สวัสดีครับลูกศิษย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ชาว Blog

ภารกิจสำคัญของผมอีกภารกิจหนึ่งนับจากวันนี้ คือ การได้รับเกียรติจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มอบให้ผมเป็นครูใหญ่ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โครงการพัฒนาผู้นำเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3สำหรับบุคลากรของคณะแพทย์ฯ และหน่วยงานเครือข่ายของคณะแพทย์ จำนวน 55 คน ต่อเนื่องจากรุ่นที่ 1 และ 2 ซึ่งได้พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่สำหรับการทำงานของคณะแพทย์ฯ ในอนาคตไปแล้วจำนวน 100 คน เมื่อปีที่ผ่านมา

ผมขอขอบคุณท่านคณบดี รศ.นพ.สุธรรม ปิ่นเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มอ. พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์ ศ.นพ.สงวนสิน รัตนเลิศ ท่านรองคณบดีทั้ง 2 ท่านซึ่งให้เกียรติผมและทีมงานเสมอ และขอชื่นชมที่ท่านเป็นผู้นำที่มีปรัชญาและความเชื่อเรื่องทุนมนุษย์ว่าเป็นทุนที่สำคัญที่สุดที่จะขับเคลื่อนความเป็นเลิศขององค์กร ซึ่งเป็นความเชื่อและศรัทธาที่ทำให้ผมมุ่งมั่นทำงานในเรื่องทุนมนุษย์ หรือ ทรัพยากรมนุษย์ มากว่า 35 ปี

โครงการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รุ่นที่ 3 จะเป็นกิจกรรมการเรียนรู้หลักสูตรต่อเนื่องระยะยาว รวม 20 วัน โดยในช่วงที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2558

ผมขอเปิด Blog นี้ เพื่อเป็นคลังความรู้ของพวกเรา และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมุมมองของลูกศิษย์ของผมและท่านที่สนใจหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Blog นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนครับ

จีระ หงส์ลดารมภ์

ภาพบรรยากาศการเรียนรู้

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2558

นาเสนองานกลุ่ม : วิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจและบทเรียนจากหนังสือเล่มที่ 2

เรื่อง Strategy Rules: Five Timeless Lessons from Bill Gates, Andy Grove, and Steve Jobs.

วิชาที่ 16

Learning Forum

หัวข้อ “ทิศทางการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยกับการทางานที่มีประสิทธิภาพของคณะแพทย์ฯ มอ.”

โดย ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา

วิชาที่ 17

หัวข้อ จากประสบการณ์ด้านงานวิจัยของข้าพเจ้ากับการพัฒนางานของคณะแพทยศาสตร์ มอ.

และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับโครงการฯของ 5 กลุ่ม

โดย ศ.ดร.อารี วิบูลย์พงศ์

ร่วมติดตามผลงานความคืบหน้าของงานออกแบบโครงการเชิงนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 2

(เสนอวิธีการเก็บข้อมูลเชิงการวิจัยเพื่อหาความจาเป็น และหลักการและเหตุผลในการดาเนินโครงการและผลการเก็บข้อมูลในขั้นต้น)

โดย อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

ผศ.กิตติ ชยางคกุล



วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2558

วิชาที่ 18

กิจกรรม CSR: Public Spirit - Enlarge your networks (จัดโดยสมาชิก รุ่นที่ 3)

วิทยากรร่วม ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

อาจารย์สุภวัส วรมาลี

สำหรับกิจกรรม CSR ที่สมาชิก รุ่น 3 เลือกทำในครั้งนี้ คือ โครงการปลูกป่า ปล่อยปลา เยี่ยมชมฟาร์มคลองหอยโข่ง เพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความรู้การดูแลสุขภาพแก่ชาวบ้าน ณ บ้านเหนือ ต.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรม CSR

อ.จีระ / อ.ทำนอง

หลักสูตรนี้เป็น Knowledge และ Process ให้ทุกคน ค้นหาตัวเอง Learning ทฤษฎี 8K’s + 5 K’s เรียนไปปรับใช้กับงานจะกระเด้ง หรือ สู่ Value Diversity ดำเนินงานด้วยทฤษฎี 2R’s ตรงประเด็น กับ ความจริง

CSR หลังเสร็จอบรม อ.จีระ จะกลับไปเยี่ยมชุมชนเหล่านั้น สิ่งที่เป็นประโยชน์คือ ชาวบ้านได้รับประโยชน์ หลากหลาย ทั้ง การปลูกต้นไม้ การมีโอกาสได้รับความรู้เรื่องสุขภาพจากผู้ที่รู้จริง จากคุณหมอ คุณพยาบาล ที่คงจะหาโอกาสพูดคุยด้วยไม่ได้บ่อยนักในลักษณะแบบนี้ ฯลฯ

