ฉบับที่ ๔๓ “บุหรี่เลิกสูบได้ มันอยู่ที่ใจ”

ผู้เขียนแนะนำเรื่องเล่า ในโครงการเขียนเรื่องเล่าสู่กันฟัง ช่วยคนลด ละ เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า ครั้งที่ 4 จัดโดย ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ โดยนำเรื่องเล่าที่ชนะการประกวด เรื่องที่ 2 โดยส่งมาจากผู้ทำงานในส่วนของภาครัฐ เรื่องเล่าเรื่องนี้ฝากไว้เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังคิดจะเลิกสูบบุหรี่ และวันหนึ่งคุณจะทำได้สำเร็จ


เรื่องเล่าโดย คุณภูริภัทร์ ธีระลักษณ์ สำนักนักงานสาธารณสุขอำเภอ แม่สรวย จ.เชียงราย

เรื่องเล่า “ บุหรี่เลิกสูบได้ มันอยู่ที่ใจ

“หายง่อมปาก”(ทำให้ไม่อยากกินจุบกินจิบ) “ยิ่งถ้าได้สูบบุหรี่พร้อมกับเคี้ยวเมี่ยงจะยิ่งทำให้ได้รสชาติ มากเลย” ดังนั้นทุกเช้าหลังตื่นนอนจะเห็นแม่นั่งสูบบุหรี่ พร้อมกับพ่นควันสีขาว ให้มันล่องลอยไปกับอากาศ แม้แต่หลังอาหาร หรือในตอนเย็น ดูแม่มีความสุขมาก พอดิฉันได้มาเป็นพยาบาลจึงได้รู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ก็ขอร้องให้แม่หยุดสูบ ท่านก็ไม่ยอมหยุด ยังคงสูบเรื่อยมา จนแม่เข้าสู่วัยชรา มาวันหนึ่งแม่ มีอาการไอ หายใจเหนื่อย ดิฉันจึงพาแม่มาโรงพยาบาล แล้วหมอก็วินิจฉัยว่าแม่เป็น โรคถุงลมโป่งพอง แต่แม่ก็ไม่ยอมหยุดสูบบุหรี่ต่อรองขอสูบลดลง ซึ่งแต่เดิมสูบวันละ 5 – 6 มวน เหลือ 1 – 2 มวนต่อวันและแล้วก็มีวันที่ของแม่ดิฉันมีอาการหายใจเหนื่อยหอบมาก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลจังหวัด พออาการดีขึ้นหมอก็ให้กลับมาอยู่บ้าน แม่ก็ขอสูบบุหรี่ต่อ แต่เหลือวันละมวน โดยสูบนิดหน่อยก็หยุดสูบ แล้วนำสูบใหม่อีก ซึ่งในมวนนั้นก็สูบประมาณ 5 – 6 ครั้งต่อวัน ท่านบอกว่า “ให้กูตายเสียก่อนเหอะ ถึงจะเลิกสูบ” มันเป็นคำพูดที่ไม่มีใครสามารถจะหยุดยั้งท่านได้ เพราะท่านสูบของท่านมาตั้งแต่อายุ 15 ปี มันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตท่านแล้ววันที่พวกเรากลัวมากที่สุดก็มาถึง เมื่อท่านมีอาการหายใจเหนื่อยหอบขึ้นมาอีก ครั้งนี้ได้นอนใส่ท่อช่วยหายใจที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน จากใส่ท่อช่วยหายใจทางปาก ก็เปลี่ยนมาใส่ท่อช่วยหายใจที่คอแทน แม่ไม่สามารถหายใจเองได้ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดนอนทรมานอยู่ที่โรงพยาบาลเกือบสองเดือน แล้วท่านก็จากพวกเราไปอย่างสงบ

