บุคคลคนเดียวกันเป็นสมาชิกมากกว่าหนึ่งสหกรณ์ได้หรือไม่

จากการที่ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในหลาย ๆ ที่ มักจะมีสมาชิกและผู้สนใจถามเกี่ยวกับเรื่องการเป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งควรจะเป็นสมาชิกสหกรณ์ได้กี่สหกรณ์ หรือต้องเป็นได้เพียงสหกรณ์เดียว ในความคิดเห็นของผมเมื่อพิจารณาถึง อุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์แล้ว ก็สามารถตอบได้เป็นสองทางคือ หนึ่งตอบว่าเป็นมากว่าสองสหกรณ์ก็ได้ ถ้าสหกรณ์ที่เขาเข้าเป็นสมาชิกทุกสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์หลักไม่มีข้อใดซ้ำซ้อนกับสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกอยู่ก่อน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับสมาชิก เช่น เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ไว้ เก็บเงินออมที่มีผลตอบแทนเป็นธรรม และขณะเดียวกันก็เป็นสมาชิกสหกรณ์ร้านค้า เพื่อซื้อสินค้าในราคาที่เป็นธรรม เป็นต้น และคำตอบที่สองก็คือไม่ได้หรือไม่ควรเป็นพร้อมกันหลายสหกรณ์ ห เพราะถ้าเป็นสมาชิกหลายสหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เหมือนกันเช่น การให้เงินกู้หรือสินเชื่อ ก็จะเป็นการสร้างหนี้หลายทางและไม่เป็นไปตามอุดมการณ์และหลักการสหกรณ์ การเป็นสมาชิกหลายสหกรณ์ อาจก่อให้เกิดการเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ได้มากมายเช่นเรื่องการใช้สิทธิเป็นกรรมการ หลุดจากการเป็นกรรมการที่นี่ ก็ไปเป็นที่โน่น เป็นผู้ตรวจสอบกิจการที่นี้แต่เป็นกรรมการที่โน่น หรือเป็นประธานทีเดียวเลย 2 -3 สหกรณ์ ทำให้คนอื่นไม่มีโอกาสเข้ามาบริหารสหกรณ์ แถมยังเอาโบนัส ทุกสหกรณ์ เบี้ยประชุมเดือนละ 2-3 สหกรณ์ ถ้าไม่แสวงหาผลประโยชน์ก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก ควรเสียสละอยู่กับสหกรณ์ใดสหกรณ์หนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่น นี่ยังไม่พูดถึงรายได้จากเรื่องอื่น ๆ หรือแม้แต่ใช้สิทธิในการกู้ก็กู้ได้หลายทาง ดีไม่ดีกู้ทุกสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิก หรือเอาพรรคพวกตัวเองเข้าทำงานในทุกสหกรณ์ที่ตนเองเป็นกรรมการ ....ฯลฯเดิมทีระเบียบของสหกรณ์กำหนดให้บุคคลคนหนึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ได้ เพียงสหกรณ์เดียวและควรมีการกำหนดพื้นที่การดำเนินงานให้ชัดเจน ต่อมาเพื่อมีการพัฒนาการของสหกรณ์แบบก้าวหน้ามีหลายสหกรณ์ขอแก้ไข คุณสมบัติของสมาชิกให้ข้อบังคับ ตัดเรื่องนี้ออกไป และบางสหกรณ์ก็ยังคงมีถือใช้อยู่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่และการพิจารณาอนุญาตของนายทะเบียนสหกรณ์ จึงเริ่มทำให้คุณสมบัติข้อนี้เริ่มแตกต่างกันออกไปแต่ละสหกรณ์ตามยุคสมัยนิยมตามความเป็นจริงแล้ว การที่ข้อบังคับฉบับร่างปิดกั้นไม่ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์หลายสหกรณ์ ก็เพื่อ 1. ป้องกันการก่อหนี้ซ้ำซ้อนหรือการมีหนี้หลายทางของสมาชิก อันเป็นสาเหตุให้สมาชิกมีหนี้สินล้นพ้นตัว และส่งชำระหนี้ไม่ได้ เกิดผลเสียทั้งต่อสมาชิกและสหกรณ์ และเป็นการขัดต่ออุดมการณ์สหกรณ์ ดังนั้น สมาชิกควรเป็นผู้ตัดสินใจเองว่าจะเป็นสมาชิกสหกรณ์ใด ตามความสมัครใจ2. เพื่อไม่ให้เกิดการขัดแย้ง แย่งชิงในการรับสมาชิกและแข่งขันกันทำธุรกิจระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน การกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อหลักการสหกรณ์ ที่ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ ที่เน้นการร่วมมือกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มากกว่าการแข่งขัน ที่จะก่อให้เกิดศัตรูมากกว่าความเป็นมิตร3. ทำให้เกิดความสะดวกในการจัดทำฐานข้อมูลและการให้บริการ การช่วยเหลือสมาชิก และเป็นการซื่อสัตย์ต่อกันระหว่างสมาชิกและ สหกรณ์

