ในการทำงานในองค์การย่อมมีทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติหรือหัวหน้ากับลูกน้อง
ที่ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ดังคำกล่าว “ความสำเร็จขึ้นอยู่กับทีม
ความล้มเหลวขึ้นอยู่กับผู้บริหาร”
นั่นคือสำคัญทั้งคู่ หากต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด
ผลงานก็ย่อมดีตามไปด้วย มีภาษิตของชาวจีนเกี่ยวกับผู้บริหารโดย
หันเฟยจื่อ นักปราชญ์ชาวจีนโบราณกล่าวว่า “ผู้ปกครองระดับธรรมดา
ใช้ความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับกลาง
ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่
ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่” และขงจื้อ ก็กล่าวเตือนว่า “อย่าห่วงว่าใครไม่รู้ว่าท่านเก่งหรือมีความสามารถ
จงห่วงแต่ว่า…สักวันหนึ่งเมื่อมีคนเขายกย่องหรือเลื่อนตำแหน่งของท่าน
ท่านจะมีความเก่งและความสามารถสมกับที่เขายกย่องหรือเลื่อนตำแหน่งหรือเปล่า”
หรือคำของกิมย้ง จากเรื่องเดชคัมภีร์เทวดา “การคลี่คลายเรื่องราวในยุทธจักร พึ่งเกียรติภูมิสองส่วน
พึ่งวิทยายุทธ์สองส่วน
ที่เหลืออีกหกส่วนล้วนหวังพึ่งสหายร่วมแนวให้เกียรติ ดังนั้นคำว่า
การคบหายังสำคัญยิ่งกว่าวิชาฝีมืออีก”
นอกจากนี้หลวงปู่พุทธะอิสระ ท่านได้เทศนาไว้ว่า “การทำงานอย่าหวังผลเลิศ แต่ให้คนหาวิธีการอันเลิศ
แล้วผลเลิศจะตามมาเอง”
แสดงให้เห็นถึงการเน้นย้ำในเรื่องขีดความสามารถของคนที่มีต่อผลงานขององค์การ
ขอน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปีพุทธศักราช 2528 “การทำงานให้สำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถ 2 อย่าง เป็นสำคัญคือ ความสามารถในการใช้วิชาความรู้อย่างหนึ่ง สามารถประสานสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกอย่างหนึ่ง ทั้งสองประการต้องดำเนินคู่กันไปและจำเป็นต้องกระทำด้วยความสุจริตกาย สุจริตใจ ด้วยความคิดความเห็นที่เป็นอิสระ ปราศจากอคติและด้วยความถูกต้องตามเหตุตามผลด้วย จึงจะทำให้งานบรรลุจุดหมายและประโยชน์ที่พึงประสงค์โดยครบถ้วนแท้จริง”
อาจารย์ชูชาติ วิรเศรณี กล่าวไว้ว่า “คุณภาพไม่ได้เกิดขึ้นเองตามยถากรรมแต่เกิดจากการกระทำอันชาญฉลาด
ซึ่งสอดคล้องกับJohn
Ruskinที่กล่าวไว้ว่า“ Quality is never an
accident , it is always the result of intelligent effort”
โดยนักวิชาการด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ได้กำหนดเป็นสมการไว้ว่า
Intellectual capital = Competency x Commitment
จากข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าเรื่องของสมรรถนะหรือCompetency เป็นเรื่องที่สำคัญต่อความสำเร็จขององค์การ
Job Evaluation
การประเมินค่างาน
กระบวนการกำหนดค่างาน พิจารณาจากองค์ประกอบหลัก 3 ประการ
- องค์ความรู้(Know-how)
- การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ(Problem solving)
- ขนาดความรับผิดชอบประจำตำแหน่งและผลที่ตำแหน่งงานมีต่อองค์กรโดยรวม(Accountability)
แนวคิด
Put the right man on the right job
Equal pay for equal work
คนที่มีคุณภาพในงานที่เหมะสมกับความรู้/ทักษะสมรรถนะที่ต้องการและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
Competency
สมรรถนะคือคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่ทำให้บุคลากรในองค์กรปฏิบัติงานให้องค์กรได้ผลงานที่โดดเด่นกว่าที่อื่น โดยบุคลากรเหล่านี้ต้องแสดงคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมดังกล่าวให้มากกว่าเพื่อนร่วมงาน สามารถทำงานในสถานการณ์ที่หลากหลายกว่าและได้ผลงานที่ดีกว่า
Competency
คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ ความสามารถและคุณลักษณะอื่นๆที่ทำให้บุคคลสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้โดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมงานอื่นๆในองค์กร
Competency (David Mccleland) หมายถึงกลุ่มของทักษะ ความรู้ ความสามารถรวมทั้งพฤติกรรม คุณลักษณะและทัศนคติที่บุคลากรจำเป็นต้องมีเพื่อปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตรงตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร
องค์ประกอบของCompetency
- องค์ความรู้ ข้อมูลความรู้ที่บุคคลมีในสาขาต่างๆ
- ทักษะ ความเชี่ยวชาญชำนาญพิเศษในด้านต่างๆ
- Social role : บทบาทที่บุคคลแสดงออกต่อผู้อื่น
- Self-Image : ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับเอกลักษณ์และคุณค่าของคน
- Traits : ความเคยชิน พฤติกรรมซ้ำๆในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
- Motives : จินตนาการ แนวโน้ม วิธีคิด วิธีปฏิบัติงานอันเป็นไปโดยธรรมชาติของบุคคล
สมรรถนะตามแนวคิดของ กพ.
- ความรู้ที่จำเป็นในงาน
1.1 ความรู้ที่จำเป็นที่ต้องใช้เป็นหลักในการทำงาน
1.2 ความรู้เรื่องกฎหมายและกฎระเบียบ
- ทักษะที่จำเป็นในงาน
2.1 ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์
2.2 ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ
2.3 ทักษะการคำนวณ
2.4ทักษะการบริหารจัดการข้อมูล
- สมรรถนะหลักของข้าราชการไทย
3.1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์(Achievement Motivation)
3.2 บริการที่ดี(Service mind)
3.3 การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ(Expertise)
3.4 จริยธรรม(Integrity)
3.5ความร่วมแรงร่วมใจ(Teamwork)
- สมรถนะหลักประจำกลุ่มงาน(สาธารณสุข)
4.1 การพัฒนาศักยภาพคน
4.2 ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
4.3การคิดวิเคราะห์
เอกสารสรุปลักษณะงาน(Role
profile)
เป็นแบบบรรยายลักษณะงานแบบย่อที่ระบุลักษณะงานโดยสังเขป เน้นการมุ่งผลสัมฤทธิ์ประจำตำแหน่ง ประกอบด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบหลักและคุณวุฒิที่จำเป็นเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันว่าตำแหน่งงานในระบบราชการพลเรือนแต่ละตำแหน่งมีขอบเขตภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบคุณสมบัติอย่างไร และผู้ดำรงตำแหน่งควรประพฤติปฏิบัติอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับตำแหน่งและบรรลุผลสัมฤทธิ์ของตำแหน่งได้ดียิ่งขึ้น ประกอบด้วย
- คุณสมบัติเฉพาะประจำตำแหน่ง (Job specification) หรือทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ คือระดับความรู้ ทักษะและประสบการณ์ที่ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องมีเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ประกอบด้วย
- Education วุฒิการศึกษา
- Training การฝึกอบรม
- Skill ทักษะ
- Experience ประสบการณ์
- Trait/Characteristic คุณลักษณะส่วนบุคคล
2. คำพรรณนาลักษณะงาน(Job description) เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบหลักที่แสดงขอบเขตผลลัพธ์หลักของงานที่ผู้ปฏิบัติงานต้องทำให้สำเร็จจึงจะถือว่าสามารถปฏิบัติงานได้ตามวัตถุประสงค์ของตำแหน่งงานในระดับที่ได้มาตรฐาน ประกอบด้วย
- Operation/Expertise การปฏิบัติงานและการพัฒนาในเชิงวิชาการเฉพาะด้าน ที่มีลักษณะยากและซับซ้อนยิ่งขึ้นตามประสบการณ์และความชำนาญที่จำเป็นในระดับต่างๆ
- Planning การวางแผนปฏิบัติงานในขอบเขตความรับผิดชอบที่กว้าง เป็นระบบและมุ่งเน้นกลยุทธ์มากขึ้นตามระดับชั้นงาน
- Communication & Cooperation การประสานงานเพื่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานทางวิชาการในขอบเขตที่ครอบคลุมและมีผลกระทบมากขึ้นตามระดับชั้นงาน
- Service การให้คำปรึกษา การแนะนำ การอบรม การถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีต่างๆในฐานะผู้เชี่ยวชาญให้กับบุคคล หน่วยงานภายใน ภายนอก ต่างประเทศ
3. สมรรถนะหรือขีดความสามารถ(Competency) เป็นลักษณะพฤติกรรมการทำงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งและจะช่วยเสริมผลงานโดยต้องสามารถพัฒนาและปรับเปลี่ยนได้ แบ่งออกเป็น
1) Core Competency เป็นสมรรถนะหรือขีดความสามารถหลักที่สอดคล้องกับความสามารถหลัก(Core Competence)ขององค์กร เป็นความสามารถที่บุคลากรทุกคนในองค์กรต้องมีเหมือนกัน
2) Role Competency เป็นสมรรถนะตามบทบาทที่ต้องมีของพนักงานแต่ละคนเพื่อให้การทำงานตามบทบาทนั้นเป็นไปด้วยดี มีทั้งผู้ปฏิบัติ(Practitional Competency)และผู้บริหารซึ่งมักเรียกว่า Managerial Competency
3) Functional Competency เป็นสมรรถนะเฉพาะด้านของตำแหน่งงานต่างๆที่จะทำให้หน้าที่ความรับผิดชอบหลักบรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ดี
ขั้นตอนการจัดทำสมรรถนะพนักงาน
- วิเคราะห์องค์กร(SWOT Analysis)เพื่อหาปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ(Critical success Factors)
- วิเคราะห์กระบวนการหลัก(Core process)และสินค้าหลัก(Core Product)
- วิเคราะห์ความสามารถหลักขององค์กร(Competency Map)
- กำหนดค่านิยม(Core Value)และสัมภาษณ์ความต้องการของผู้บริหาร วิเคราะห์ผลสัมภาษณ์เพื่อสังเคราะห์เป็นสมรรถนะหลัก(Core competency)
- จัดทำสมรรถนะหลัก(Core competency)ของคนในองค์การและแยกแยะพฤติกรรมออกเป็น 5 ระดับ (Proficiency Level)
- จัดทำOutcome Mapping โดยจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำตารางสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์ที่ต้องการและบทบาทของงานแยกตามฝ่ายหรืองาน
- ประเมินผลการปฏิบัติงานแบบ 360 องศา
- สัมภาษณ์ผู้มีผลงานดี(Key performer)เพื่อกำหนดพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุของผลลัพธ์สำคัญขององค์กร
- วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้(Key performance Analysis)เพื่อสร้างRole & Functional competency
- สรุปCompetencyทุกกลุ่มของเจ้าหน้าที่
- จัดทำ Job Competency Matrix สร้างความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งงานที่มีอยู่ในองค์กรกับระดับของสมรรถนะ(Proficiency Level)เพื่อกำหนดมาตรฐานของพฤติกรรมตัวชี้วัด(Behavior Indicators)ทุกตำแหน่งงาน
- กำหนดส่วนขาดเพื่อการพัฒนาคน(Training Needs)
- สร้างความเข้าใจ ความตระหนักเรื่องCompetency
- กำหนดหลักสูตรการพัฒนาที่สอดคล้องกับสมรรถนะ(Competency –based Training)
- ประเมินสมรรถนะของบุคคลใช้Multi-raters Assessment การประเมินสมรรถนะแบบรอบด้านเพื่อองค์กรสามารถใช้รายการสมรรถนะที่ได้เป็นแนวทางการพัฒนาบุคลากรอย่างมีทิศทาง(Traininig Needs)
- จัดทำแผนพัฒนารายบุคคล(Individual development
plan)
โดย นพ.พิเชฐ บัญญัติ โรงพยาบาลบ้านตาก
จ.ตาก เขียนให้หัวหน้างานในโรงพยาบาลได้ศึกษาเตรียมตัวก่อนทำworkshop
Competency
อ่านแล้ว ได้สาระมากครับ
เยี่ยมมากครับ ขอนำไปใช้บ้างนะครับ
JJ
น่าสนใจมากครับ
ทีมงานของโรงพยาบาลบ้านตาก ได้จัดทำรายละเอียดของCompetencyในส่วนของCore & Manageraial Competency ในช่วงที่ผมไม่อยู่โรงพยาบาล (ไปออสเตรเลีย) ภายใต้การนำของคุณวรุตม์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล จนสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี สามารถกำหนด Proficiency levels ได้เลย ทั้งที่ไม่มีใครได้อบรมเรื่องนี้มาเลย ต้องขอชื่นชมจริงๆครับ เป็นการทำAction research ไปในตัวพร้อมทั้งมีผู้มาสังเกตการณ์ด้วยคือคุณกิตติ ขันธมิตร รองผู้อำนวยการสำนักงานโครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพฯ ทีมงานไม่เคยรุ้เรื่องAction research มาก่อน แต่ก็ลงมือทำไปแล้ว กะว่าจะขอให้ทีมที่ทำเรื่องนี้เขียนเล่าเพื่อเอามาลงในบล็อคด้วย
ทีมงานคุณหมอเยี่ยมมากเลยค่ะ รวมทั้งคุณหมอด้วย คงจะได้เรียนรู้ และศึกษาจากคุณหมออีก ในเรื่องคอมเพจเทนซี่ จะรอติดตามอ่านนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ จะติดตามอ่าน มีสาระประโยชน์ดีที่สุดในระบบราชการที่พบมาค่ะ
ชอบคุณ จะได้นำไปปรับประยุกต์ใช้นะครับ