ตัวแทนกลุ่มที่ 5

การได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ทำให้ได้เรียนรู้ว่าเราต้องกลับไปมองชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเราอีกมาก

ตัวแทนกลุ่มที่ 4

เป็นโอกาสที่เราได้มีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ได้เปิดโลกทัศน์ของตัวเองให้กว้างขึ้น

ตัวแทนกลุ่ม 3

เมื่อวานได้รับสารแห่งความสุข ได้เห็นการทำงานของชาวบ้านในชุมชนและกิจกรรม CSR ของเราทำให้เกิดการคิดต่อในการช่วยเหลือชุมชน เช่น การหาตลาดให้แก่ชาวบ้านที่ทำงานในโครงการในพระราชดำริ

ตัวแทนกลุ่ม 1

เห็นถึงการทำงานด้วยการวางแผน การร่วมมือกัน เห็นความต้องการของชาวบ้าน อยากให้มีการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือชุมชน สังคมจริง ๆ

ตัวแทนกลุ่ม 2

ขอบคุณที่ทำให้เราได้ออกไปเปิดโลกทัศน์ออกสู่สายตาคนภายนอก ประทับใจตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการสักการะพระราชบิดาที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำประโยชน์เพื่อสังคม

การปลูกป่าไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำมากนักแต่ครั้งนี้มีความประทับใจมาก

การมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกับชาวบ้านเป็นโอกาสที่เราจะได้แบ่งปันความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน อยากให้มีกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง

อาจารย์จีระเดช

  • Key words ที่น่าสนใจ คือ “สารแห่งความสุข”
  • การคิดต่อเพื่อประโยชน์ของการใช้ “สื่อ” ให้ความรู้เรื่องสุขภาพอนาคตแก่ชุมชนมีความสำคัญมาก ถ้าเราสามารถพัฒนาให้มันเกิดประโยชน์ที่แท้จริงกับประชาชนได้จะมีจะเป็นการทำงานที่สร้างคุณค่าต่อสังคมไทยมาก และสื่อ Social Medias ต่าง ๆ ก็จะสามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก
  • การช่วยต่อยอดให้แก่ชุมชนได้เป็นประโยชน์ เช่น การหาสถานที่ให้ชาวบ้านสามารถนำสินค้าดี ๆ มาขายเพิ่มรายได้ โดยที่เรามีส่วนช่วยได้ไม่ยาก

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2558

วิชาที่ 19

Panel Discussion & Workshop

หัวข้อ “การสื่อสารภายในองค์กรและภายนอกองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ”

โดย อาจารย์ลักขณา จาปา

อาจารย์พิชญ์ภูรี จันทรกมล

สื่อสารนั้น สำคัญไฉน ?

ปัจจุบันเป็นยุค ดิจิตอล ข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ หากเรามีข้อมูลมาก ถูกต้อง รวดเร็ว เราจะเป็นผู้ชนะ ดังนั้น ดิจิตอลมีบทบาทมากเพราะมีผลต่อการจำ ประมวลผล

สื่อสารสำคัญต่อผู้นำอย่างไร ?

การที่จะก้าวไปเป็นผู้นำได้ต้องมีทักษะในการสื่อสารดี ทำให้คนเห็นคุณค่าของเขา คนที่เงียบทำดีเหมือนกัน แต่คนอื่นไม่เห็น ทำให้ด้อยกว่าคนอื่น ส่งผลให้การทำงานประสบความสำเร็จ เช่น การประชุม การอภิปราย การสัมภาษณ์ การจัดรายการ พิธีกร ฯลฯ

การสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อให้ได้รับความร่วมมือด้วยความเต็ม เพื่อให้ผู้ได้รับการติดต่อยินดีสนับสนุน นอกจากภายในแล้ว และภายนอก ระหว่างแพทย์ ผู้ร่วมงาน ผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย การสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ สร้างความพึงพอใจของผู้รับบริการ

การสื่อสาร คือ การนำสารจากคนหนึ่งไปคนหนึ่ง และ จากกลุ่มหนึ่งไปกลุ่มหนึ่ง

Action ไปสู่ Perception

จากการรับรู้ด้วยสายตา จากการแต่งกาย เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง บุคลิกภาพ เป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง สีหน้า ท่าทาง เสียงเป็นการสื่อทางหู ทางตาส่งมาเป็น online (ภาพ) โลกเปลี่ยนไป เมื่อก่อนพูดกับเพื่อนเป็นชั่วโมง ปัจจุบันเป็นสังคมก้มหน้า ส่งข้อความกัน และบางครั้งการสื่อสารการพูดส่งข้อความได้

