วิ่งจงกลม

ทำสมาธิ

“พระพุทธองค์ สอนเรื่อง สติ สมาธิ ปัญญา”

เป็นพุทธ ไม่หยุดท่องโลกทางความคิดนะครับ ผมจะเขียนต่อถึงการวิ่ง ของผมในทุกๆวัน ตั้งแต่เริ่มวิ่งในคราวที่แล้ว(สู่ชัยชนะ) การวิ่งของผมนั้น เกิดจากแรงบันดาลใจของตัวเอง ที่ลุกขึ้นมาพาขาก้าวออกจากบ้าน งานที่น้อยลงทำให้เราได้มีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น บางคนอาจเครียดว่างานน้อยเงินน้อยจะทำอะไร ทำอย่างไรดี ตกเย็นสังสรรค์ งานยิ่งน้อย ต้องยิ่งหาเพื่อน ก่อนอื่นลองหาคนที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าปาร์ตี้ดูครับ แล้วเทียบกับคนที่ประสบความสำเร็จจากความล้มเหลวครับ (เรียนรู้จากการล้มของตนเอง) ผมคนหนึ่งที่จะเรียนจากตัวเอง

การวิ่งของผมเริ่มจากค่อยๆวิ่งน้อยๆที่ละ100เมตร จนมาถึง10กิโลเมตร แต่ไม่เคยหยุดนะครับ ตอนที่ผมเริ่มวิ่งแรกๆทรมานมากครับเหนื่อย จุก ท้อ ครบเลยครับ มันแสดงให้เห็นในปัจจุบันครับ เหมือนกับการทำงานเลยครับ ไม่มีงานไหนไม่เหนื่อยครับ แม้กระทั่งซื้อมาแล้วขายไป (ยี่ปั๊ว)ก็ต้องใช้การเจรจา ต่อรอง ก็เหนื่อยครับ กว่าจะจบก็ต้องเผชิญกับอุปสรรค ครับ แต่ถ้าเราสังเกตอุปสรรค แก้ไข หาทางออก ย่อมต้องเจอแน่นอนครับ

ผมคิดเสมอ เวลาผมออกวิ่งครับ สังเกต คนที่วิ่งสวนมาบ้าง วิ่งตามมาบ้าง บางคนมาสองคน สามคน เป็นกลุ่ม แต่สิ่งที่ผมค้นพบคือ การวิ่งนั้นผมได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ไม่แน่ใจว่าทุกท่านเป็นไหม ว่าเวลาวิ่งใจเราอยู่กับ ขาให้รู้สึกว่าเราใช้ส่วนไหนวิ่ง ปลายเท้าส้นเท้า ข้างเท้า วิ่งอย่างไรตรงไหนลงไม่ให้เจ็บ อีกหนึ่งคือใจอยู่กับลมหายใจ แรกๆหายใจเร็วก้าวหนึ่งหายใจเข้าอีกก้าวหายใจออก เหนื่อยครับเหนื่อยมาก วิ่งวันที่สิบวันที่ยี่สิบ เริ่มสังเกตลมหายใจมากขึ้น วิ่งกี่ก้าวหายใจหนึ่งครั้ง หายใจอย่างไรไม่ให้เราเหนื่อยง่าย ไปอ่าน ตามเวปหรือถามผู้รู้มากขึ้น สังเกตตัวเองมากขึ้น จากนั้นเราก็มาปรับลมหายใจของเราเอง ปรับท่าทางการวิ่งของเราเอง วิ่งไปปรับไป เรื่องแบบนี้แหละครับ ที่ต้องทำเองถึงจะรู้ได้ด้วยตัวเอง รู้ได้เฉพาะตัวเฉพาะตนถึงแม้ผมเขียนเล่าให้ฟังอย่างนี้ครับ ถ้าท่านอ่านแล้วต้องลองนะครับ ออกเดินออกวิ่งดูครับ ถึงจะรู้ครับ การใช้จิตกำหนดเป้าหมายของการวิ่งในวันนี้ว่าเราจะวิ่งไปกี่กิโลเมตร วิ่งไปด้วยความเร็วขนาดไหน

วิ่งแบบกำหนดจิตนั้น ผมว่าเราจะได้สมาธิกลับมาเหมือนกับการเดินจงกลมเลยครับ เพราะเราจดจออยู่กับฝีเท้า ลมหายใจ เส้นทางที่เรียบหรือขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ วิ่งหลบอย่างไร มีใครวิ่งมาข้างหลังไหม มีรถจะชนเราไหม หรือแม้กระทั่งวิ่งแก้เบื่อได้นะครับ ในเส้นทางเดิม เดิม แล้วเดิม จะมีคนเบื่อไหม แต่ลองตั้งเป้าว่าเราจะวิ่งช่วงนี้ด้วยความเร็วเพิ่มขึ้นอีกนิด หรือรอบนี้เราจะเพิ่มเร็วอีกนิด ก็จะสนุกขึ้นครับ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ผมไม่ได้จะมากล่าวแสดงว่าวิ่งแล้วดีนะครับ ลองหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองดู แล้วจะรู้ว่าทุกสิ่งมีความดีงามเฉพาะตัวครับ สำคัญคืออย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนพอครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัยเก๋า



ความเห็น (0)