มาตรา ๖๘๐ อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

“เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่เอากระดูกมาแขวนคอ”

นิยามของคำว่าผู้คำประกัน โดยมากแล้วสัญญาค้ำประกันจะทำโดยเจ้าหนี้ และมักจะระบุให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หมายความว่าอย่างไร ก็คือ เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ เค้าไม่ต้องวิ่งไปหาลูกหนี้ แต่มาทวงเอาจากผู้ค้ำประกันได้โดยตรง และส่วนใหญ่ก็จะไม่กำหนดวงเงินค้ำประกันไว้ หรือกำหนดไว้ก็เท่ากับจำนวนเงินที่กู้นั่นเอง ซึ่งมันก็ไม่ต่างจากลูกหนี้

นอกจากนั้นแล้ว ความรับผิดยังไม่ได้หยุดอยู่แค่วงเงินตามสัญญาที่ค้ำประกันภัยแล้ว แต่ยังรวมไปถึงดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอย่างอื่น ค่าเสียหายที่เกิดจากการที่ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ด้วย เช่น ค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายในการทวงถาม ค่าดำเนินการ ซึ่งก็หมายความว่า

ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดอย่างไม่จำกัดวงเงินนั่นเอง และส่วนมากก็ยังมีเงื่อนไขไม่ให้ผู้ค้ำประกันเลิกสัญญาก่อน หมายความว่า อยากยกเลิกการเป็นผู้ค้ำประกัน ก็เลิกไม่ได้นั่นเอง เพราะมีสัญญาเกิดขึ้นแล้ว

ในบางกรณี เจ้าหนี้ยังอาจกำหนดเงื่อนไขอื่นๆไว้เช่น ยอมให้บริษัทของผู้ค้ำประกันหักเงินเดือนเพื่อชดใช้หนี้ ในกรณีที่บริษัทคุณให้ความร่วมมือกับเจ้าหนี้ ทั้งนี้ สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญามาตรฐานซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ ถ้าคุณลงนามไปแล้วก็มีหน้าที่รับผิดอย่างเดียว

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือ มีผลบังคับใช้ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ กฎหมาย ปลดล็อก"คนค้ำประกัน" สามารถคุ้มครองสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ค้ำประกันซึ่งมิใช่ลูกหนี้ชั้นต้นได้มากขึ้น

- แก้ไขเพิ่มเติมให้การค้ำประกันหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข ต้องกำหนดรายละเอียดของหนี้และขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำประกัน รวมทั้งจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกัน รวมทั้งจำกัดความรับผิดของผู้ค้ำประกันไว้เฉพาะหนี้ตามสัญญานั้น
- กำหนดให้ข้อตกลงที่ให้ผู้ค้ำประกันรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ
- กำหนดให้ข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากบทบัญญัติลักษณะค้ำ ประกันเป็นภาระแก่ผู้ค้ำประกันเกินสมควร ให้ข้อตกลงนั้นมีผลเป็นโมฆะ
- แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ของเจ้าหนี้ในการบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันเมื่อ ลูกหนี้ผิดนัดและผลกรณีเจ้าหนี้มิได้บอกกล่าว และกำหนดให้สิทธิแก่ผู้ค้ำประกันในการชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้
- แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้ค้ำประกันได้รับประโยชน์จากการที่เจ้าหนี้กระทำการใด ๆ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ให้แก่ลูกหนี้ด้วย รวมทั้งกำหนดให้ข้อตกลงที่เป็นการเพิ่มภาระแก่ผู้ค้ำประกันเป็นโมฆะ
- กำหนดให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในหนี้อันมีกำหนดเวลาแน่นอนและ เจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ และห้ามกำหนดข้อตกลงไว้ล่วงหน้าให้ผู้ค้ำประกันยินยอมที่จะเป็นประกันหนี้ นั้นต่อไป แม้ว่าเจ้าหนี้จะผ่อนชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้แล้ว

แม้ปัจจุบันจะมีกฎหมายเข้าให้ความเป็นธรรม และคุ้มครองผู้ค้ำประกันมากขึ้นแล้วก็ตาม มีการเพิ่มเงื่อนไขต่างๆในการคุ้มครองเราก็ตาม แต่ยังไงก็ต้องตัดสินใจให้รอบคอบหากต้องลงนามค้ำประกันให้ใคร
ก็ขอให้เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างที่สุดจริงๆ และอยู่ในขอบเขตที่เราสามารถรับผิดชอบได้ด้วยเพื่อจะไม่เกิดปัญหาในภายหลัง

เมื่ออ่านบทความนี้จบลงแล้ว
คุณจะเลือกเดินทางไปค้ำประกันใคร ... ก็ถือว่าเป็นการสมยอมกันเอง
แต่ก่อนค้ำประกันใครก็ตาม ให้ระลึกเสมอว่า
เมื่อเราค้ำประกันเขาไปแล้ว เราก็คือลูกหนี้ร่วมกับเขานั่นเอง