ดิฉันเองเป็นพยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แต่เดิมปฏิบัติงานอยู่ที่แผนกห้องคลอดพึ่งจะย้ายมาอยู่แผนกเวชศาสตร์ครอบครัวและหน่วยบริการปฐมภูมิยังไม่ถึงปีได้มีโอกาสเป็นผู้ร่วมทำโครงการลด ละ เลิก บุหรี่ ของตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวยจังหวัดเชียงราย โดยมีการออกใบนัดให้ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ที่ได้รับบุหรี่มือสองมาร่วมทำกิจกรรมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ และวิธีการเลิกบุหรี่ ซึ่งจะมีการนัดมาทำกิจกรรมอยู่6 รุ่น โดยในแต่ละรุ่นผู้ที่เข้าร่วมโครงการเลิกสูบบุหรี่ จะมีการเยี่ยมติดตาม หลังเลิกสูบบุหรี่โดย อสม. 3 วัน 7 วัน และ 14 วัน และทุกๆเดือนจะมีการเยี่ยมติดตามโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะนัดเยี่ยมที่ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานประจำหมู่บ้าน ซึ่งในการจัดทำโครงการครั้งนี้ ดิฉันรู้สึกลำบากใจมาก ไม่อยากทำ เพราะแม้แต่แม่ของตัวเอง ดิฉันยังไม่มีความสามารถที่จะให้ท่านหยุดสูบบุหรี่ได้ แล้วดิฉันจะทำได้อย่างไร? เนื่องจาก เจ้าหน้าที่แต่ละคนก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมายอยู่แล้ว มีดิฉันคนเดียวที่ย้ายมาใหม่ งานที่รับผิดชอบยังไม่เยอะจึงได้รับมอบหมายจากหัวหน้าให้ร่วมรับผิดชอบโครงการนี้ เอาหน่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ทำก็ทำดิฉันบอกกับตัวเอง แล้วการจัดกิจกรรมของโครงการครั้งที่ 1 ก็มาถึง เราออกใบนัดให้ผู้ที่สูบบุหรี่ และผู้ได้รับบุหรี่มือสองมาเข้าร่วมกิจกรรม มีผู้มาเข้ากิจกรรม ไม่ถึงครึ่ง พอเริ่มแรก ก็เริ่มรู้สึกท้อแท้ เพราะยังฝังใจว่าการเลิกบุหรี่เป็นสิ่งที่ยาก หลังจากทำกิจกรรมเราก็มานั่งคุยกันว่า จะปรับกลยุทธ์อย่างไร ให้มีคนสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมให้มากที่สุด ความคิดแว๊บ แรกเข้าในสมอง “พระ!!!” เรามีพระเข้ามาช่วยในการทำกิจกรรม แล้วใช้ด้ายสายสิน ธรรมดาในการผูกข้อมือ เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ แล้วทำไมเราไม่ใช้ด้ายสายสิน ที่ทำสำเร็จรูป ที่มีลักษณะสวยงามและดูดี เหมือนได้รับการปลุกเสก แล้วนำมาใส่พาน ให้พระอาจารย์เป็นผู้ผูกข้อมือ พร้อมกับให้พรล่ะ ดังนั้นจึงมีการปรับแผนการทำกิจกรรม ปรากฏว่ามีผู้สนใจเข้ามาร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นในการจัดทำกิจกรรม 6 ครั้ง มีผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด จำนวน 460 คน ผู้ที่สมัครใจเลิกสูบบุหรี่ จำนวน 184 คนและมีผู้ที่ สามารถเลิกบุหรี่ได้ นาน 6 เดือน จำนวน20 คน ทำให้ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจ ในการจัดทำกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะอย่างน้อยก็มีผู้ที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ ได้นาน 6 เดือน ตั้ง 20 คน

