เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 8 - 14 สิงหาคม 2558

16 สิงหาคม 2558

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม. 2558. เดินทางไปประชุมสัมมนา อกคศ.เขตพื้นที่การศึกษา กลุ่มภาคกลาง ที่โรงแรมแอมบราสเดอร์ จอมเทียน ชลบุรี วันนี้รถมอเตอร์เวย์มากแถวหน้าสนามบินสุวรรณภูมิ เลยไปวิ่งโล่งตลอด สำนักงาน ก.ค.ศ. จองที่ตึกให้ตึกโอเชี่ยนวิง นับเป็นตึกที่ห้องพักแพงสุดของโรงแรมนี้ มารายการอื่นต้องไปพักอีกตึกที่ราคาต่ำกว่า. ห้องพักเดี่ยวตามสิทธิช่วยให้ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง ไปของ สกสค. ต้องจ่ายเพิ่มทุกครั้งหากต้องการพักเดี่ยว. อายุมากเข้าความต้องการเป็นส่วนตัวจำต้องจ่ายแพงกว่าปกติ มาทะเลแต่ไม่เคยลงไปเที่ยวชายหาด ได้แต่ยืนมองจากห้องพักชั้น 6 ก่อนลงไปทานอาหารเย็น. ได้พบปะเพื่อนฝูงเก่า ๆ หลายคน ชวนกันนั่งคุยที่ล็อบบี้ของโรงแรม.

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม 2558 วันแรกของการประชุมเริ่มด้วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มามอง อกคศ.เขต ในมุมลบให้ฟัง ทั้งที่ อกคศ.เขต กลุ่มภาคกลางสร้างปัญหาน้อยมาก จนเรียกว่าไม่มีปัญหา พอมาเหมาเข่งเลยดูสลดหดหู่ตั้งแต่ชั่วโมงแรก. จากนั้นทั้งวันเป็นเรื่องงานในความรับผิดชอบของ ก.ค.ศ.และ อ.ก.ค.ศ. เช่น การเลื่อนวิทยฐานะ. การสรรหาและบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การบริหารบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 38 ค (2) เย็นคณะ อ.ก.ค.ศ.เขต จากปทุมธานีมากันครบเลยได้คุยกันในห้องอาหารและไปต่อที่ล็อบบี้โรงแรม.

วันจันทร์ที่ 10. สิงหาคม. 2558. เขาสั่งให้แต่งเครื่องแบบ เราก็ว่าไงตามกัน นำเครื่องแบบมาแต่งเพื่อรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย ที่แต่งเครื่องแบบทหารเรือ มาเปิดการประชุมสัมมนา. รมว.ศธ. กลับมีทีท่าที่ดีต่อ อ.ก.ค.ศ.เขต ท่านบอกว่าคนส่วนใหญ่ดี มีเพียงส่วนน้อยที่ทำเสียหาย ค่อยทำให้บรรยากาศดีขึ้นกว่าเมื่อวาน. หลังท่านบรรยายพิเศษ มีการบรรยายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลต่อเนื่องกันไปจนบ่าย รองอธิบดีศาลปกครองนครศรีธรรมราช ท่านประนัย. วณิชชานนท์ มาบรรยายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง. เย็นขับรถไปสัตหีบ ตั้งใจจะถอนฟันกรามที่ปวดรบกวนมานาน. คลีนิกอยู่ตรงข้ามสนามกีฬากองทัพเรือ ดูหมอไม่ค่อยแข็งแรง อีกประการเผื่อเป็นอะไรไปจะลำบากเพราะขับรถมาคนเดียว เพราะฟังว่าการถอนฟันอาจถึงตายได้ถ้าถึงคราวซวย เลยเลิกล้มความตั้งใจ เก็บไปตัดสินใจที่บ้านดีกว่า. โชคดีมีที่ว่างให้จอดรถหน้าอาคารที่พัก จะได้สะดวกในการลากกระเป๋ามาเก็บ

