บางลำพู... เสน่ห์นี้ไม่มีวันหยุด (1)

ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการตัดถนนหลายสายพาดผ่าน เช่น ถนนพระสุเมรุและถนนพระอาทิตย์ ทำให้บางลำพูเป็นแหล่งการค้าและความบันเทิงแห่งยุค

บางลำพู ... เสน่ห์นี้ไม่มีวันหยุด (1)



เพิ่งเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อสองสามวันก่อน สำหรับ "พิพิธบางลำพู"

"บางลำพู" เป็นชุมชนเก่าแก่และเป็นย่านการค้าที่สำคัญของ “พระนคร” ตั้งแต่สมัยที่เมืองหลวงยังแยกเป็นสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตราบจนถึงทุกวันนี้บางลำพูก็ยังเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร

บางลำพูประกอบด้วยกลุ่มชนคนหลากหลายชาติพันธุ์ ทั้งมอญ จีน แขก ลาวและไทย อาศัยอยู่บริเวณเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วัดชนะสงครามไปจนถึงวัดสังเวชวิศยาราม จรดวัดสามพระยา (ใกล้สี่แยกบางขุนพรหม) บริเวณที่เก่าแก่ที่สุดในถิ่นนี้ ได้แก่ ชุมชนรอบวัดชนะสงคราม รองลงมาเป็นชุมชนรอบวัดสังเวชฯ ส่วนชุมชนที่มาตั้งรกรากใหม่ที่สุด คือ ชุมชนบริเวณรอบวัดสามพระยา

เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา บริเวณแห่งนี้เป็นที่ตั้งของบ้านสวนขนาดเล็ก มีบ้านเรือนอยู่ห่างกันพอประมาณ มีต้นลำพูขึ้นอยู่หนาแน่นเนื่องจากเป็นที่ราบลุ่มต่ำและมีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี


ครั้นล่วงเข้าสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น บางลำพู ได้กลายเป็นศูนย์กลางของความเจริญขึ้นมาโดยลำดับบริเวณตั้งแต่วัดชนะสงครามถึงกำแพงพระนครด้านคลองบางลำพู เป็นที่อยู่อาศัยของข้าราชการและขุนนางฝ่ายวังหน้า

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3ได้มีการกวาดต้อนผู้คนจากการศึกสงคราม มาอยู่รวมกันจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่มีตลาดอยู่กลางย่าน เรียกว่า "ตลาดยอด" หรือ "ตลาดบางลำพู" มีการสร้างวัดรังสีสุทธาวาสและวัดบวรนิเวศ (ภายหลังได้รวมกันเป็นวัดเดียว)


ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการตัดถนนหลายสายพาดผ่าน เช่น ถนนพระสุเมรุและถนนพระอาทิตย์ ทำให้บางลำพูเป็นแหล่งการค้าและความบันเทิงแห่งยุค เป็นที่ทราบกันดีว่าบริเวณเชิงสะพานนรรัตน์ คือตลาดผลไม้ ชาวบ้านเรียกกันว่า "ตลาดทุเรียน" เพราะเมื่อถึงฤดูกาลของทุเรียน ก็จะมีทุเรียนจากสวนนนทบุรีมาวางขาย ทั้งมีความบันเทิงครบครันด้วยวิกลิเก โต๊ะปิงปองและโรงหนัง ครบครัน


ขอบคุุณภาพจาก http://www.alisuasaming.com/main/index.php/writing...

http://www.zoomzogzag.com/2014/08/banglamphu-museu...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เก็บตกจากชุมชน



ความเห็น (0)