"พี่หนาน"
นาย พรพจน์ พี่หนาน เรียงประพัฒน์

​ความรู้คู่ตัว: วิชาชีวิต


ความรู้คู่ตัว: วิชาชีวิต

...

คนที่เรียนจบในเมืองไทยและต่างประเทศส่วนใหญ่ เวลาเรียนจบแล้ว มักจะหลงหรือลืมตัวไปว่า “กูเรียนจบแล้ว” พอคำว่าเรียนจบแล้ว เข้ามาฝังในความคิด ในสมองมากเข้า บ่อยเข้า อาจก่อให้เกิดการ “ลืมตัว” “หลงคิด” เข้าข้างตัวเองว่า “กูเก่ง” “กูเรียนจบแล้ว” “กูรู้ทุกอย่าง”(อิด) พอสิ่งเหล่านี้เข้ามาครอบตนเองมาก ๆ สิ่งที่จะตามมาคือ “มานะ”(ถือตัว) “มิจฉาทิฏฐิ”(เห็นผิด) ทะนงตน อวดตน(อีโก้) จนถึงกับ “ยกตนข่มท่าน” “นำความรู้ไปใช้ในทางที่ผิด”(ซุปเปอร์อีโก้)...

ในความเป็นจริง หรือชีวิตจริง ...หากใครที่รู้ เข้าใจ ธรรมชาติ ของตนเอง เข้าใจธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงว่า “ไม่มีใครที่จะสามารถเรียนจบ” หรือ “ไม่มีใครที่จะสามารถเรียนรู้ได้ครบทุกศาสตร์” เพราะองค์ความรู้ ความจริง ในโลกนี้ มีมากมายมหาศาล เราจะสามารถเรียนรู้ได้ในระดับหนึ่ง ชั้นหนึ่ง หรือ สาขาหนึ่งเท่านั้น

สังเกตจากผู้ที่จบดอกเตอร์หรือปริญญาเอกทางการแพทย์ ก็จะเก่งหรือเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเท่านั้น เช่น หมอตา หมอฟัน หมอกระดูก หมอผ่าตัด(ศัลยกรรม) เป็นต้น ครู อาจารย์ ก็จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะเอกเฉพาะสาขาที่ตนถนัดหรือเรียนจบมาเท่านั้น เช่นกัน ...ผู้ที่เรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกสาขาใด สาขาหนึ่ง หรือเอกใดเอกหนึ่งแล้ว ทำทีมาวางมาด โชว์ อวด เชิดหน้าเชิดตา ทะนงตน เบ่ง ขี้โอ่ ขี้โม้ ว่า “กูจบปริญญาโทนะ” “กูจบปริญญาเอกนะ” เพื่อคุยทับยกตนข่มคนอื่น คุยทับคนอื่น จึงไม่เป็นการสมควรอย่างยิ่ง แทนที่จะมีคนนิยมชมชอบ กลับจะเป็นการลดความสำคัญ(ดิสเครดิต) ของตนลงเสียอีก

เมื่อเราเรียนจบในหลักสูตรแล้ว ได้ทำงานแล้ว ก็ใช่ว่าจะเรียนจบวิชา “ความรู้คู่ตัว” หรือ “วิชาชีวิต” ได้ เราต้องศึกษาเพิ่มเติม อาจใช้มุมมองแนวคำถามแบบการบ้านของเด็กเวียดนาม ที่ครูของเขามอบให้กับเด็กทุกวัน เพื่อตอบคำถามให้กับตนเองอยู่ตลอดเวลาก็ได้ ดังนี้...

1. วันนี้เธอช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง? ...เพื่อจะตอบโจทย์ด้านความกตัญญูกตเวที ช่วยเหลือครอบครัว

2. วันนี้เธอทำความดีกับคนอื่นอย่างไรบ้าง? ...เพื่อตอบโจทย์ด้านการช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยเหลือสังคม

3. ที่บ้านเธอมีข่าวท้องถิ่นอะไรน่าสนใจบ้าง? ...เพื่อตอบโจทย์ด้านการเรียนรู้ชุมชน สังคมสิ่งแวดล้อมรอบตัว

4. มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศเธอบ้าง? …เพื่อตอบโจทย์ด้านความรู้ที่มีต่อองค์กรที่ตนทำงาน และความรู้ที่มีต่อประเทศชาติบ้านเมือง

5. ในโลกของเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? …เพื่อตอบโจทย์ด้านความรู้ที่มีต่อโลก เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับประเทศอื่น ทวีปอื่น สถานการณ์ และแนวโน้มของแต่ละประเทศ จะเป็นไปอย่างไร เขาไปถึงไหน เราไปถึงไหนแล้ว(รู้เขา..รู้เรา)

ลองยกตัวอย่างมุมมองการตอบคำถามทั้ง 5 ข้อแบบง่าย ๆ(ของผม) ดังต่อไปนี้...