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2511 วันสุดท้ายของการอบรม ตื่นเช้าจึงเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า ลากลงเก็บในรถก่อนไปกินข้าว. เข้าไปฟังเขาอีกครึ่งวันก็เดินทางกลับ ขับรถเข้าสายมอเตอร์เวย์ มาแวะทานข้าวที่ศูนย์บริการของทางหลวง. การเดินทางสะดวกเพราะเป็นวันทำการ ถนนในกรุงเทพฯวันนี้โล่ง พอถึงบ้านที่นนทบุรี จึงตัดสินใจเรื่องการถอนฟันกราม ค้นหาคลีนิกเจอที่ใกล้บ้านสุดตรงข้ามซอยวัดไทรม้า ดูแล้วไม่น่ากลัว นอนให้เขาฉีดยาชา การถอนค่อนข้างลำบากเพราะฟันแตกไปซีกหนึ่ง ที่เหลือหมอจึงต้องใช้ทั้งสิ่วทั้งค้อนเข้าถอนรากถอนโคน เล่นเอาเราใจหวิวๆเหมือนกัน. ถอนเสร็จต้องกัดผ้าก๊อดไว้ให้แน่นเพื่อให้เลือดหยัดไหล. หมดฤทธิ์ยาชาปวดบาดแผลเหมือนกัน. แต่ปวดน้อยกว่าตอนฟันยังอยู่

วันพุธที่ 12. สิงหาคม. 2558. วันแม่ปีนี้แม้ตั้งใจจะไปร่วมพิธี แต่บาดเจ็บถอนฟันปวดเหงือกเสียก่อน จึงต้องพักผ่อนที่บ้าน ติดตามข่าวทางไลน์เป็นหลัก หลายคนได้กลับไปกราบแม่ สำหรับผมแล้วหลายปีไม่มีโอกาส ได้แต่ส่งปัจจัยไปเลี้ยงดู ก็ต้องเอาตามที่สบายใจก็แล้วกัน การดูแลทุกวันให้เป็นวันแม่นับว่าสำคัญยิ่ง ได้อ่านบทความดี ๆ และคิดว่าตัวเองได้ทำมาตลอด. "เงิน 1000 บาท เลี้ยงหัวใจแม่ อาจารย์ของผมท่านได้ให้

เงินเดือนพ่อและแม่เดือนละ1000บาท เป็นประจำทุกเดือน

ผมสงสัยทำไมต้องให้เงิน พ่อแม่เดือนละ 1000. บาท? ในเมื่อแม่ก็อยู่บ้านหลังเดียวกับอาจารย์อยู่แล้ว

ค่าใช้จ่ายสำหรับท่าน อาจารย์ก็จัดการทั้งหมดอยู่แล้ว วันหนึ่งสบโอกาศผมจึงตัดสินใจ ถามอาจารย์ๅ ว่า

"อาจารย์กำลังทำอะไรครับ?"

อาจารย์ตอบว่า"ผมกำลังตัดรายจ่ายอยู่...ผมต้องจ่ายค่าแม่ครัว คนขับรถ คนสวน ค่าใช้จ่ายในบ้าน และให้แม่อีกเดือนละ 1000 บาท... ตอนนี้รายได้กับรายจ่ายมันไม่ค่อยสัมพันธ์กัน ต้องตัดรายจ่ายลงบ้าง"

ผมเลยบอกว่า "เงินเดือนที่ให้แม่ 1000 ตัดได้นี่ครับ...อาหาร 3 มื้อ อาจารย์ก็จัดให้ท่านเรียบร้อย

เสื้อผ้าก็ซื้อให้ใหม่ปีละ 3 ชุด ไม่สบาย อาจารย์ก็พาหมอมาฉีดยาให้ คุณแม่ตาบอดไม่ได้ไปไหน ฉะนั้นเงินเดือน 1000 นี่ ตัดได้ครับ"

อาจารย์บอกว่า

"ตัดไม่ได้เด็ดขาด...1000 บาทนี่สำคัญที่สุดเพราะ...เป็นเงินสำหรับเลี้ยงหัวใจแม่!"

