เรียน เพื่อรู้ สู่การสร้าง ปัญญา พาให้ รอด

ชีวิต “เป็นเช่นนี้เอง” ของผม คือ....

เรียน เพื่อ รู้ สู่การสร้าง ปัญญา พาให้ รอด

(ทั้งโลกนี้และโลกหน้า)

**********************************

จากการทบทวน และประมวลสรุปบทเรียนของชีวิต

ผมพบว่า “วิถี” ในการดำรง และพัฒนาชีวิตของผมทั้งชีวิต คือ การเรียน

ตั้งแต่เด็กๆมาเลย ผมเอาจริงเอาจังกับการเรียนทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระแสหลัก กระแสรอง เรื่องของความฝันใฝ่ นิยายวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องที่ดูเหมือนจะไร้สาระ สำหรับคนอื่นๆ ผมก็เรียน

แต่....หลังจากเริ่มตันเรียนไปแล้ว สักระยะหนึ่ง ผมจะค่อยๆมาทบทวนและประเมิน ว่า....

การเรียนดังกล่าวเหล่านั้น.... ดี ไม่ดี มีประโยชน์ คุ้มค่ากับเวลาในชีวิตอันจำกัดของผมหรือไม่

ถ้าไม่ดี อาจจะมีปัญหาทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ผมก็จะรีบสรุปบทเรียน และเลิกเรียนในเรื่องนั้นๆ

แต่ถ้ายังมีบางอย่าง บางส่วน ยังพอที่จะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ก็จะจำกัดวงการเรียนให้แคบลงมา เหลือเฉพาะประเด็นที่ยังมีประโยชน์ ดังกล่าว และค่อยๆลดความสำคัญในเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ หรือถ้าเลิกได้ทันที ก็จะเลิกไปเลย ถ้ายังเลิกไม่ได้ ก็จะลดความสำคัญลงโดยลำดับ จนปิดประตูการเรียนในเรื่องนั้นๆ จนหมดความสำคัญในชีวิตผมไปเอง

โดยหลักการเรียนกว้างๆ แบบนี้ จึงทำให้ผมมีประสบการณ์ค่อนข้างกว้าง หลายเรื่อง หลายประเด็น ลึกบ้างตื้นบ้างตามความลักษณะของเรื่อง ที่ตรงกับจริตของผม และสามารถนาปรับใช้ในเรื่องอื่นๆ และชีวิตประจำวันได้อย่างหลากหลาย มีตัวอย่างกว้าง และมากพอในการตัดสินใจไปในทางใดๆ ต่อไป

จากฐานประสบการณ์จากการ “เรียน” แบบหลากหลายนี้เอง ที่ทำให้ผมมีข้อควรระวัง และควรทำ ในการใช้ชีวิต มากกว่าหลายๆท่านที่ไม่ชอบเรียน หรือจำกัดหัวข้อ หรือ จำนวนเรื่องที่สนใจเรียน ทำให้ฐานความรู้แคบกว่าผม

-----------------------------------------------------

อย่างเรื่องการทำนาแบบพึ่งตนเอง ไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน ผมก็ต้องเรียนมากมาย หลายมิติ เป็นร้อยๆเรื่อง และกว่าจะผ่านแต่ละเรื่อง ทำให้ได้ความรู้และประสบการณ์มากมาย

โดยที่ผมจะต้องเริ่มทำนาด้วยตัวเอง แบบคนทำนาไม่เป็น เรียนสารพัดเทคนิค เพื่อมาทำให้เป็น

พอเป็นแล้ว ก็รีบก้าวแซงชาวนาท่านอื่นๆ ที่ทำนาแบบพึ่งคนอื่นให้ได้

เพราะผมถือว่า การพึ่งคนอื่นเป็นเรื่องลำบาก ยาก และไม่มีความเป็นอิสระในชีวิต หรืออิสระทางความคิด

เพราะเราต้องรอฟังว่าใครจะว่ายังไง ช่วยอะไรเราได้ และช่วยได้ในประเด็นใด เมื่อใด อย่างไร..........