1. วันนี้เราช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง? ...ผมอายุมากแล้ว ทำงานแล้ว และไม่ได้อยู่กับพ่อ แต่ก็ไม่ห่างแม่มากนัก อยู่กับแม่ยาย แต่ไม่ทิ้งแม่ตัว สิ่งที่ช่วยแม่ตัวได้คือ แบ่งเบางานหนักที่พอจะช่วยหลือท่านได้ เช่น ตัดหญ้าหลังบ้าน ตัดต้นไม้ เก็บสิ่งของให้ กวาดบ้านถูบ้านที่พักหลับนอนให้ เป็นต้น ในวันสิ้นเดือนจะ “มอบเงินเลี้ยงใจ” ให้ท่านเดือนละ 500 บาท ทุกเดือน เอาไว้ให้ท่านใช้ทำบุญ และเวลาไปไหนมาไหนก็จะได้ไม่อายเพื่อน ... ส่วนคุณแม่ยายอยู่กับท่านก็คอยดูแลอยู่ห่างๆ คอยช่วยยกถังน้ำ ยกย้ายสิ่งของที่หนักๆ เปิดปิดประตูบ้าน และทำความสะอาดกวาดใบไม้บริเวณรอบบ้าน และ “มอบเงินเลี้ยงใจ” ให้ท่าน วันละ 100 บาท แล้วแต่ว่าจะนำไปใช้อะไร อาจเป็นค่าอาหารหรือซื้อสิ่งของ เอาไว้ทำบุญ ก็สุดแต่ท่าน... เราอาจจะไม่ได้ช่วยทำงานทุกวัน เพราะเราเป็นพ่อค้าที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้า การอยู่กับบ้าน เข้าบ้าน ผมถือว่าเป็นเวลาพักผ่อนครับ

2. วันนี้เราทำความดีกับคนอื่นอย่างไรบ้าง? ...ไม่ได้ทำความดีกับคนอื่นทุกวัน หรือทำให้กับทุกคนทุกวัน แต่ผมช่วยทางอ้อม ช่วยซื้อน้ำแข็ง ขนม นม เครื่องดื่ม ที่ร้านค้าของน้าแทบทุกวัน ...เวลามีคนนำของมาขายให้ เช่น ข้าวโพด ขนม ไส้กรอก หน่อไม้ ปลาสด กุ้งสด ฯลฯ ผมก็ช่วยซื้อของเขาแทบจะทุกครั้ง แม้บางครั้งอาจดูไม่สมราคาก็ตาม ...ช่วยเอื้อเฟื้องานบริการ ถ่ายรูป ถ่ายเอกสาร ค้นคว้าข้อมูล ช่วยลงทะเบียนซิม ลงทะเบียนเกษตรกร ให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ที่สอบถาม ผู้ที่ไม่รู้ทุกๆ ด้าน เท่าที่โอกาส จะเอื้ออำนวย ให้ความรู้กับกัลยาณมิตร ผ่านเฟสบุ๊ค และเว็บไซต์โกทูโนว์ แบบไม่หวังผล แทบจะทุกวัน ...

นอกจากนี้ยังช่วยเป็นพิธีกร โฆษกงานบุญ งานบวช งานแต่ง งานตาย โดยไม่เคยกำหนดราคาค่าตัวเลยแม้แต่บาทเดียว ถ้าเจ้าภาพใจกว้างให้มาก็รับ ถ้าไม่ให้ก็ไม่ว่ากัน และเงินที่ได้มานั้น ก็ไม่ได้นำไปใช้จ่ายในส่วนตัว แต่จะนำไปใช้จ่ายในส่วนรวม ให้เป็นทุนเด็กนักเรียน ใช้ทำบุญ บริจาคเป็นการกุศล และใช้ในการดูแลรักษาป่าชุมชนต้นน้ำเหนือหมู่บ้าน(ใครจะบริจาคร่วมก็เชิญได้ ไม่ปิดกั้นครับ)...