สมชาย(นามสมมุติ) ชายวัยกลางคน รูปร่างสันทัด ผิวดำแดง เคยเป็นอดีตผู้นำหมู่บ้าน เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการ และสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ สมชายมีชื่อให้เข้าร่วมโครงการ รุ่นที่ 3 แต่ตอนนั้นเขาไม่พร้อมที่จะเข้าร่วม เพราะคิดว่าตัวเองคงเลิกสูบไม่ได้ แต่ภรรยามาบอกว่า ลุงมา(นามสมมุติ) ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกัน แกสูบบุหรี่จัดมาก คือตื่นเช้ามาก็สูบ ก่อนจะหลับก็ยังสูบอีกซึ่งวันหนึ่งๆ ลุงมาสูบบุหรี่มากกว่า 30 มวน แกมาเข้าร่วมโครงการรุ่นที่ 3 หลังจากกลับไปบ้านแกตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่ ตั้งแต่วันนั้นและสามารถทำได้จริง ทำให้รู้สึกมีแรงบันดาลใจ ร่วมกับภรรยาก็อยากให้เลิกและสุขภาพของตนเองที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร รู้สึกเหนื่อยง่ายเวลาทำงานหนัก หรือขึ้นเขา สมชายจึงตัดสินใจมาเข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 5 “สมชายสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุเท่าไหร่” ดิฉันซักถามถึงประวัติทั่วไปและประวัติการสูบบุหรี่“ผมเริ่มสูบตอนอายุ 18 -19 ปี ครับ”สมชายตอบพร้อมกับยิ้มนิด แล้วพูดต่อว่า “ตอนนั้นสูบเพราะคบเพื่อนครับ เห็นเพื่อนสูบก็เลยอยากลองสูบบ้าง” ดิฉันถาม”ตอนนั้นแต่งงานหรือยัง” “ยังครับ” สมชายตอบ “มีโรคประจำตัวอะไรหรือเปล่า”“ไม่มีครับ”สมชายตอบเสียงหนักแน่นดิฉันถามต่อ “เคยเลิกสูบบุหรี่บ้างไหม” สมชายเล่าว่า เขาเคยเลิกสูบบุหรี่ครั้งหนึ่ง ประมาณปี 2543 ตอนนั้นประสบอุบัติเหตุ แล้วได้กลิ่นบุหรี่รู้สึกเหม็นจึงเลิกสูบได้ประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นเห็นเพื่อนๆ สูบก็เลยกลับมาสูบใหม่ ร่วมกับที่บ้านมีอาชีพทำนา บางครั้งก็ไปหาของป่า มีแมลง ยุง ริ้น มากัด เวลาสูบจะทำให้สัตว์เหล่านี้ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะมันเหม็น “สมชายสูบบุหรี่วันละกี่มวนคะ” ดิฉันถามหลังจากนั่งฟังสมชายเล่า “สูบวันละ 5 มวนหรือมากกว่า 10 มวนก็มีครับ ส่วนใหญ่จะเป็นบุหรี่มวนเอง บางครั้งก็จะซื้อมาสูบครับ ก่อนที่ผมจะมาร่วมโครงการได้ลองงดสูบเองมาได้ 5 – 6 วัน แต่ก็จะมีสูบเป็นบางครั้งอยู่จึงอยากเข้ามาฟังความรู้ที่หมอสอน ” ครอบครัวสมชาย มีกัน 4 คน คือ สมชาย ภรรยา และบุตรชาย 2 คน คนโตอายุ 26 ปี ทำงานแล้ว ไม่สูบบุหรี่ คนสุดท้องอายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้น ม. 4 ไม่สูบบุหรี่เหมือนกัน ตัวภรรยาสมชายเองก็อยากให้สมชายเลิกสูบบุหรี่ เพราะไม่อยากให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของลูก ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเลิกสูบบุหรี่ ร่วมกับความต้องการของภรรยาที่คอยให้กำลังใจ สมชายจึงมาร่วมกิจกรรมในรุ่นที่ 5 และในวันนี้สมชายก็ยังมีไฟแช๊คและบุหรี่ติดกระเป๋ามาด้วย หลังจากมารับฟังความรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่ และวิธีการช่วยเลิกบุหรี่ ในเย็นวันนั้นสมชายจึงตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่ อย่างเด็ดขาด เขาทิ้งไฟแช๊ค และบุหรี่ โดยมีภรรยาคอยให้กำลังใจตลอด หลังจากโครงการนี้ดำเนินไปได้หนึ่งเดือน ดิฉันก็ไปเยี่ยมผู้เข้าร่วมที่เลิกสูบบุหรี่ ตามจุดนัดหมาย สมชายเองก็มาตามนัด จากการสังเกต สมชายมีท่าทางอิดโรย สีหน้าไม่ค่อยสดชื่น ดิฉันจึงถามว่า “ ในช่วงอาทิตย์แรกมีอาการอะไรบ้างคะ” “อาทิตย์แรกหรือครับ มันมีทั้งอยากสูบ หงุดหงิด กระวนกระวาย ต้องใช้ความพยายามอย่างมากครับ ” สมชายตอบพร้อมกับส่ายหน้า ดิฉันจึงถามต่อ “แล้วใช้วิธีที่หมอบอกหรือเปล่า เช่น อมน้ำ ดื่มน้ำ อมมะนาว” สมชายตอบ “ก็มีแต่ดื่มน้ำครับ” “ฉันซื้อเมล็ดทานตะวันบ้าง ลูกอมบ้าง ให้เขาอมเวลา ที่รู้สึกอยากบุหรี่ ” ภรรยาสมชายพูด ดิฉันถามต่อว่า อมลูกอมไม่เจ็บปากหรือ สมชายบอกว่า “ก็เจ็บปาก ปวดฟันอยู่ บางครั้งก็ไม่อมอะไร พยายามทำใจให้เข้มแข้ง ทนเอา ถ้ามีอาการหงุดหงิด อยากสูบบุหรี่มาก ก็จะไปอยู่กับเพื่อนๆ ที่เขาไม่สูบบุหรี่ พยายามไม่อยู่ตามลำพังคนเดียว” ดิฉันถาม “อาการหงุดหงิด อยากสูบบุหรี่ มีนานไหม กี่วัน” “อาการเหล่านี้มีประมาณสองอาทิตย์ ครับ ทรมานมาก แต่พอพ้นสองอาทิตย์ไปอาการก็ดีขึ้น มีอาการหงุดหงิดและอยากสูบบุหรี่อยู่บ้างบางครั้ง เวลาที่เห็นเพื่อนสูบ แต่ก็ทนเอา” สมชายบอกด้วยสีหน้ายิ้มๆ ดิฉันพูดให้กำลังใจสมชายว่า “ดีมากค่ะ ตอนนี้ถือว่าคุณเลิกสูบบุหรี่ได้บ้างแล้ว ขอให้อดทน ทำใจให้เข้มแข็ง พยายามต่อไปนะคะ”หลังจากนั้นดิฉันก็ลากลับและมาเยี่ยมตามนัดทุกๆ เดือน แต่ละคนมีอาการดีขึ้นตามลำดับและในวันนี้ เป็นการเยี่ยมติดตามหลังเลิกสูบบุหรี่ได้ 6 เดือน สมชายก็มาตามนัดเหมือนเดิม เขามาด้วยใบหน้าที่ สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใสท่าทางกระฉับกระเฉง ดิฉันจึงถามว่า “วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ดูสีหน้าสดชื่นนะคะ ” สมชายพูดยิ้มๆ ว่า “ตอนนี้สบายขึ้นมากหมอ เวลาเดินดอย หรือทำงานหนักๆก็ไม่รู้สึกเหนื่อยแล้วครับ ไม่ปวดท้อง ทานอาหารได้เยอะขึ้นไม่หงุดหงิดแล้ว ” “แล้วยังรู้สึกอยากสูบบุหรี่อยู่หรือเปล่า” ดิฉันถามต่อ “ตอนนี้หรือครับ ได้กลิ่นบุหรี่แล้วรู้สึกเหม็น ผมคงไม่กลับไปสูบบุหรี่อีกแล้วละครับ”ดิฉันจึงพูดให้กำลังใจ “ดีมากเลยค่ะ ตอนนี้ก็เลิกมาได้หกเดือนกว่าแล้วถือว่าดีมาก แต่ยังไม่ถือว่าเลิกสูบบุหรี่ได้แน่นอน นะคะ ขอให้อดทน พยายามต่อให้เลิกได้ จนครบหนึ่งปีขึ้นไป จึงจะถือว่าเลิกสูบบุหรี่ได้แน่นอนคะ ” ดิฉันซักถามต่อว่า “ในการเลิกสูบบุหรี่ครั้งนี้ ตัวคุณสมชายเองคิดว่ามีอะไรที่ช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ได้บ้างคะ” สมชายนั่งนิ่งสักพักแล้วพูดว่า “ใจครับ ทุกอย่างมันอยู่ที่ใจ เริ่มจากการตัดสินใจให้เด็ดขาดว่าจะเลิกสูบบุหรี่ถ้าใจเราเข้มแข็งก็สามารถเอาชนะมันได้และอีกอย่างคือสุขภาพ ถ้าเราอยากให้มีสุขภาพดี ก็ต้องทนเอา ครอบครัวก็มีส่วนช่วยมาก การพูดคุยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และการเห็นบุคคลตัวอย่าง คนอื่นเขาสูบหนักกว่าเรา ทำไมเขาเลิกได้ แล้วทำไมเราจะทำไม่ได้ ครับ” จากการที่ได้ฟังสมชายเล่ามาทั้งหมด ก็พอจะสรุปได้ว่า การเลิกสูบบุหรี่ เลิกได้หรือไม่ได้ มันอยู่ที่ใจ ถ้าใจเราอยากเลิก ใจเราเข้มแข็งพอ ก็สามารถเลิกสูบได้ หมอดีใจที่สมชายมีความตั้งใจเลิกสูบบุหรี่ และก็ขอเป็นกำลังใจที่คุณสมชายสามารถเอาชนะมันได้ และไม่กลับไปสูบบุหรี่อีก เพื่อสุขภาพของคุณสมชายเอง และครอบครัวที่คอยให้กำลังตลอดมาค่ะ ” หลังจากใช้เวลาในการเยี่ยมนานพอสมควรพวกเราก็ขอลากลับ โดยทางภรรยาของสมชายเองก็อยากให้มาเยี่ยมอีกเพื่อจะได้คอยเป็นกำลังใจให้สมชายไม่กลับมาสูบบุหรี่อีก ซึ่งดิฉันก็นัดอีกสามเดือนจะมาเยี่ยมใหม่ แต่ถ้ามีอะไรที่ต้องการให้ช่วยเหลือก็สามารถไปหาดิฉันได้ที่แผนกเวชศาสตร์ครอบครัวและหน่วยบริการปฐมภูมิ หรือจะโทรหาดิฉันตามเบอร์โทรที่ให้ไว้นะคะ