ปัจจุบันมีพัฒนาการมากมายในการสื่อสาร

การนำสารจาก ใช้เครื่องมือ สิ่งพิมพ์ อิเลคทรอนิค ฯลฯ ผู้ส่งสารหรือ Sender ตรงกลางจะมี Medium และเครื่องมือ เพื่อให้เกิด Recipient / Target เกิด Perception (เข้าใจ)

ชนิดของการสื่อสาร มีหลายอย่าง

  • บุคคลต่อบุคคล วิธีการสื่อสาร เริ่มตั้งแต่น้ำเสียง ชัดถ้อยชัดคำ อากัปกิริยา ท่าทาง ซึ่งฝึกได้ eye contact
  • Small group

การสื่อสารภายในองค์กร

Staff / Top management / Board

การสื่อสารนอกองค์กร

Telephone / Meeting / Presentations / Conferecne -> ORAL

Media Broadcast / Business letters / Electronic mail / advertisement / Leaflet , brochure (ส่งพิมพ์ ปัจจุบันลดลง) Press release

การสื่อสารภายในองค์กร

Web site , Line

การสื่อสารภายในองค์กร เราให้ความสำคัญกับ staff พนักงาน เพื่อให้เกิดให้คนภายในได้รับทราบ และสิ่งนั้นจะต่อเนื่อง เช่น สิ่งใดไม่ควรทำ เราต้องบอกเขา และมีวิธีทำอย่างไรให้ดีขึ้น เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้น ดังนั้น ต้องทำแบบต่อเนื่อง ทำให้เกิด engagement (ข้อตกลง) ทำให้เกิดความพึงพอใจ เป็นธุรกิจเงินก็เข้ามา

เครื่องมือสื่อสาร

On-line (Digital)

Online Media เช่น facebook / instragram / Line / google plus

ใช้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น อินเตอร์เน็ท เวปไซด์ สังคมออนไลน์ โทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ ฯลฯ

อิเล็กทรอนิกส์ เช่น อินเอตร์เน็ท คอมพิวเตอร์ เวปไซต์ อีเมล สังคมออนไลน์ โทรศัพท์ โทรสาร เครื่องขยายเสียง เสียงตามสาย ทีวี วิดีโอ ป้ายอิเลคทรอนิกส์ โทรทัศน์ ดาวเทียม เคเบิ้ล ฯลฯ

Off line

OHM-Out of Home Media

Event / Experience ( เมื่อมีการจัดแล้ว ได้มีการแลกเปลี่ยน เหมือนกับกับการออกชุมชน) ปัจจุบันเน้น Experience marketing

One to One

Social Media -> Line / You tube / Linked in / มือถือ / Ouch / Tango / กล้อง / Facebook ฯลฯ

ภาพยนตร์โฆษณา – โทรทัศน์ TVC Spot

เทคนิคการใช้เครื่องมือในการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ -> น้ำเสียง

เครื่องขยายเสียง พูดไพเราะ น้ำเสียงมีเมตตา ไม่พูดสิ่งที่ทำให้เสียบรรยากาศ พูดชี้แจงเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับขั้นตอนการติดต่อกับเจ้าหน้าที่

เทคนิคการใช้เครื่องมือในการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ทีวี วิดีโอ ใช้เปิดให้ผู้ที่รอการบริการ ได้ดูข่าวสารและบันเทิง เพื่อให้การรอคอยไม่น่าเบื่อ ใช้เปิดวิดีโอให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ เช่น โรค การป้องกันรักษา -> ควรมีการ Monitor

เทคนิคการสื่อสารด้วยอีเมล์

อย่าลืม พื้นฐานเบื้องต้นของการสสื่อสี ใช้ข้อความที่สั้น กระชับ และตรงประเด็น KISS / เลือกใช้หัวเรื่องที่ตรงประเด็น

การใช้ PowerPoint อย่างมืออาชีพ

  • ตัวเราเล่าเรื่อง ใช้สไลด์
  • เลือกใช้สีอกักษรตัดกับสีพื้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ข้คอวาม
  • ใช้ภาพแทนข้อความหรือตัวเลข
  • มีขึ้นต้น ลงท้าย
  • ฝึกซ้อม

Off - line

คือ เอกสาร เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ หนังสือติดต่อ หนังสือเวียน ประกาศ แผ่นพับ ประชาสัมพันธ์

การสื่อสารด้วยหนังสือ

การสั่งการของผู้บังคับบัญชา ชัดจน เมตตา

การร่างหนังสือขอรับการสนับสนุน ขอความอนุเคราะห์

  • เหตุที่หนังสือมา
  • ยกย่องหน่วยงานที่จะขอรับการสนับสนุน
  • เรื่องราวที่ต้องการขอรับ
  • ตั้งความหวังที่จะได้รับการสนับสนุน/ขอความอนุเคราะห์
  • ขอบคุณ

