การดูดซึมธาตุอาหารแต่ละชนิดของพืชมีค่าพีเอชที่จำเพาะอยู่ช่วงหนึ่ง หากค่าออกห่างจากค่าจำเพาะนั้นไป ธาตุอาหารในดินจะแปรไปอยู่ในรูปที่พืชดูดซึมไปใช้ยากขึ้น ปุ๋ยที่เติมลงไปในดินไม่ว่าจะเป็นรูปปุ๋ยคอก ปุ๋ยน้ำ หรือปุ๋ยเคมีจะเกิดประโยชน์ช้ามาก และอาจแถมด้วยธาตุอาหารบางธาตุกลายเป็นพิษต่อพืชได้ด้วย มีคนบอกว่าเมื่อไรที่ปลูกต้นไม้แล้วไม่เจริญเติบโต ไม่งอกงามเท่าที่ควร ให้นึกไว้ว่าดินตรงนั้นอาจจะเป็นกรดในระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก ดินที่ต้นไม้ส่วนใหญ่ขึ้นได้งอกงามดีจะเป็นดินที่มีตัวที่ทำให้เป็นกรดมากกว่าตัวที่ทำให้เป็นด่าง​เล็กน้อย สำหรับพืชค่าพีเอชดินที่เปลี่ยนไปจึงมีความหมายไม่น้อย​

มีวันหนึ่งเข้าไปเที่ยวเมืองกรุง รอกินข้าวเย็นแล้วได้ยินเสียงหมอกลุ่มหนึ่งนั่งคุยกัน แว่วๆว่าเป็นเรื่องของการเปลี่ยนสถานะของเหลวให้เพิ่มความเป็นด่างด้วยน้ำเกลือ พอเปลี่ยนก็ใช้เครื่องมือมาวัดค่าพีเอชเพื่อยืนยันสถานภาพน้ำที่เปลี่ยนไป

มีคนตั้งคำถามขึ้นมาว่าแล้วตัวเลขที่เปลี่ยนไปจาก ๔ เป็น ๗ กับจาก ๖.๕ เป็น ๗ นั้นต่างกันอย่างไร ไหนๆเสียงก็ดังเข้าหูแล้ว ก็เลยลองคิดตาม เออนะ จะตอบคำถามให้ง่ายๆยังไงดีนะ ก็เวลาพูดถึงค่าพีเอชมักสรุปบอกใครๆว่าเป็นกรดหรือเป็นด่าง หรือไม่ก็เป็นด่างมากขึ้นบ้าง เป็นกรดมากขึ้นบ้างทุกทีไป

ไม่เคยใช้ความหมายของตัวเลขที่เปลี่ยนไปสักที แม้แต่คำแปลก็เกือบลืมไปแล้วว่าพีเอช pH ย่อมาจากคำว่า positive potential of the hydrogen ions ค่าความเข้มข้นของไฮโดรเจนไอออน (H +) หรือไฮโดรเนียมไอออน (H 3O+) ที่ถูกนำมาใช้บอกความเป็นกรดหรือเบสของสารละลาย โดยนำความเข้มข้นของไฮโดรเจนไออนไปคำนวณด้วยวิธีทางคณิตศาสตร์จนได้ตัวเลขออกมาใช้และพัฒนาออกมาเป็นเครื่องมือวัด เขาใช้น้ำกลั่นเป็นตัวแทนความเป็นกลาง ค่ากลางเท่ากับ ๗ น้อยกว่าเป็นกรด มากกว่าเป็นด่าง

รู้มาว่าดินเองก็มีค่าพีเอช พีเอชดินมีผลต่อการดูดซึมธาตุอาหารไปใช้งานของพืชและการทำงานที่เป็นประโยชน์ของจุลินทรีย์ต่างๆในการย่อยสลายสารอินทรีย์ปลดปล่อยธาตุอาหารสู่ดิน

