่งกาจเหมือนเสือหลายอย่าง โดยเฉพาะความเป็นนักล่าในยามวิกาล เช่น

  • ประสาทหูไวมาก แมวได้ยินเสียงที่คนและหมาไม่ได้ยิน โดยเฉพาะเสียงความถี่สูงมากๆ แต่จะไม่ไวต่อเสียงต่ำๆ บางครั้งจึงเหมือนกับแมวล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าที่เรายังมองไม่เห็น
  • มองเห็นได้ดีแม้ในความมืด เพราะตาแมวมีรูม่านตาและเลนส์ตาใหญ่ และยังมีฉากสะท้อนแสงอยู่ภายในช่วยให้แสงที่ผ่านเลนส์ตาไปแล้วสะท้อนกลับมาเข้าเลนส์ได้อีก ตาแมวจึงส่องประกายในความมืด หากอยู่กลางแสงจ้า แมวจะหดรูม่านตาให้แคบเพื่อกันตาพร่า
  • สัมผัสจากหนวดแมว หนวดเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของแมว แมวใช้หนวดยาวๆ ช่วยในการสัมผัสในความมืด และอาจช่วยแมวจับทิศทางที่มาของกลิ่น
  • ซ่อนเล็บได้ เป็นความสามารถเฉพาะของแมวและเสือเวลาเดินมันจะหดเล็บซ่อนไว้ในอุ้งตีน ช่วยให้ย่องเข้าหาเหยื่อได้อย่างเงียบกริบ คนไทยจึงเรียกพวกขโมยย่องเบาว่า "ตีนแมว" หรือ "แมวขโมย"

 

จากหนังสือ แมวไทย

สำนักพิมพ์ปลาตะเพียน

ผู้เขียน สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

พิมพ์เมื่อ 1 มีนาคม 2549

ทุกวันนี้มีแมวบ้านทั้งหมดกี่พันธุ์ ปัจจุบันมีแมวบ้านไม่ต่ำกว่า ๕๐ พันธุ์ และเชื่อว่าทั้งหมดสืบเชื้อสายมาจากแมวป่าสามพันธุ์ ได้แก่ แมวป่าแอฟริกา (Afican wild cat) แมวป่ายุโรป (European wild cat) และแมวป่าเอเชีย (Jungle cat)

แมวบ้านแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ แมวขนสั้น กับแมวขนยาว ขนสั้นเป็นลักษณะเด่นตามธรรมชาติที่ถ่ายทอดมาจากแมวป่า พันธุ์แมวขนสั้นจึงมีมากกว่าพันุ์แมวขนยาว บางคนว่าแมวขนยาวนั้นมีต้นตระกูลคือแมวป่าพาลลัส (Pallas's cat) แต่ก็ยังไม่มีการพิสูจน์ชัด

     แมวขนสั้น

  • แมววิเชียรมาศ
  • แมวสีสวาด
  • แมวทองแดง
  • แมวขาวปลอด

     แมวขนยาว

  • เปอร์เซียหิมาลายัน
  • เปอร์เซียแทบบี้
  • เปอร์เซียคาลิโค

จากหนังสือ แมวไทย

สำนักพิมพ์ปลาตะเพียน

ผู้เขียน สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

พิมพ์เมื่อ 1 มีนาคม 2549

ในตำราแมวไทยโบราณกล่าวถึงอะไร

ตำราแมวไทยนี้เขียนเป็นคำกลอนในสมุดข่อย ไม่บอกชื่อผู้แต่งและปีที่แต่ง แต่จากลักษณะตัวอักษรและสำนวนภาษาที่ใช้ คาดว่าน่าจะเขียนขึ้นในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ตอนต้นเรื่องกล่าวว่าฤาษีสองตนเป็นผู้สร้างแมวขึ้น จากนั้นก็กล่าวถึงลักษณะของแมวดี และแมวร้าย และบอกว่าแมวดีจะให้คุณอย่างไร แมวร้ายจะให้โทษอย่างไร แก่ผู้เลี้ยง รวมทั้งมีภาพวาดแมวด้วย ปัจจุบันตำราแมวไทยนี้เก็บรักษาอยู่ที่หอสมุดแห่งชาตินับเป็นตำราแมวที่เก่าแก่ที่สุดเล่มหนึ่งของโลก

แมวไทยที่ไม่อยู่ในตำรา

แมวไทยพันธุ์หนึ่งที่มีเลี้ยงกันมาก แต่ไม่มีเขียนไว้ในตำรา คือ แมวขาวปลอด หรือ แมวขาวมณี เป็นแมวสีขาวทั้งตัว ไม่มีสีอื่นแซม ตาสีฟ้า หรือ ตาสีเหลืองอำพัน บางครั้งก็มีตาสองสีในตัวเดียว  แมวพันธุ์นี้ปรากฏอยู่ในภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดหลายแห่ง นอกจากนี้ในท้องถิ่นต่างๆในเมืองไทย ก็ยังมีแมวลายเสือที่มักพบเห็นกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นแมวลายเสือสีเทา สีเหลือง สีออกเขียวๆนิด และสีตาก็จะเป็นสีเหลืองซะส่วนใหญ่

ในสาราณุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน กล่าวถึงแมวไทยว่ามีทั้งแมวหางสั้น หางยาว และ หางขอด

จากหนังสือ แมวไทย

สำนักพิมพ์ปลาตะเพียน

ผู้เขียน สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ

พิมพ์เมื่อ 1 มีนาคม 2549