ปฏิรูปค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย

ในประเทศในยุโรปที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ (เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์) นักเรียนเริ่มวางแผนชีวิตการทำงานตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม และนักเรียนร้อยละ ๔๐ - ๗๐ เรียนในโปรแกรมที่บูรณาการวิชาการ กับการฝึกงานอย่างเข้มข้นจริงจัง ทำให้เยาวชนในประเทศเหล่านี้มีอัตราว่างงานต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราในสหรัฐอเมริกา


บทความ Leading on College Tuition reform? บอกว่านักการเมืองในสหรัฐอเมริกากำลังหาเสียง ด้วยนโยบายเรียนฟรี ในมหาวิทยาลัย เพราะในช่วง ๔๐ ปีที่ผ่านมาค่าธรรมเนียมการศึกษาในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น ๑๐ เท่า หรือ ๑,๐๐๐%

เป้าหมายหลักของการศึกษาต้องไม่ใช่เพียงได้รับกระดาษ คือปริญญาหรือประกาศนียบัตร ต้องนำไปสู่ชีวิตที่ดี คือมีสัมมาชีพที่ดี รายได้ดี และเป็นคนดีของสังคม ซึ่งแค่ได้งานทำไม่พอ ต้องมีงานที่ดี รายได้เหมาะสมด้วย

เพราะค่าเล่าเรียนแพง นักศึกษาต้องกู้เงินมาจ่าย บัณฑิตอเมริกันโดยเฉลี่ยเป็นหนี้คนละ ๓๐,๐๐๐ เหรียญ รวมทั้งประเทศ ๑.๒ ล้านล้านเหรียญ

จริงๆ แล้ว นายจ้างไม่ได้ต้องการคนที่มีใบปริญญา แต่ต้องการคนที่มีทักษะทางเทคนิค เวลานี้คนจบวิทยาลัยชุมชน ในหลักสูตร ๒ ปี ในสาขาที่ต้องการ เช่น ไอที ผู้ช่วยในบริการสุขภาพ มีตำแหน่งงานเหลือเฟือ

เขาบอกว่า นอกจากทักษะทางเทคนิคในการทำงานแล้ว ทักษะที่นายจ้างต้องการ (employability skills) ได้แก่ ความมีวินัยในตนเอง เชื่อถือได้ ทำงานเป็นทีม และทักษะด้านการสื่อสาร

ในประเทศในยุโรปที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ (เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์) นักเรียนเริ่มวางแผนชีวิตการทำงานตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม และนักเรียนร้อยละ ๔๐ - ๗๐ เรียนในโปรแกรมที่บูรณาการวิชาการ กับการฝึกงานอย่างเข้มข้นจริงจัง ทำให้เยาวชนในประเทศเหล่านี้มีอัตราว่างงานต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราในสหรัฐอเมริกา

ปฏิรูปค่าเล่าเรียน ไม่พอ ต้องปฏิรูประบบการเรียนเพื่อการมีสัมมาชีพด้วย

วงการศึกษาไทย ได้แนวคิดจากบทความนี้บ้างไหม



วิจารณ์ พานิช

๒๒ ส.ค. ๕๘


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)