ผมฟังแล้วสะอึก!

"เงินเลี้ยงหัวใจแม่"...พวกเราเคยได้ยินไหมครับ?

อาจารย์บอกต่อ“หัวใจต้องการอาหารที่มาหล่อเลี้ยงให้เอิบอิ่ม เบิกบาน เป็นสุข...คุณลองนึกดู...คนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยนี่เป็นยังไง? หัวใจมันแฟบ หัวใจมันเหี่ยวเฉา-เหมือนดอกไม้ยามเย็น ใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนจะรู้ พอเลยวันที่ 25 ไปแล้วนี่ มันเหี่ยวๆ ยังไงชอบกล ไม่มีเงินค่ารถ..ค่าอาหาร..ซื้อข้าวสาร..มันเหี่ยวไปจนถึงสิ้นเดือนแม่อยู่กับเราก็จริง แต่ถ้าแม่ไม่มีเงินอยู่ในมือนี่ หัวใจท่านเหี่ยว พอถึงวันเงินเดือนออก ทุกคนหน้าบานเหมือนดอกไม้ยามเช้า จิตใจสดชื่นเบิกบาน มีความสุข รับเงินเดือนมาใหม่ๆหน้าสดใส สั่งกาแฟยังเสียงดัง

ฟังชัดทุกสิ้นเดือนพอเงินเดือนออก ผมเข้าไปสวัสดีแม่ บอกแม่ว่าวันนี้เงินเดือนออกครับ ผมเอาเงินใส่มืแม่1000

บาท แม่ก็ให้พร เเล้วเก็บเงินไว้ใต้หมอนไว้อย่างมีความสุข"

1000.-บาท เลี้ยงหัวใจแม่อย่างไร?วันหนึ่งน้องของอาจารย์พาภรรยาไปคลอดลูก คุณแม่ก็ซื้อทองให้หลาน

ด้วยเงิน 1000 บาท ที่เก็บสะสมไว้ ท่านกอดหลานสาว...สวมสร้อยให้พร้อมให้พรพอเด็กคนนี้โตพอพูดได้ มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้ เด็กก็จะตอบว่า “คุณย่าซื้อให้” ชี้มือไปที่คนตาบอด คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านคือคุณย่า ไม่ใช่พ่อแม่ เพราะเงิน1000 บาท นี่ทำให้คนตาบอดดูน่าเกรงขาม ถ้าคุณแม่ไม่มีเงิน จะรับขวัญหลานได้อย่างไร ? เห็นไหมครับ ?ไม่ใช่ว่าพอโตขึ้น มีคนถามว่าคนนี้เป็นใคร เด็กบอกว่ายายแก่ตาบอดที่..มาอาศัยพ่อแม่ฉันอยู่ เห็นหรือยังคุณว่าเงินเดือน 1000 บาทนี่ทำให้คนแก่ตาบอดมีคุณค่าขึ้นมาได้

วันดีคืนดี แม่ครัวล้างชามเสร็จ คุณแม่ก็บอกให้มานวดขาให้แม่ครัวหน้ามุ่ยทำงานเหนื่อยยังต้องมานวดให้อีก นั่งขยำๆคว่ำหน้า พอนวดเสร็จคุณย่าหยิบเงินให้ 100 บาท แม่ครัวยิ้มหน้าบาน ยกมือไหว้ ขอบคุณค่ะ

วันรุ่งขึ้นพอล้างจานเสร็จรีบวิ่งมานั่งใกล้ๆ... วันนี้นวดอีกไหมคะคุณย่า?เห็นไหมเงินเดือน 1000 บาท ที่เราให้แม่ของเรามีฤทธิ์ขึ้นมาได้มีคนมายกมือไหว้ มีคนมาปรนนิบัติ มีคนมานวดให้ ถ้าไม่มีเงินเดือน 1000 บาท นี้แม่เราจะมีฤทธิ์ได้อย่างไร?

บันไดไปสวรรค์ด้วยเงิน1000 บาท วันหนึ่ง กำนันมาที่บ้านอาจารย์ หารือจะปรับปรุงห้องน้ำวัดที่ชำรุดทรุดโทรม แม่อาจารย์ได้ยินกวักมือเรียกอาจารย์แล้วคุณแม่ยกหมอนขึ้น นับเงินมา 5000 บาท บอกเอาไปให้กำนันปรับปรุงห้องน้ำเห็นมั๊ยว่าเงินเดือน 1000 ที่เราให้เป็นบันไดพาแม่ไปสวรรค์...นี่ถ้าแม่ไม่มีเงินในมือแม่

จะได้ทำบุญไหม?พอกำนันรับเงินเสร็จ ก็เดินผ่านไปบ้านถัดไป ลุงแก่ๆบ้านโน้นกำลังเก็บผ้าอยู่ในบ้าน กำนันตะโกนข้ามรั้ว ทำบุญสร้างส้วมไหมลุง? ลุงข้างบ้านตอบ “ลุงไม่มีเงินหรอก ลุงอาศัยลูกสาวเขาอยู่ เดี๋ยวเผื่อลูกสาวเขากลับมาทันจะขอเงินเขาทำบุญ” เพราะลูกเค้าไม่ได้ให้เงินเดือนลุง ลุงคนนี้เป็นเพียงแค่คนเก็บผ้าของ ลูกๆ ลุงคนนี้ไม่มีเงิน เพราะลูกเอามาเลี้ยง เอาไว้คอยเก็บผ้า! เป็นยังไงบ้างครับ....เห็นอิทธิฤทธิ์ของเงิน 1000 บาท..."เงินเลี้ยงหัวใจแม่" แล้วหรือยังครับ วันนี้เราให้ "เงินเลี้ยงหัวใจแม่" แล้วหรือยัง ?" เลยนำมาแชร์ต่อ

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม. 2558. เข้าสำนักงานแต่เช้าเพราะผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้รับเสื้อและเข็มพระราชทาน Bike For Mom ที่ศาลารักษ์ปทุม ให้แต่งเครื่องแบบ. ไปถึง 20 คนแรกเขาให้เข้าแถวหน้ากระดานไปรับของพระราชทานที่วางไว้บนพาน เป็นอันเสร็จพิธี วันที่ 16. สิงหาคม 2558. ประชาชนทั่วประเทศจะออกมาปั่นจักรยานกันเต็มบ้านเต็มเมือง.

กลับมาทำงานที่ห้องจนเกือบเที่ยงไปพบครูบรรจุใหม่เพื่อปฐมนิเทศให้ฟังที่ห้องสโมสร. บ่ายประชุมกรรมการจัดสรรสื่อแบะโต๊ะเก้าอี้นักเรียน ใช้ห้องกลุ่มนโยบายและแผน. กลับไป ำงานต่อจนเย็น

วันศุกร์ที่ 14. สิงหาคม. 2558. วันนี้มีประชุม ผอ.เขต ที่จังหวัดนครปฐม มอบท่านรองฯ สมบัติ จันทร์มีชัย ไปแทน เพราะที่เขตน้ดประชุม ปปช.สพฐ. ภาค 1 ไว้ เป็นตัวแทนเขตในภาคกลาง ตามภาคที่ ปปช.แบ่งส่วนราชการ. ผมเป็นประธานภาค 1 จึงต้องอยู่ ได้เชิญผู้ช่วยเลขาธิการ ปปช. คุณอุทิศ. บัวศรี มาบรรยายพิเศษในภาคเช้า.

บ่ายอภิปรายกลุ่มกันเพื่อแนวทางในการทำงาน. มีโรงเรียนสุจริตและผู้แทน ปปช.จังหวัดมาร่วมสัมมนาด้วย. บ่ายเก็บตกแฟ้มงานต่าง ๆ จนเย็นเพราะสัปดาห์หน้าไม่อยู่สำนักงานทั้ง 5 วัน

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)