จากดำริของท่านประธานกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนสงขลา (ท่านประเสริฐ แก้วเพ็ชร) ได้มอบนโยบายให้ท่านผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสงขลา(ท่านอาจารย์นิยม ชูชื่น) จัดการดูงานวิทยาลัยชุมชนในประเทศมาเลเซีย โดยจัดให้กรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนในภาคใต้และบุคคลากร ได้ไปเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทางวิทยาลัยชุมชนสงขลาได้เป็นเจ้าภาพจัดการดูงานระหว่าวันที่ 22-23 กันยายน 2558 โดยเดินทางโดยรถบัสเข้าทางด่านสะเดาฝั่งประเทศไทย และด่านบูกิตกายูอิตัมฝั่งประเทศมาเลเซีย โดยมีท่าน ดร.ถนอม อินทรกำเนิด กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน ร่วมเดินทางไปด้วย มีประธานสภาวิทยาลัยชุมชนยะลา(ท่านกิตติ กิตติโชควัฒนา) ประธานสภาวิทยาลัยชุมชนสตูล(ท่านบุญเสริม ฤทธาภิรมย์) และท่านประธานสภาวิทยาลัยชุมชนปัตตานี(ท่านอุดม) ร่วมในคณะดูงาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนที่ร่วมเดินทาง มีผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสงขลา(อาจารย์นิยม ชูชื่น) ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยะลา และผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนปัตตานี และบุคคลากรของวิทยาลัยชุมชนสงขลา โดยมีรองประธานสภาวิทยาลัยชุมชนสงขลา(นายชัยวุฒิ บุญวิวัฒนาการ) และกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชนสงขลาอีก 3 ท่านร่วมในคณะ(ท่านอาจารย์เนือบ เพ็ชรรัตน์ และท่านอาจารย์สัญญา ณ พิบูลย์ และ ดร.ป้องศักดิ์ ทองเนื้อแข็ง) โดยมี CSR ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตคือคุณ ณัฐกฤต ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ร่วมในคณะดูงาน

ทางผู้จัดได้จัดให้ดูงานที่ GIATMARA กูบังปาสู เมืองจิตรา รัฐเกดะห์ เป็น GIATMARA แรกของประเทศมาเลเซีย ชื่อ GIATMARA เป็นภาษามาลายู เขียนอักษรโรมัน คำว่า GIAT แปลว่ามุ่งมั่นผลักดันไปข้างหน้า คำว่า MARA มาจากคำว่ามัสยิดอายารัตนะ ลักษณะคล้ายๆวิทยาลัยสารพัดช่างบวกรวมกับวิทยาลัยการอาชีพในประเทศไทย แต่เป็นซุปเปอร์สารพัดช่าง โดยที่เกิดขึ้นโดยนโยบายภูมิบุตราของรัฐบาลอัมโนตั้งแต่สมัยที่ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด เป็นนายกรัฐมนตรี และนโยบายนี้สืบเนื่องติดต่อกันมาถึงปัจจุบัน โดยรับชาวมาเลเซียที่เป็นภูมิบุตร เข้าเรียนโดยไม่ต้องมีวุฒิการศึกษา หลักสูตรมีเรียน 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน ถึง 1 ปี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่มีพันธมิตรของแทบทุกบริษัทในประเทศมาเลเซียให้การสนับสนุน GIATMARA ในรัฐเกดะห์ มี 15 แห่ง รวมทั้งประเทศมี 231 แห่ง แต่เนื่องจากช่วงที่ทีมงานไปดูงานเป็นช่วงวันหยุดฮารีรายอหลังจากฮัจย์ จึงได้ดูงานที่กูบังปาสู อันเป็นที่ตั้งแรกแห่งเดียว โดยที่กูบังปาสู มีหลักสูตร ช่างเชื่อม ช่างตัวถังรถ ช่างทำรถแข่งฟอร์มูล่า และการขับรถบัส หรือรถหัวลาก หรือรถใหญ่ต่างๆ โดยมีซีมูเลเตอร์ ที่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย(คล้าย ๆ กับซีมูเลเตอร์ขับเครื่องบินของการบินไทย) และหลักสูตรการทำอาหาร ที่สำคัญคือ GIATMARA ทุกแห่งจะมีหลักสูตรสอนการเป็นผู้ประกอบการ (ENTREPRENEUR) หลังจากดูงานคณะได้เดินทางไปเข้าที่พักที่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และเดินทางกลับในวันที่ 23 กันยายน 2558 ในรถบัสในการเดินทางกลับที่ใช้เวลา ประมาณ 3 ชั่วโมงในรถบัสจากการพูดคุยกับท่านประธานสภาวิทยาลัยชุมชนยะลา(ท่านกิตติ กิตติโชควัฒนา) ท่านมีภารกิจต้องเดินทางกลับก่อนพร้อมกับ ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนยะลา ท่านได้ฝากให้ทำ AAR ในช่วงเดินทางกลับ โดยได้เชิญให้ท่าน ดร.ถนอม อินทรกำเนิด กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ ของสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนทำการสรุปของบรรยายสรุปของเจ้าหน้าที่ของ GIATMARA และได้เชิญท่านประธานสภาวิทยาลัยชุมชนที่ร่วมคณะ ร่วมตลอดถึงผู้อำนวยการและบุคคลากรของวิทยาลัยชุมชนที่ร่วมเดินทางได้แสดงความคิดเห็น ในแนวทางที่จะนำไปปรับใช้กับแต่ละวิทยาลัยและข้อเสนอฝาก ดร.ถนอม อินทรกำเนิด ในการปรับให้เกิดการกระจายอำนาจในการทำงานของสภาสถาบันวิทยาลัยกับ วิทยาลัยแต่ละแห่ง

ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม GIATMARA ในมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จเพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต่อเนื่องยาวนาน ทำให้ได้พันธมิตรของบริษัททั้งประเทศ ประเทศไทยมีนโยบายที่จะให้เด็กเรียนอาชีวะ แต่ไม่มีการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมหากระงับเงินกู้เพื่อการศึกษาสายสามัญให้เฉพาะสายอาชีวะ ก็จะเกิดรูปธรรม และวิทยาลัยชุมชนสงขลามีประธานสภาวิทยาลัยเป็นนายกสภาสถาบันอาชีวะ ภาคใต้ 3 หากจะทำความร่วมมือในวันจันทร์ถึงศุกร์ อาชีวะสอนตามปกติ เสาร์-อาทิตย์ ให้วิทยาลัยชุมชนนำนักศีกษาเข้าเรียนร่วมโดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือของอาชีวะ ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด และ GIATMARA ในมาเลเซียเน้นเรื่องการปฎิบัติ ไม่เน้นทฤษฎี

              ชัยวุฒิ บุญวิวัฒนาการ รองประธานสภาวิทยาลัยชุมชนสงขลา เรียบเรียง