3. ที่บ้านเรามีข่าวท้องถิ่นอะไรน่าสนใจบ้าง? ...บางท่านอาจจะสนใจอยากรู้ในหัวข้อนี้เป็นกรณีพิเศษ ข่าวท้องถิ่นคือภาพรวมในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และรวมถึงจังหวัดของเรา แต่ผมมองแคบ เฉพาะในอำเภอของตนเท่านั้น ช่วงนี้มีข่าวการโยกย้ายนายอำเภอทองแสนขัน จากเดิม ท่านอนุชา พัสถาน เปลี่ยนเป็นคนใหม่ภูมิลำเนาเดิมมาจากจังหวัดมหาสารคามชื่อ ท่านสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ หวังว่าคนทองแสนขันคงจะรู้และทราบกันดีแล้ว ...มีข่าวดีที่บ้านวังเบนรณรงค์ให้มีการปลูกป่ากันในหลายพื้นที่ หลายร้อยไร่ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรจาก ชาวบ้านวังเบน อำเภอฯ อบต.บ่อทอง สวนรุกขชาติบ้านแพะ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อต.8(วังเบน) อุทยานแห่งชาติสักใหญ่ เจ้าหน้าที่ทหารจากอุตรดิตถ์...

นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวการขึ้นทะเบียนเกษตรกรใหม่และเก่า และที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งด้านพืช ชาวบ้านต้องติดตามข่าวสารของทางผู้ใหญ่บ้านและเกษตรอำเภอฯกันให้ดี ส่วนใหญ่ประสบภัยแล้งเพราะฝนในเขตอำเภอนี้มีน้อยมาก อีกทั้งตกทิ้งช่วงนานมาก น้ำในเขื่อนสิริกิติ์ยังอยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง ในเขื่อนห้วยแมงก็เหลือน้อยลงทุกที และปีหน้าคาดการณ์กันเอาไว้ว่า “เพลงข้าวไม่มีขาย” จะกลับมาฮ็อตฮิตกันอีกครั้ง ชาวนานอกจากจะไม่มีข้าวขายแล้ว อาจจะต้องได้ซื้อข้าวสารกินกันอีกก็เป็นได้...

แนวโน้มภาวะของฝนแล้งปีนี้ จะลุกลามข้ามไปถึงปีหน้า(59)อีกรอบ และอาจหนักกว่าปีที่ผ่านมา(58)อีกเท่าตัว ...ขอให้เกษตรกร เจ้าหน้าที่ เตรียมการรับมือกับภัยแล้งที่จะตามมาอีกครั้ง มาตรการรองรับเรื่องน้ำ น่าจะติดอันดับสำคัญที่สุด เพราะเหลือระยะเวลาฝนจริงๆ เพียง 2 เดือนคือ กันยายน-ตุลาคม เท่านั้น หากฝนไม่ตกลงมาอย่างหนักจนถึงกับมีน้ำเพียงพอจะกักเก็บและเอาไว้ใช้สอยได้มากๆ แล้ว เราจะทำยังไงกัน ..น่าคิด น่าเตรียมตัวกันเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เหมือนกันนะครับ

4. มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศเราบ้าง? …มีข่าวการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลตั้งแต่กลางปีที่แล้ว คือ 19 พฤษภาคม 2557 จากรูปแบบประชาธิปไตยแบบพวกมากมาเป็นแบบรัฐประหาร(เผด็จการทหาร) จากนั้นก็มีการแต่งตั้งคณะทำงานด้านต่างๆ เช่น คสช.(คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) กอ.รส. (กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย) สปช.(สภาปฏิรูปแห่งชาติ) สนช.(สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ) ครม. คือคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ ด้านต่าง ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนกันมาจนถึงรุ่นที่ 3 แล้ว และในรุ่นนี้ก็มีการเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีที่สำคัญเกือบทั้งหมด หากท่านใดทำงานในหน่วยงานหรือในองค์กรก็คงจะทราบกันดีว่า “หัวหน้าใหญ่” (บิ๊กบอส) ของท่านนั้น คือใคร ใครคือรองทั้งสองบ้าง ก็ควรจะได้ทำความเข้าใจและทำความรู้จักกันเอาไว้ก็ไม่เสียหลายนะครับ

5. ในโลกของเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง? …สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ ...