4. ป้องกันการเวียนเทียนของสมาชิกบางคนที่แสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ในการเป็นกรรมการ เพราะบางคนอาจหลงติดอยู่กับอำนาจการบริหาร คือเป็นสมาชิกสหกรณ์หลายสหกรณ์และสมัครเป็นกรรมการทุกสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิก หรือ พอหมดวาระจากสหกรณ์หนึ่งก็ไปลงสมัครอีกสหกรณ์ที่ตนเป็นสมาชิก เช่น ในหน่วยงานบางแห่งมีสหกรณ์เดิมอยู่ก่อน กฎหมายสหกรณ์ไม่ได้กำหนดให้มีวาระการเป็นกรรมการ การสมัครลงเลือกตั้งเป็นกรรมการก็ไม่ค่อยจะมีปัญหา ต่อมาภายหลังมี กฎหมายสหกรณ์มากำหนดให้กรรมการ ดำรงตำแหน่งอยู่ในการบริหารงานสหกรณ์ได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ก็ทำให้มีการตั้งสหกรณ์ประเภทใหม่ขึ้นเพื่อเป็นที่รองรับ หรือที่พักของ กรรมการสหกรณ์เดิมบางคนที่เว้นวรรคจากสหกรณ์ออมทรัพย์ เมื่อครบกำหนดเว้นวรรคก็จะกลับเข้าไปสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ สหกรณ์ ออมทรัพย์ดังเดิม ก็เท่ากับกรรมการผู้นี้หรือชุดนี้ก็สลับกันเป็นกรรมการระหว่างสหกรณ์ใหม่กับสหกรณ์เดิมโดยไม่ต้องเ ว้นวรรค หรืออีกกรณีคือ เคยเป็นกรรมการของสหกรณ์แห่งหนึ่งและเกิดความขัดแย้งในสหกรณ์เดิม หรือ ไม่สามารถชนะการเลือกตั้งการเป็นกรรมการได้ก็จะไปขอจัดตั้งสหกรณ์ใหม่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตนเองจะได้เป็นคณะกรรมการของสหกรณ์ แห่งใหม่และรอเวลาที่จะหวนกลับมาเป็นกรรมการสหกรณ์เดิมอีก ถ้ามีสิทธิเป็นสมาชิกสหกรณ์ ได้ทั้งสองสหกรณ์ในเวลาเดียวกัน หรือไม่ก็เพื่อเป็นกรรมการสหกรณ์ใหม่ มักจะสร้างความแตกแยกให้กับขบวนการสหกรณ์ โดยใช้สหกรณ์แห่งใหม่เป็นเครื่องมือแข่งขันกับสหกรณ์เดิม เช่น ยุยงส่งเสริมให้สมาชิกในสหกรณ์เดิมลาออกมาอยู่กับสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ หรือจูงใจให้เงินรางวัลสิ่งของในการชักจูงให้สมาชิกอีกสหกรณ์หนึ่งมาอยู่สหกรณ์ของตน หวังลดความเชื่อถือและศรัทธาของสหกรณ์เดิม การกระทำเช่นว่านี้ย่อมเป็นการทำลายขบวนการสหกรณ์ และเป็นการปฏิบัติที่ขัดกับหลักการสหกรณ์ และยังเป็นการขาดจริยธรรมและจรรยาบรรณของนักสหกรณ์

5. เพื่อป้องกันทุนนิยมปลอมแปลงเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากเงินปันผลและดอกเบี้ยเงินฝากตามปกติสหกรณ์จะกำหนดให้สมาชิกคนหนึ่งถือหุ้นได้สูงสุดไม่เกินร้อยละยี่สิบหรือหนึ่งในห้าของหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ในสหกรณ์ เมื่อสมาชิกผู้นี้ถือหุ้นสูงสุดในสหกรณ์หนึ่งแล้ว ก็จะไปสมัครอีกสหกรณ์หนึ่งเพื่อนำเงินไปลงทุนในลักษณะแสวงหาผลประโยชน์ รวมไปถึงการกระจายเงินฝากไปยังสหกรณ์ที่ตนเองเป็นสมาชิกทุกสหกรณ์

6. เพื่อลดการแย่งชิงแข่งขันหาคนเข้ามาเป็นสมาชิกของแต่ละสหกรณ์ เมื่อมีการแข่งขัน แย่งชิงคนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกก็จะให้งัดเอายุทธวิธีมาต่อสู้กันระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน เช่นการให้เงินตอบแทนในการหาสมาชิกเพิ่ม การให้สิ่งของสำหรับผู้ที่หาสมาชิกมาเพิ่ม ซึ่งเป็นการขัดต่อหลักการสหกรณ์ที่ว่าด้วยความสมัครใจ สหกรณ์ควรยึดหลักความสมัครใจ ความเข้าใจ และเต็มใจของผู้ที่เป็นสมาชิกมากกว่า การจูงใจโน้มน้าวด้วยอามิสสินจ้าง ควรเน้นที่คุณภาพ มากกว่าจำนวนหรือปริมาณ แม้สมาชิกจะน้อยแต่ถ้าให้บริการที่ดี มีสวัสดิการดี ก็ย่อมมีผู้ศรัทธาสมัครเข้ามาเป็นสมาชิก ดีกว่ามีจำนวนสมาชิกมากแต่ขาดคุณภาพ บริการไม่ทั่วถึง ดูแลยากติดตามหนี้ไม่ได้ สุดท้ายสหกรณ์ก็ต้องมาปวดหัวกับสมาชิกที่เป็นลูกหนี้หลายสหกรณ์และเป็นหนี้ที่ไม่สามารถเรียกคืนได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  สหกรณ์



ความเห็น (0)