นอกจากนี้ใครก็ตามที่ให้เราพึ่ง มักจะหาทางเอาเปรียบเราเสมอๆ ทำให้ผลรวมของเรา มีโอกาสเสีย มากกว่าได้ ชีวิตเราก็จะติดลบ และอาจเผชิญปัญหาต่างๆได้โดยง่าย และคนที่ให้เราพึ่งก็จะไม่รับผิดชอบกับปัญหาต่อเนื่องที่เขาสร้างขึ้นมา

ฉะนั้น การพึ่งตนเองเป็นข้อดี ทุกอย่างจะมีปัญหาน้อยมาก หรือถ้ามีก็จะแก้ได้โดยง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่หมักหมม

และถ้ายิ่งเราใช้หลัก ใช้วิกฤติให้เป็นโอกาสด้วยแล้ว ปัญหาแทบจะไม่เหลือในทันที เพราะเป็นโอกาสไปหมดแล้ว

---------------------------------------------------------------

และจากการศึกษาหลักพระพุทธศาสนา ตามหลักการ กฎ และแนวคิดต่างๆ จากพระไตรปิฎก พระอภิธรรม คัมภีร์ปัฏฐาน ปฏิจจสมุปบาท อิทัปปัจจยตา วิปัสสนากัมมัฏฐาน วิสุทธิมรรค ปรมัตถธรรม จิต เจตสิก ตามลำดับ ด้วยแล้ว ก็ทำให้ผมมั่นใจในหลักของศาสนาพุทธ และเลือกเรียน เลือกปฏิบัติ ในเรื่องที่ตรงกับจริตของผมเอง และนำความรู้ดังกล่าวมาสร้างปัญญา เพื่อพาตัวเองให้รอด ในอีกหลายๆเรื่อง อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างกลมกลืนกัน

----------------------------------------

การศึกษาเชิง “กลยุทธ์” ผมก็เรียนจากตำราประวัติศาสตร์ ทางสังคม ทางปรัชญา ศาสนา และเทคโนโลยี จากวรรณคดี สามก๊ก พงศาวดาร และตำราอื่นๆที่คล้ายคลึงกัน เพื่อเทียบเคียง และหาข้อสรุปที่ดีที่สุด แล้วนำมาใช้เพื่อสร้างปัญญา

ด้านศึกษาประวัติศาสตร์ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ ทรัพยากร และทางศาสนา ผมก็กำลังศึกษาอย่างเข้มข้นเอาจริงในทุกเรื่อง ทุกประเด็น ที่เป็น “ของแท้” บางเรื่องก็มีคนสนใจมาเรียนต่อจากผม บางเรื่องผมก็เรียนคนเดียว ก็ไม่เป็นไร จะให้คนอื่นคิดเหมือนเราคงเป็นเรื่องยาก

-----------------------------------------------------

นี่แหละครับชีวิตจริงของผม

ที่ชอบเรียนเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าวันไหนไม่ได้เรียน จะรู้สึกว่า ชีวิตนี้ไร้ค่า ทันที

ผมจึงมีความ “เป็นเช่นนี้เอง” ครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

คิดว่าตัวเองก็เป็นคนชอบเรียนเหมือนกันค่ะ แต่ละวันในชีวิตมีเรื่องน่าเรียนรู้ผ่านเข้ามาเสมอ ไม่เคยจบเลยเรื่องที่อยากรู้ แต่เมื่ออ่านเรื่องของอาจารย์แล้วคิดว่าน่าชื่นชมในวิธีการกำหนดเป้าหมายในการเรียนรู้ของอาจารย์นะคะ เป็นแบบอย่างที่ควรเอามาบอกเล่าจริงๆค่ะ ถ้าได้รู้แนวทางแบบอาจารย์นี่ คงจะเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่าปัจจุบันแน่เลยค่ะ รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองเรียนรู้นั้นออกจะเพื่อสนองความอยากของตัวเองมากกว่าเพื่อคนอื่นหรือสังคมแบบอาจารย์นะค