ในการจัดทำกิจกรรมการเลิกสูบบุหรี่ในครั้งนี้ ทำให้ดิฉันได้เปลี่ยนความคิดของตนเองที่ว่า การทำให้คนๆ หนึ่งเลิกสูบบุหรี่ได้นั้น เป็นสิ่งที่ยาก เพราะพวกเขาได้เสพมันมานาน จนเหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่.. จริงๆแล้วการเลิกสูบบุหรี่ มิใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจของแต่ละคนรวมทั้งการสร้างขวัญ กำลังใจโอกาสและใช้ระยะเวลาสักช่วงหนึ่ง ซึ่งทุกคนสามารถทำได้ สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ ต้องมีความตั้งใจมุ่งมั่นว่าทำได้ เหมือนอย่างสมชายที่มีความมุ่งมั่น ที่จะเลิกสูบบุหรี่โดย มีภรรยาที่แสนดีคอยให้กำลังใจ สุดท้ายเขาก็สามารถทำได้ ทำให้สุขภาพเขาดีขึ้น สามารถทำงานหนัก เดินขึ้นเขาได้อย่างสบายไม่เหนื่อยง่าย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ภรรยาและลูกๆ ก็พลอยดีใจและภูมิใจที่เขาสามารถทำได้ พวกเราผู้ทำโครงการ ลด ละ เลิก บุหรี่ ก็รู้สึกมีกำลังใจที่โครงการของเรา ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถงดสูบบุหรี่ได้ค่ะ

“ผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ ต้องมีความตั้งใจมุ่งมั่นว่าทำได้ สุดท้ายเขาก็สามารถทำได้”

เรียบเรียงโดย

เว็ปไซต์ศจย. : www.trc.or.th

๒๔ ก.ย. ๕๘

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าจากเครือข่าย



ความเห็น (0)