อโรคยา ปรมา อาภา
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
พุทธสุภาษิตข้างบนที่เราได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เด็กๆ ต่างก็ท่องกันมาตั้งแต่เด็กๆเช่นเดียวกัน แต่ตอนเป็นเด็กท่องเพื่อให้รู้เพื่อตอบคำถามในบทเรียน แต่ชีวิตจริงยังห่างไกลนักกับความเป็นจริงในตัวตนของชีวิตเรา
ผู้เขียนก็อยู่ในหมวดหมู่ของคนเหล่านั้นที่ท่องได้จำได้ พออายุเลยหลักสี่(ที่ไม่ได้หมายถึงรังสิต) เริ่มมีโรคภัยเข้ามาบ้างแต่ก็ยังไม่ใส่ใจมากนักเพราะมันก็เป็นธรรมดาที่คนเราจะเจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง ถ้าโรคนั้นมันไม่ใช่ไวรัสตับอักเสบซี
ไวรัสตับอักเสบซี ทำให้ผู้เขียนต้องสู้กับมันอยู่ถึง 2 ปี ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าจะหายและจะรักษาต่อเนื่องได้หรือไม่ในแง่ค่ารักษาพยาบาล(ตามที่ผู้เขียนเคยบันทึกไว้หลายๆบันทึก) แต่ก็ผ่านมันไปได้ในที่สุด
นั่นเป็นโรคที่ผู้เขียนคิดว่าเอาชนะมันได้ด้วยวิธีรักษาแบบวิทยาศาสตร์ล้วนๆ และมันทำให้ผู้เขียนคิดว่า วิทยาศาสตร์เอาชนะเรื่องของเวรกรรมได้
ผ่านไปอีกปีหนึ่ง ผู้เขียนเจออีกโรคซึ่งผู้เขียนคิดว่ามันไม่ใช่โรค มันน่าจะเป็นภาวะความเครียดมากกว่า เครียดจากการทำงานก็ไม่เท่ากับเรื่องราวในชีวิตส่วนตัว ซึ่งเมื่อนึกย้อนกลับไปผู้เขียนก็ไม่เข้าใจว่าผู้เขียนเครียดอะไรจะขนาดนั้น ถึงคิดและกระทำเหตุบางอย่างเกินไปอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเอง
และสิ่งที่ได้มาคือยา SERTRALINE จากหมอ พร้อมยานอนหลับเม็ดสีชมพูอีกขนานหนึ่ง หมอบอกเคมีในสมองผู้เขียนหลั่งออกมาแบบไม่สมดุลทำให้ความคิดเกินเหตุ กังวลมากเกินปกติ ที่สำคัญหมอพบประวัติว่าเคยใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ามาก่อน จึงวินิจฉัยว่าผู้เขียนเป็นโรคซึมเศร้า
เกือบ 1 ปีที่รักษาจนอาการนอนไม่หลับหายเป็นปกติ(นอนหลับได้เร็วขึ้นโดยไม่พึ่งยา) ตามมาด้วยลดการใช้ยาหลักและเลิกใช้ยาไปในที่สุด แม้จะยังไม่ครบกำหนดตามหมอแต่ผู้เขียนมั่นใจว่าหายแล้ว และหมอก็ต้องยอมเพราะผู้เขียนหยุดยาเองโดยไม่บอกหมอก่อน(การรักษาโดยทั่วไปบอกว่าห้ามหยุดยาเอง)
ตอนนี้ 1 ปีผ่านไป มีอาการใหม่ที่ผู้เขียนไม่เคยเป็นมาก่อนคือ ปวดขาข้างซ้าย ผู้เขียนวินิจฉัยเองโดยไม่รีรอว่า เกิดจากการเดินทำงานมากเกินไป หรือไม่ก็เพราะรองเท้านิรภัย(Safety)ที่มีน้ำหนักมากในการเดินทั้งวัน ปวดไม่มากแต่นั่งพับเพียบไม่ได้เลย สังเกตุได้ตอนไหว้พระก่อนนอน ผู้เขียนใช้ยาทาบรรเทาปวด ก็ไม่หาย ผ่านไปเป็นเดือนก็ไม่ดีขึ้น ชักสงสัยเลยลองไปหาหมอที่โรงพยาบาลประกันสังคมแห่งหนึ่ง
หมอให้ยาทามาหลอดหนึ่ง พร้อมยาแก้ปลายประสาทอักเสบ ยาแก้ปวด แก้อักเสบ มาอย่างละขนาน พร้อมบอกว่าถ้าไม่หายให้มาหาหมอใหม่เพื่อดูเรื่องกระดูก
ถึงตอนนี้ก้ต้องกินยาและรอต่อไปว่าอาการจะหายหรืออย่างไร....
อโรคยา ปรมา อาภา...ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
พุทธสุภาษิตนี้ช่างศักดิ์สิทธิ์จริงหนอ ทำให้ผู้เขียนเห็นว่าเป็นจริงแท้แน่นนอนหนอ คือความไม่แน่นอน ความไม่เที่ยง ความเกิด ความดับ นี้สิแน่นอนจริงๆหนอ...
..........................

เป็นกำลังใจให้นะครับ
กำลังปวดเหมือนกันค่ะแขนซ้ายตอนนี้ก็ขวาด้วยเหมือนจะไมมีแรง..ขาซ้ายก็ปวดเหมือนจะเป็นตะคิว..ค่ะ..ไปปั้นดินมาเลยหนักเข้าไปอีก..วันนี้..กำลังคิดว่า..เรานี้อยู่คนเด้ยวในโลก..จริงๆกับความเจ็บปวด..
อ่านบันทึกนี้..เลยทำให้คิดว่า...ปวดได้ก็น่าจะหายได้..นะเออนะ...
ตามประสาคนเชื่อเรื่องกรรมนะคะ ดิฉันว่าวิทยาศาสตร์เอาชนะไม่ได้ เพียงแค่ยืดเวลาในบางเรื่อง จนกว่ากรรมดีจะมาบรรเทา
เมื่ออายุมากขึ้น โรคจากความเสื่อมก็มารอคิว ดิฉันก็หลายโรคอยู่แต่พยายามทำความรู้จัก และคุ้นเคย กับโรค เพราะต้องอยู่กับเขาให้ได้
ของดิฉันก็มาแล้ว 3 โรค ก็ไม่หนักหนานัก ปรับตัวได้แล้วเพื่อไม่ให้กังวลเกินไป
คนไข้เป็นโรคซึมเศร้านี ยาช่วยได้เยอะมากค่ะ ต้องหมั่นไปพบหมอนะคะ
ดิฉันปวดน่องซ้ายทุกคืนก่อนนอน พอจะหลับก็ปวดจนต้องตื่น เป็นนานเป็นปีค่ะ คุณหมอเวชศาสตร์ฟื้นฟูแนะนำท่าบริหาร ตอนนี้หายแล้ว หลังจากปรึกษามาหลายหมอ
โชคดีนะคะคุณพิชัย