5.1 ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน มีความถ่างกว้างมากขึ้น ที่รวยก็รวยสุดๆ ที่จนก็จนแทบไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ ไม่มีข้าวอาหารจะกินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงแรงงานและโยกย้ายแรงงานต่างด้าว การขโมยเด็กเพื่อผ่าตัดเอาอวัยวะไปขาย การส่งชาวต่างชาติ เช่น โรฮิงญา อุยกูร์ กลับภูมิลำเนาเดิม หรือต้นสังกัด ฯลฯ

5.2 วิถีแห่งการผลิตอาหารถูกครอบครองด้วยเทคโนโลยี ทั้งการผลิตข้าว ผลิตผัก ผลไม้ ผลิตเนื้อสัตว์ ล้วนแต่มีการเร่งการเจริญเติบโตด้วยสารเร่งชนิดต่างๆ การตัดแต่งพันธุ์ (จีเอ็มโอ)ในผลไม้ การใช้ยาฆ่าแมลงและกำจัดวัชพืชชนิดต่างๆ การควบคุมเมล็ดพันธุ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ เมืองไทยคือ บ.ซีพีออลล์ สหรัฐคือกลุ่ม บ.มอนซันโต้ ฯลฯ

5.3 ประเทศต่างๆ มีการรวมกลุ่มกันมากขึ้น เพื่อสร้างพลังการต่อรองกับประเทศมหาอำนาจที่ใหญ่กว่าเจริญกว่า เช่น กลุ่มอาเซียน เพื่อต่อรองกับประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป กลุ่มสหภาพยุโรปหรือกลุ่มผู้ใช้เงินยูโร เพื่อต่อรองกับประเทศสหรัฐอเมริกาหรือดอลล่าร์สหรัฐ ขณะเดียวกันประเทศเล็กๆ ที่มีการบริหารจัดการรัฐที่มีการทุจริตและประชานิยมมาก ก็มีแนวโน้มที่ระบบเศรษฐกิจ การเงินจะล่มสลายได้อย่างง่ายดาย ที่เห็นผ่านมา เช่น ประเทศเม็กซิโก ไซปรัส อาร์เจนตินา กรีซ(กรีก) และอาจลามมาถึงมาเลเซียและเมืองไทยได้ หากนักบริหารองค์กรภาครัฐของไทย พากันทุจริตคอรัปชั่นกันอย่างเป็นกระบวนการ ไทยอาจจะเหลือเพียงโครงสร้างผุๆ เข้าสักวันหนึ่ง...พวกเราก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ติดตาม ตรวจสอบ นักการเมือง ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง กันอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ...

สถานการณ์การเมือง สังคม ข่าวสาร ทางโลกยังมีอีกมากมาย นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ยกมาเขียนให้เข้ากับคำตอบของข้อสุดท้ายเพียงสั้นๆ เท่านั้น ก็แล้วแต่ว่าจะเลือกตอบประเด็นไหนกันครับ

...

ผมคาดหวังอยากให้นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่จบมาแล้ว ได้ถามตนเองใน 5 ข้อและลองตอบคำถาม ตามนั้น ในแต่ละอาทิตย์ แต่ละเดือน (ไม่ต้องทุกวันก็ได้) ลองดูว่าเราจะเขียนได้กี่คำ เราจะมีคำตอบอย่างไร อย่างน้อยก็จะเป็นการเขียนบันทึก เขียนเรียบเรียง ทบทวน องค์ความรู้ ที่ได้พบเห็นในแต่ละวันให้เด่นชัด รู้เข้าใจได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น...

ขอบคุณเพื่อนๆ กัลยาณมิตร ที่ติดตามอ่านทุกท่านมากครับ...

=================================================

“พี่หนาน”

1/9/2558

.....................................................

หมายเลขบันทึก: 594251เขียนเมื่อ 2 กันยายน 2015 07:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 กันยายน 2015 07:56 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

จริงพี่หนาน ..โลกคือ อภิมหาวิทยาลัยจริงๆ ส่วนชีวิตคือ มหาธนาคารวิชาความรู้ครับ ความรู้ ความจริง นั่นคือ ปัจจัยที่จะสร้างให้เราตระหนักรู้ในชีวิต ในโลกมากขึ้น ยกเว้นคนที่อิงตนเองว่า เก่ง จบนอก รู้มาก แต่ไม่รู้ข้างในตนเอง นะครับ

ขอบคุณอาจารย์ ส.รตนภักดิ์ มากครับ...ที่ร่วมแสดงความเห็น ความจริง ของโลก และชีวิต เป็นคำนิยามหรือ คำจำกัดความที่ยอดเยี่ยมที่สุด...

"โลกคือ อภิมหาวิทยาลัย ..ชีวิตคือ มหาธนาคารวิชาความรู้ ความรู้ ความจริง นั่นคือ ปัจจัยที่จะสร้างให้เราตระหนักรู้ในชีวิต ในโลกมากขึ้น..."

ขอบคุณอีกครั้งครับผม

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี