การเป็นนักเขียนเนี่ย!! ส่วนหนึ่งนะ..ที่มันต้องเขียนจากสิ่งที่เห็น และสิ่งที่ตัวเองสัมผัสได้....โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ...นามธรรมนั้น...มันยิ่งยากไปใหญ่.......เพียงแค่แว๊ปเดียว หรือแค่ประเดี๋ยวประด๋าว... เราจะรู้สึกแบบนั้นทันที...ไม่ได้หรอก

ภาพถ่าย อาจารย์ทิพย์ ในวันที่เธอเข้ามาสร้างบุญสร้างกุศลภายในวัดโมกขธรรมาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2558

..

ผู้เขียนได้รู้จักเธอมาเป็นเวลานานพอสมควร...นานพอที่จะได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่เธอทำด้วยความเต็มใจของเธอมาตลอด

นั่นอาจเป็นเพราะว่า...เราอาจมีประสบการณ์ชีวิตในช่วงขาลงจากสะพานโค้งของชีวิตมาคล้าย ๆ กันหรือเหมือน ๆ กัน ก็อาจเป็นได้

วันเวลาจึงได้ซื้อความผูกพันระหว่างกัน....ในฐานะของ "กัลยาณมิตร"

..

..

กัลยาณมิตร นี้แปลว่าอะไรนะ? ผู้คนถึงได้พูดถึงคำ ๆ นี้กันนัก

แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว.....ผู้เขียนรู้ความหมายของคำนี้ ....จากความรู้สึก ดีดี... ที่เรามีต่อกัน

กัลยาณมิตร .....จึงมิใช่เพียงแค่เพื่อนเฉย ๆ... หากแต่ว่ากัลยาณมิตรนั้น.... บวกความรู้สึกดีดี... ที่เราต่างมีต่อกันเข้าไปด้วยอีกต่างหาก

..

ตัวผู้เขียนเองนั้นเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าครับว่า....ไม่ว่าเราจะเติบโตกันมาแบบไหนก็ตาม เราอาจถูกเลี้ยงดูกันมาคนละแบบ และเติบโตกันมาด้วยปัจจัยแวดล้อมที่ต่างกัน....อันนี้มันเป็นไปโดยเหตุและปัจจัยของมันโดยแท้.....

..

แต่ผู้เขียนเชื่ออยู่อย่างหนึ่งตรงไหนรู้มัยครับ!!!

ไม่ว่าเราจะโตกันมาแบบไหนก็ตาม..... เราต่างก็มีเหตุปัจจัยเป็นตัวหนุนนำพา...นาวาชีวิตของเราเสมอ

และในตัวเหตุปัจจัยที่หล่อมหลอมเรามาทั้งชีวิตนี่เอง.....ทำให้เราเดินทางมาพบกัน

..

คนหนึ่งอาจมีมากกว่า คนหนึ่งอาจมีน้อยกว่า.....เพราะโลกสร้างเรามาเช่นนั้น....มันไม่เป็นไรหรอกนะ

แต่สิ่งหนึ่งที่เราต่างมีเหมือนกัน และมีคล้ายกัน นั่นคือ..."หัวใจที่ไขว่คว้าความดีงาม" นั้นเอง

..

คนไม่งาม....แต่เมื่อหัวใจงามแล้ว.........มองกี่ครั้ง สัมผัสได้ถึงความงามเช่นนั้น

คนงาม....และหัวใจงามก็งามนั้น........มันเป็นปัจจัยเกื้อหนุน....ให้งามได้เสมอ... แค่เพียงคิดและลงมือกระทำ ก็ปฎิเสธความงามเช่นนี้ไม่ได้

..

ผู้เขียนมิใช่เขียนเพื่อเยินยอเธอ....หลังจากที่เธอ... ให้สิ่งของบางอย่างแก่ผู้เขียนหรอนะ

การเป็นนักเขียนเนี่ย!! ส่วนหนึ่งนะ....ที่มันต้องเขียนจากสิ่งที่เห็น และสิ่งที่ตัวเองสัมผัสได้....โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว ...นามธรรมนั้น...มันยิ่งยากไปใหญ่.......เพียงแค่แว๊ปเดียว หรือแค่ประเดี๋ยวประด๋าว... เราจะรู้สึกแบบนั้นทันที...ไม่ได้หรอก

..


ผู้เขียนได้นำสิ่งที่เธอให้มา........แล้วบรรจงลูบเส้นผมของแม่น้องดวงใจ..... อ้าติด....อ้าติด....อยู่หลายครั้ง.....จนทำได้

..

..

ผู้เขียนหวังเพียงว่า...อยากให้สิ่งดีงามนี้ ได้ถูกสัมผัสระหว่างกัน... บางทีสิ่งดีงามที่แทนความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกันนั้น... มันอาจเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้แม่น้องดวงใจหายเร็วขึ้นก็ได้นะ.....

..

เมื่อผู้เขียนติดสิ่งนี้เข้ากับเส้นผมของแม่น้องดวงใจเสร็จ......เธอก็ถามผู้เขียนว่า...พ่อซื้อมาจากไหนหรือ?


ผู้เขียน..ยิ้ม และบอกเธอว่า....กัลยาณมิตรคนหนึ่งของพ่อให้มา

..

และเช้าวันรุ่งขึ้น แม่น้องดวงใจแต่งชุดพยาบาลพร้อมกับใช้ที่รัดผมอันนี้....โดยพยายามรวบเองแต่ก็ยังไม่สำเร็จ.....ผู้เขียนจึงทำหน้าที่เช่นเคย

..

สักวันหนึ่ง....พ่อหวังไว้นะว่า...แม่จะต้องรวบผมได้ด้วยตัวของแม่เอง .....พ่อยังหวังเช่นนั้นเสมอ

..

สิ่งที่มีค่าทางด้านจิตใจเนี่ยนะ.... มันมีค่ามากกว่าเงินทองที่กองอยู่ตรงหน้าเป็นไหน ๆ

..

ผู้เขียน..รู้สึกเช่นนี้จริง ๆ ...

ขอขอบใจความรู้สึกดี ดี ที่... กัลยาณมิตรท่านนี้ มอบให้ผู้เขียน

และวันนี้ ...จึงเป็นวันที่ผู้เขียนรู้สึกดีอีกวันหนึ่ง ที่ได้เขียนถึง "ความงามที่งามจากข้างนอกและข้างใน" ของใครคนหนึ่ง