เท่าที่จำความได้ 3 : หนังสือประวัติศาสตร์

เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่หากมีเรื่องเกี่ยวกับการนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ ทำไปโดยรู้สึกผิด คล้ายยักยอกเงินของแม่ ไม่ซื่อสัตย์กับตัวเอง กับแม่(ผู้ล่วงลับไปแล้ว)

ผมจะนึกถึงเรื่องนี้...

ตอนอยู่ชั้นป.3หรือป.4 ไม่แน่ใจ จะมีรถขายหนังสือต่างๆ มาวางขาย กระผมเองไม่รู้อะไรดลใจอยากได้หนังสือประวัติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เลยไปขอเงินแม่มาซื้อในวันรุ่งขึ้น

จำได้ว่าราคา34 บาท ซึ่งสมัยนั้นราคาแพงไม่เบาทีเดียว แต่แม่ก็ให้ตังค์มาน่าจะมากกว่าราคาหนังสือ พอมาถึงโรงเรียน ก็จะมีของมาขายมากมาย ทั้งขนมแปลกๆใหม่ๆกว่าที่เคยเห็น มีน้ำหวานน้ำแข็งไส ผมเองเผลอนำเงินไปซื้อจนเงินเหลือไม่พอราคาหนังสือเล่มนั้น

เป็นการยักยอกที่เป็นตราบาปมาจนทุกวันนี้ แม่ไม่ได้ทำโทษอะไรมากหรอก เพียงแต่บ่นไปตามประสาคนแก่ของแม่ ท่านอาจจะพอใจด้วยที่ผมได้มีของกินดีๆมากกว่าหนังสือเล่มนั้น ซึ่งแม่ไม่รู้หรอกว่ามันมีสาระสำคัญอย่างไร

แต่ผมจดจำเรื่องราวหนนั้นได้ดี และหากมีเรื่องราวที่คล้ายคลึงกับเรื่องนี้ ทำนองการคิดไม่ซื่อ การใช้เงินแบบไม่ยั้งคิด เรื่องราวหนนั้นจะย้อนมาเตือนให้รู้สึกผิดอยู่เสมอ

หากเป็นไปได้อยากจะย้อนกลับไปขอโทษแม่ จะสารภาพและยอมรับผิด จะไม่กระทำอะไรโง่ๆแบบนั้นอีก

หนังสือประวัติศาสตร์เล่มนั้นจึงเป็นบทเรียนให้ระลึกถึงอยู่เสมอ

และรู้สึกสงสารแม่และรักแม่มากเหลือเกินเมื่อบันทึกมาถึงตอนนี้

........

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ลมหายใจแห่งตัวตน



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

เรื่องราวในอดีต เสมือนหนังสือประวัติศาสตร์ที่ มีคุณค่า

ทำให้เราระลึกถึงความผิดชอบชั่วดีได้เสมอจ้ะ

เขียนเมื่อ 

เป็นช่วงวัยหนึ่งที่ยังจดจำได้ดีครับคุณมะเดื่อ........