การร่างหนังสือขอความร่วมมือ

  • เหตุที่มา
  • ความจำเป็นและเรื่องที่ขอความมือ
  • เรื่องราวที่ต้องการขอความมือ
  • ตั้งความหวัง

OHM (Out Of Home Media)

สื่อติดตามอาคารบ้านพัก / หน้าลิฟท์

สื่อโฆษรานอกบ้าน เช่น โปสเตอร์ ป้ายไม้ ผา พลาสติก ป้ายบิลบอร์ด จออิเลคทรอนิคส์

Transit Media

สื่อที่อยู่ในรถเดินทาง

เทคนิคการพูดจูงใจ

ชอบ (ถูกใจ) ระดับขั้น พอใจ -> ประทับใจ -> ซาบซึ้งใจ

เทคนิคการสื่อสารเพื่อสร้างความถูกใจได้แก่ มีประโยชน์ ตรงตามต้องการ ได้มีส่วนร่วม

คุณจ้า

เรียนรู้จากการทำงาน และรวบเข้ามาเป็นประเด็นกับที่เรียน

  • เป็นกลยุทธ์การสื่อสารองค์กร เป็นกลยุทธ์การจัดการ การพูดในที่ประชุม แต่วิชากลุ่มนี้จะถูกแยกออกไปต่างหาก แม้การส่งสื่อ ต้องมีศิลปะ มีการเจรจาต่อรอง

กลยุทธ์ในการสื่อสาร หากเราไม่มีกลยุทธ์ เราเดินไม่สำเร็จ เริ่มต้น R ตัวแรกยังไม่มี ความจริง คณะแพทย์มีความเป็นเลิศ หากเราจะสื่อสารอะไรเป็นเรื่องราว เป็นเนื้อหา ที่เด่น คือ นพ.วรวิทย์ ได้รางวัลมา อะไรที่มอ.ได้เสนอนวัตกรรม และได้รางวัลมา

กลยุทธ์การจัดการ การสร้างแบรนด์ mindset พระราชบิดา

2. การจัดการด้านข้อมูลสื่อสาร เราต้องจับประเด็นนำมาจัดการข้อมูลในคณะฯ และใส่ในระบบดิจิตอลอย่างไร สำรวจข้อมูลด้านการสื่อสาร สิ่งแวดล้อม เช่น กับชาวบ้าน สำรวจข้อมูลด้านที่ต้องการใช้ สื่อต่าง ๆ มีอะไรบ้าง

3. กระบวนการวางแผนการสื่อสาร มีเทคนิคที่จะสื่อสาร และเทคนิคการใช้เครื่องมือสื่อสาร

4. ประเภทของเครื่องมือสื่อสาร บุคคลต่อบุคคล กลุ่มต่อกลุ่ม

5. เครื่องมือในการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา เมื่อวานเป็น Promotion event การสื่อสารโดยบุคลากรในองค์กร ใช้พวกเราเป็นแบรนด์ในคณะฯ การตอบแทนคืนกลับให้สังคม

6. ชนิดของสื่อที่เราเลือกได้ เรียกว่า Medium เดิมเรียก Media เช่น Off-Line Midia

7. กระบวนการสื่อสาร การถ่ายทอดจากบนลงล่าง จากล่างสู่บน เช่น การเสนอ Workshop กระบวนการสื่อสารในแนวนอน เราคุยกันเอง แนวทแยง คือ ข้ามองค์กร

เกียรติภูมิร่วม

ไม่ว่าจะเกิดการขัดแย้งใด ๆ หากเราคำนึงถึงลูกพระราชบิดา จะเป็นไปด้วยดี

ขอวิเคราะห์พระราชบิดา

แบ่งกลุ่ม WORKSHOP

ปัญหาของการสื่อสาร จะแก้อย่างไร และจะหยิบเครื่องมืออะไรมาใช้

กลุ่ม 1 – 2 – 3 : การสื่อสารภายในองค์กร

กลุ่ม 4 – 5 : การสื่อสารภายนอกองค์กร

กลุ่ม 4: การสื่อสารภายนอกองค์กร

ปัญหา

-การเข้าถึงบริการ ทำให้เกิดข้อร้องเรียนเยอะมาก

แนวทาง

-เข้าถึงง่าย ฉับไว ผู้รับบริการมีความประทับใจ

แก้ไขโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ คือ line ประกอบด้วย

อ.ลักขณา

Line มีข้อดีที่ส่งสารได้รวดเร็ว แต่ข้อเสีย คือ เก็บข้อมูลไม่ได้ ข้อมูลหาย แนะนำว่าอาจจะใช้ Facebook ร่วมด้วย

กลุ่ม 5: การสื่อสารภายนอกองค์กร

ปัญหาที่พบ

  • ขอบเขตของการให้บริการ ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักงานของ ม.อ. ดีพอ เช่น ศูนย์ความเป็นเลิศต่าง ๆ
  • การเข้าถึงการบริการยาก ถ้าไม่มีเส้นไม่ได้เข้า
  • การร่วมมือกันอย่างมีประสิทธิภาพของเครือข่ายต่าง ๆ
    • ควรทำ facebook fanpage เพื่อที่ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาติดตามข่าวสารของเราได้
    • ดูว่ามีสื่ออะไรบ้างที่ลูกค้าของเรานิยมใช้

แก้ปัญหาโดยเพิ่มการ PR ด้วยกิจกรรม CSR แผ่นพับ เว็บไซต์ การจัดประชุมกับหน่วยงานเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

อ.ลักขณา

กลุ่ม 3 : การสื่อสารภายในองค์กร

ปัญหา

  • ไม่ใช่ Direct Information ทำให้ใช้เวลามาก เนื้อหาสาระในการสื่อสารผิดไป ความเข้าใจผิด

วิธีการแก้ไข

  • เลือกเทคนิคการสื่อสารตามลำดับความสำคัญและเหมาะกับกลุ่มที่ต้องการสื่อสาร
  • จัดการสื่อสารแบบ Two ways Communication
  • ใช้สื่อที่หลากหลายมากขึ้น หลายช่องทาง
  • สร้างแรงดึงดูดให้ผู้รับสารสนใจเข้ามาติดตาม อัพเดทข้อมูลให้ทันสมัย

อ.ลักขณา

ยังขาดการเลือกเครื่องมือมาใช้

กลุ่ม 2 : การสื่อสารภายในองค์กร

ปัญหา

-การรับรู้ข่าวสารไม่ทั่วถึง ขาดความใส่ใจ เกิดจากพฤติกรรมของบุคคล

แก้ไข

-ปรับรูปแบบในการสื่อสาร อาจทำโดยใช้แบบสอบถามวิธีการที่เหมาะสมในการสื่อสาร

-การให้ความสำคัญเรื่องการสื่อสาร

-การกระตุ้นพฤติกรรมในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ

-มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารกับระดับปฏิบัติการ

อ.ลักขณา

- อาจจะคิดจูงใจด้วยรางวัลต่าง ๆ

- Morning Brief มีความสำคัญ

กลุ่ม 1 : การสื่อสารภายในองค์กร

ปัญหา

-นโยบายของผู้บริหารไม่ชัดเจน ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิดพลาด สร้างความไม่เข้าใจ

แก้ปัญหา

-จัดทำคลิปวีดิโอ

-ใช้เว็บไซต์ เฟสบุ๊คส์

อ.ลักขณา

  • ควรมีโปสเตอร์เพื่อสร้างความเข้าใจมากขึ้น ใช้ป้ายเพื่อช่วยในการรณรงค์ต่าง ๆ
  • ควรมีการทำกิจกรรม Team Building แต่ต้องให้ผู้จัดได้รู้ปัญหาของเราก่อนเพื่อสามารถสร้างโปรแกรมที่สามารถช่วยลดความขัดแย้งต่าง ๆ
  • เรื่องการสื่อสารนั้น คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ มีความสำคัญมาก และถ้ามีการทำวิจัยอย่างจริงจังจะช่วยได้มาก โดยค้นหาความสำเร็จ และความล้มเหลวในการสื่อสารมาเป็นกรณีศึกษา
  • การแก้ไขการสื่อสารภายใน หากเราได้เรียนเรื่อง Crucial Conversation น่าสนใจ และจะสามารถทำให้เราเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับคนไข้ หรือ ญาติคนไข้ได้ดีมากขึ้น รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย

ขอสอบถามอาจารย์เรื่องความขัดแย้งของผู้ใหญ่ในองค์กรที่ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาด้วยนั้น จะแก้ไขอย่างไร

อ.จีระ

-การสื่อสารไปสู่สาธารณชนโดยใช้สื่อที่ทันสมัยและน่าสนใจเป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์มากในอนาคต โดยเราอาจจะขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงาน กสทช. พัฒนาให้เกิดการใช้สื่อ TV /วิทยุ ดิจิตอล ให้ความรู้เรื่องสุขภาพอนามัยที่น่าสนใจให้แก่ประชาชน

อ.ลักขณาฝากทิ้งท้ายสั้น ๆ ว่า การสื่อสารสำคัญมากสำหรับทุก ๆ คน และจะต้อง “สั้น ง่าย และได้ใจความ”

........................................................................................................

วิชาที่ 20

หัวข้อ “ปลดล็อกความสุข (Unlock DNA of Leadership Happiness)”

โดย อาจารย์กฤษณ์ รุยาพร

กิจกรรม

  • แจกกระดาษ ให้เขียน สุขใจเรื่องอะไร และเครียดเรื่องอะไร
  • ตามหัวข้อ
  • การแก้ปัญหา
  • ความคล่องตัวยืดหย่อน
  • ประสานความคิด
  • การวางแผน
  • การสร้างวิสัยทัศน์
  • การทำงานเป็นทีม
  • เทคนิค/วิชาการ
  • การแสดงความคิด
  • การคิดเชิงเหตุผล
  • ริเริ่มการเปลี่ยนแปลง
  • การจัดการ
  • ความคิดสรางสรรค์
  • งานบริการ
  • การบังคับบัญชา
  • การวิเคราะห์
  • การติดต่อสื่อสาร
  • การประสานใจ
  • งานภาคปฏิบัติ
  • งานธุรการ
  • การเงิน / สถิติ / ตัวเลข

เขียน ระดับความทุกข์ ความสุข ร้อยละ เท่าไร 0-100 %

กิจกรรม มองภาพ แล้วรู้สึกอย่างไร ความสุข ความเครียด ความทุกข์

มองภาพ Mona Lisa Leonado da Vinci

กลุ่มที่มีความสุข (Happiness)

  • มองแล้วภาพอมยิ้ม มีความสุข
  • ตายิ้ม ย่อมส่งผลต่อใจยิ้ม
  • เป็นภาพที่ดูสบาย ๆ ไม่ได้ปรุงแต่งมาก
  • ในสายตามีความอ่อนโยนแฝงอยู่
  • เหมือนอยากจะบอกว่า ยินดีที่ได้รู้จัก

กลุ่มที่มี ความเครียด (Tension)

  • มีองค์ประกอบของความหม่น ๆ ในภาพ
  • ในภาพมีอมยิ้ม แต่มีอะไรแอบแฝง และลึกลับ
  • ปากเหมือนายิ้ม แต่คิ้วตก มองด้วยหางตา มีความเครียด เศร้า
  • จากใบหน้าบ่งบอกถึงความเศร้า มีความเครียดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสายตา บ่งบอกหากมีความสุขและยิ้มน่าจะยิ้มเต็มหน้ากว่านี้ รอยยิ้ม คนที่มีความสุขยิ้มทั้งใบหน้า มีความทุกข์อยู่ในใจ
  • ในภาพอมยิ้ม คล้ายคนฝืนยิ้ม แสดงถึงความไม่อุดมสมบูรณ์

กลุ่มความทุกข์ (Sadness)

  • สายตาในภาพสื่อถึงความทุกข์ มุมปากไม่ยิ้ม ยิ้มรับความทุกข์
  • ดูทั่วไปเหมือนรอยยิ้ม แต่เป็นยิ้มที่ไม่เปิดเผย ยิ้มฝืด ๆ เหมือนบังคับให้ยิ้ม
  • มองโดยรูปของภาพไม่ว่า ตา ใบหน้า มุมปาก ถ้าเราเห็นว่าภาพไหนมีความสุข มองต่างกัน แต่หากมองอีกความรู้สึก จะเห็นไม่ใช่ความสุข เป็นความทุกข์
  • มีความเครียดในตัวเอง เก็บความรู้สึกภายใน บางครั้งแสดงออกด้วยความนิ่ง
  • ความทุกข์เข้ามาเลย ไม่มีเหตุผล (มองแว๊ปแรก) ต่อมามองแล้วคิด อยู่ที่ใจเรามอง ใครจะมองด้วยเหตุผลอะไร
  • มองว่าเป็นสามอารมณ์ เหมือนผู้ใหญ่ที่เห็นลูกน้อง ทำงานสำเร็จด้วย แต่มีความกังวลแฝงอยู่
    ลึก ๆ ถ้าเป็นแม่ชื่นชมที่ลูกเรียนสำเร็จ แต่กังวลเรื่องอยู่อย่างไร

จุดที่น่าสนใจ พวกเราเป็นนักวิเคราะห์ร้อยยิ้ม เราเอาความเก่งไปใช้ตอนไหน วิเคราะห์ดวงตา ริมฝีปาก การบังคับให้ยิ้ม ความสามารถเหล่านี้เป็นความสามารถอยู่ในตัวเรา ทุกวันมองผ่านกระจก เห็นอะไร นอกจากความสวย ความหล่อ เห็นรอยยิ้มในดวงตา เช้าวันจันทร์ กับวันศุกร์เย็น มองเห็นต่างกัน