การดูดซึมธาตุอาหารแต่ละชนิดของพืชมีค่าพีเอชที่จำเพาะอยู่ช่วงหนึ่ง หากค่าออกห่างจากค่าจำเพาะนั้นไป ธาตุอาหารในดินจะแปรไปอยู่ในรูปที่พืชดูดซึมไปใช้ยากขึ้น ปุ๋ยที่เติมลงไปในดินไม่ว่าจะเป็นรูปปุ๋ยคอก ปุ๋ยน้ำ หรือปุ๋ยเคมีจะเกิดประโยชน์ช้ามาก และอาจแถมด้วยธาตุอาหารบางธาตุกลายเป็นพิษต่อพืชได้ด้วย

มีคนบอกว่าเมื่อไรที่ปลูกต้นไม้แล้วไม่เจริญเติบโต ไม่งอกงามเท่าที่ควร ให้นึกไว้ว่าดินตรงนั้นอาจจะเป็นกรดในระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก ดินที่ต้นไม้ส่วนใหญ่ขึ้นได้งอกงามดีจะเป็นดินที่มีตัวที่ทำให้เป็นกรดมากกว่าตัวที่ทำให้เป็นด่างเล็กน้อย สำหรับพืชค่าพีเอชดินที่เปลี่ยนไปจึงมีความหมายไม่น้อย

ที่จริงความต่างของตัวเลขพีเอชก็มีความหมายในแง่ของการใช้บอกความรุนแรงอยู่แหละ เพียงแต่ไม่ใคร่ได้หยิบมาใช้งานกัน ก็ตัวเลขของพีเอชที่ต่างไปแค่หนึ่งค่านั้นบอกความเปลี่ยนแปลงเป็น ๑๐ เท่า ๑๐๐ เท่าได้ ขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบความต่างของค่า เช่น พีเอช ๖ กลายเป็น ๕ หมายความว่าความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ๑๐ เท่าจากเดิม แต่พอนำไปเทียบกับพีเอช ๗ แล้ว ความเป็นกรดก็เพิ่มขึ้น เป็น ๑๐๐ เท่า ใช้หลักการเปรียบเทียบคล้ายๆกับการบอกความรุนแรงของแผ่นดินไหวเลยนิ

ดินที่เป็นกรดรุนแรง จะมีธาตุอาหารของพืชกลุ่ม อะลูมิเนียม แมงกานีส และเหล็ก ละลายออกมาอยู่ในน้ำ ในดินมากเกินไปจนเกิดเป็นพิษขึ้นแก่พืชที่ปลูกได้ แม้ว่าจะเป็นธุาตอาหารพืชที่สำคัญ ดินที่มีค่าพีเอชต่ำกว่า ๔.๕ ลงไปมักจะพบปัญหาเรื่องนี้

กรมพัฒนาที่ดินรายงานไว้เมื่อปี ๒๕๔๑ ว่า หญ้าแฝกขึ้นได้ในดินที่มีพีเอช ๓.๓ เชียวแหละ และทนต่อความเป็นพิษของอลูมิเนียมได้ที่ดินพีเอช ๓.๘ ทนแมงกานีสและเกลือได้ที่ดินพีเอช ๙.๕ ขึ้นได้ในดินที่มีโลหะหนักเหล่านี้ปนเปื้อนสูง : สารหนู (๑๐๐-๒๕๐ พีพีเอ็ม) แคดเมียม (๑๐-๒๐ พีพีเอ็ม) โครเมียม (๒๐๐-๖๐๐ พีพีเอ็ม) ทองแดงและนิเกิล (๕๐-๑๐๐ พีพีเอ็ม)และดินที่มีความเค็มจัด (๑๗.๕ dS/m)

โชคดีจังที่หญ้าแฝกทนสภาพแวดล้อมที่เป็นกรดแรงได้ ดูดซึมโลหะหนักได้ มิน่าจึงเป็นพืชที่ใช้จัดการสิ่งแวดล้อมเน่าๆได้ดีชนิดหนึ่ง