เช้าวันจันทร์ อยากเด้งจากเตียงเจอเจ้านายที่แสนดี ศุกร์เย็นอยากร้องไห้ กลับไปอยู่บ้านเหงา ในแต่ละครั้งความรู้สึกเกิดจาก ความสุขใจตามมาด้วย มนุษย์เรามีทั้งความสุข ความสำเร็จ มีเงิน มีทอง ความสุขนำมาถึงความรู้สึกที่ happy

สิ่งที่เราชอบเราเก่ง เป็นสิ่งที่โลกต้องการ เงินทองจะไหลมาหาเราเอง ติดมาเป็นความชอบ

คนที่หาความสุขในตัวเองเจอ มักจะมีในวันจันทร์เช้า วันนี้เราจะทำอย่างสนุก กับมัน หรือไม่

กรณีศึกษา เรียนปริญญาโท ทุกคนอยากสนุกกับการเรียนรู้ แต่บางคนเรียนเพราะอยากได้เกรด (เรียน ป.โท.)

นาน ๆ ไม่อยากตื่นมาทำงาน ทุกวัน 1 ชั่วโมง อาจติดลบความเครียดไปเรื่อย ๆ และจะผสมผสมในตัวเรา ความเครียดที่เกิดจากความคิด กระทบต่อร่างกาย เกิดโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ บางครั้งเราไม่รู้ตัว ซึบซับไปเรื่อย ๆ ร่างกายของเรามีอิริเจ้น แต่สมองเรามี อิริเจ้นมากกว่าร่างกาย

ท่านพุทธทาส เมื่อไหร่ที่เงียบพอ ได้ยินเสียงกระซิบจากธรรมชาติ คนที่รู้จักตัวเองจะเฝ้ามองตรงนี้ จะคิดว่า เกิดมาทำไม อะไรคือความสุขของชีวิต

วันนี้อยากให้พวกเราคิด ตรงไหนที่ทำให้เรามีความสุข และเราเฝ้ามอง ภาพจะชัดขึ้นเรื่อย ๆ

ผู้บริหารที่อยู่ในยุคการเปลี่ยนแปลง หัวใจขององค์กรที่มีความสุขอยู่ตรงไหน

กรณีศึกษา เด็กตื่นเช้าวันเสาร์ ไม่ใช่วันจันทร์ ซึ่งวันเสาร์รู้หน้าที่ตนเอง ส่วนวันจันทร์เช้า เด็กคนเดิมหายไป เป็นมุมเล็ก ๆ เมื่อไหร่ที่ต่อมสุขใจเกิดขึ้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิต

การสร้างเส้นทางเดินสู่ความสำเร็จที่เหนื่อยน้อยที่สุด The least resistance path to grow with success and happiness

กลยุทธ์ S-M-I-L-E ในการถอดรหัสความสุขของผู้นำมืออาชีพ

S-M-I-L-E : The DNA of Leadership Happiness

S Self – awareness

M Manage emotion

I Innovate Inspiration

L Listen with head & heart

E Enhance social skill

งาน & สิ่งแวดล้อม (Job & Environment) พื้นฐานของเรา กับ สิ่งแวดล้อม อะไรสำคัญกว่ากัน

ต้นกระบองเพชร สิ่งสำคัญคือ ทะเลทราย ต้นกระบองเพชรที่อยู่ในน้ำ ไม่ OK เมื่อไหร่เกิดตุลาหันจะเกิดภาวะอารมณ์ อาจเกิดภาวะอารมณ์ ชอบ และไม่ชอบ นำมาซึ่งทักษะ ชอบ จะเกิดการแสวงหา เด็ก ชอบ อยากดูการ์ตูน ตื่นเช้า

กรณีศึกษา วิดิโอ กล่าวถึง เด็กคนหนึ่ง พ่อเป็นหมอ พี่ชายเป็นหมอ ตนเองเรียน 4.00 สอบได้หมอ พี่ชายมองดู น้องอยากเรียนดนตรี เอาต่อมสุขใจมาใช้ในการดำเนินชีวิต พี่ชาย รู้ว่าน้องชายต้องการอะไรในชีวิต ความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อใครสักคน นั้นแหละคือแรงบันดาลใจที่ทรงพลังที่สุด

คนที่เรียนเก่ง มีปัญหามากที่สุด พ่อแม่ครู ให้ทำอะไรทำได้หมด มีหนัง พระเอก IQ ไม่สูง หน้าที่ focus สิ่งที่ทำ โตขึ้นเป็นทหาร ใส่ลูกปืนได้ดี ฯฃฯ กลายเป็นมหาเศรษฐี สรุป focus ง่าย ๆ แล้วเราจะทำได้ดีที่สุด ดูในสิ่งที่เขาทำแล้วมีความสุข หลายคนทำในสิ่งที่สังคมบอก ความสุขอยู่ข้างใน ไม่ได้อยู่ข้างนอก

กิจกรรม หาต่อมเครียดที่เขียนไว้

ค้นหาต่อมสุขใจและต่อมเครียดด้วย S-M-I-L-E

Analyze วิเคราะห์

  • แก้ปัญหา (Problem solving)
  • วิเคราะห์ (Analytical)
  • คิดเชิงเหตุผล (Logical)
  • เทคนิค/วิชาการ (Technical Aspect)
  • การเงิน/สถิติ/เชิงตัวเลข (Financial)

Organize จัดการ

  • วางแผน (Planning)
  • การจัดการ (Organize)
  • ธุรการ (Administrative)
  • งานเชิงปฏิบัติการ (Implementation)
  • บังคับบัญชา (Supervisory)

Strategy กลยุทธ์

  • แสดงความคิด (Integrative)
  • ติดต่อสื่อสาร (Communication)
  • ประสรนใจ (Harmonizing)
  • ทำงานเป็นทีม (Teamwork)
  • บริการ (Service)

Interpersonal ประสานใจ

S- elf awareness รู้จักและชื่นชมศักยภาพของต่อมสุขใจ

M-anage emotional มีอิสระในการบริหารความสุข

I-nnovate inspiration สร้างวิถีแห่งความสุข

L-isten with head & heart ฟังเสียงความสุข

E-nhance social happiness ต่อยอดความสุขสู่สังคม

ความเครียด กลยุทธ์เล็ก ๆ ที่กล่าวถึง การกำจัดจุดอ่อน (Damage Control)

STOP

S Stop หยุดทำสิ่งที่เป็นจุดอ่อนแล้วสังเกตดูผลกระทบที่เกิดขึ้น

T Team up ทำงานเป็นทีมคู่กับคนที่มีจุดแข็ง ของเขาเป็นจุดอ่อนของคุณ

O Offer strengths ปรับเปลี่ยนรายละเอียดของงานในมุมที่คุณมีจุดแข็ง / หลีกเลี่ยงจุดอ่อน

P Perceive your weakness มองดูจุดอ่อนของคุณในมุมที่แตกต่างไป

ปลดล๊อกความสามารถ (Unlock Strength)

F Focus เน้นที่วิธีการและจังหวะที่จะสะกิดความเก่ง

R Release ค้นหาโอกาสในการปลดปล่อยความเก่ง

E Educate เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา

E Expand ขยายขอบเขตของงานให้ตรงความเก่ง

แรงกระชากสู่การเปลี่ยนแปลง (Reactive and Proactive Change)

Now ปัจจุบัน สู่ Goal ผลลัพธ์ที่ปรารถนา

การเปลี่ยนแปลงใครสักคน เหมือนการใส่แรงเข้าไป หากมีแรงมาก ต้องมีแรงต้น หากเป็นเด็กทำอย่างไรให้เด็กมีความสุขในสิ่งที่เขาไม่ชอบ มีรอยยิ้ม หรือมี SMILE

S Smile ยิ้ม

M ทำอย่างไรจัดการอารมณ์ให้เป็นบวก S,M เป็นกระบวนการตั้งรับ เราต้องตั้งศูนย์ให้ดี มีแรงบันดาลใจ มีเป้าหมาย

ลูกบอกอยากขายข้าวแกง หูแม่เริ่มหยุดทำงาน ... เวลาหนูทำอาหารทำแล้วหนูมีความสุข คุณแม่บอกว่า ดีนะ แม่จะเอาไปฝากคุณตาคุณยาย แต่บางอย่างสิ่งที่หนูทำแล้ว (ขายข้าวแกง) แม่บอก โง่ ๆ .... แต่เป็นสิ่งที่แม่เคยชม

ต่อมสุขใจ : สร้างสรรค์ creative -> ความชอบ ความเพียร ความสุข ความสนุก -> อาชีพที่เหมาะสม architect / Interior Desigh / Food Science / Art / Marketing / Comp Graphics แรงผลักดันจากภายใน

เรียนรู้เรื่องนี้แล้ว เราเริ่มต้นใช้ที่ไหน

เรื่องราวเล็ก ๆ กลุ่ม Banpu Innovative Leadership Program

ค้นหา

Phase I Assess, Awaken and Adventure ความสุขอยู่ที่ไหน ปลุกให้ตื่น

Phase II Architect and Articulate เนื้องาน

Phase III Align and Attune

โปรดคลิกที่ลิ้งค์นี้เพื่ออ่านข่าวโครงการ

http://www.gotoknow.org/posts/594027

ที่มา: FIHRD-Chira Academy Newsletter รายปักษ์ ประจำวันที่ 29 สิงหาคม-12 กันยายน 2558