ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการสอบสัมภาษณ์  APN  มีโอกาสได้รับความคิดเห็นจากพี่ๆหลายคนได้ฟังก็เห็นประเด็นหลากหลายค่ะฟังดูแล้วก็ได้แตกความคิดออกได้หลายหลากเลยค่ะ ย้ำค่ะว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะค่ะทั้งประเด็นที่ได้มาจากการที่ตัวดิฉันเองไปสอบสัมภาษณ์เองเมื่อปีที่แล้วและพี่ที่เคารพโทรศัพท์มาเล่าแลกเปลี่ยนให้ฟัง   แน่นอนค่ะผลที่เกิดจากการสอบคงมีทั้งความดีใจ  ไม่ดีใจ  เฉยๆอันนี้คงไม่มากแต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันค่อนข้างจะเชื่อมั่นและเห็นว่าทั้งสองฝ่ายมีเหมือนกันคือเป้าหมาย นั้นคือผู้ที่เข้ารับการสอบสัมภาษณ์ก็คงต้องการผ่านการสอบเพื่อที่จะเป็น APN และแน่นอนคณะกรรมการก็คงมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วในใจเช่นกันว่าลักษณะงานอย่างไรที่จะก้าวไปสู่การเป็น APN ค่ะ   แต่สิ่งที่ได้จากการพูดคุยและเข้าใจว่าหลายท่านที่เข้าสอบก็ต้องการที่จะเล่าว่าแต่ละท่านได้ทำงานอะไรไปบ้างภายใต้บทบาท APN เป็นที่ตั้งหลายท่านบอกว่ายังไม่ได้เล่าก็ถูกตัดบทไปซะแล้วทำให้เกิดความหงุดหงิดคือดิฉันเข้าใจพี่ที่เข้าสอบเช่นกันค่ะว่าคนทำงานก็คงอยากเล่าว่าตนเองทำอะไรไปบ้าง แต่ก็เข้าใจท่านกรรมการอีกเช่นกันว่าท่านก็มีธงของท่านในการตัดสินว่าเมื่อมันไม่ได้ไปในแนวทางที่ต้องการก็นะค่ะให้คำแนะนำแล้วปีหน้าเจอกันใหม่  แต่ว่าถ้าฟังแล้วในความคิดของดิฉันเองที่เคยแล้วค่ะเคยไปสอบสัมภาษณ์และสอบไม่ผ่านมาแล้วก็เข้าใจค่ะว่าหลายๆท่านคิดอย่างไร  ถ้าจะให้ดีดิฉันว่าหากท่านอาจารย์คณะกรรมการมีเวลาก็ให้เวลาไปเลยค่ะอยากเล่าก็ให้สิทธิ์เล่าให้เท่ากันคนไหนเข้าท่าก็ถามไปมากๆในเรื่องที่ท่านสนใจ ก็จะเกิดความสบายใจใช่ไหมค่ะว่าการที่พยาบาลหลายๆท่านได้ทำงานมากมายจริงๆในหลายๆท่านที่ดิฉันรู้จัก อย่างน้อยถึงแม้ไม่ได้พิจารณาก็คงดีใจค่ะว่าได้ทำอะไรไปบ้าง

      หรือถ้าหากเป็นวิธีการอีกวิธีการหนึ่งที่ดิฉันอยากแลกเปลี่ยนนะค่ะที่สำคัญไม่ต้องเลียนแบบก็ได้เพราะเข้าใจว่าหลายท่านอ่านอาจจะรู้สึกว่าเป็นอย่างไรนะความคิดนี้แปลกๆ แต่ขอสรุปนะค่ะว่า ที่ดิฉันทำอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ทราบจะบอกว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่สุขใจเสมอๆจากการทำงานคือรอยยิ้มที่ได้รับเมื่อได้ทำอะไรๆให้กับผู้รับบริการ หากเขียนว่าเท่านั้นก็สุขแล้ว หลายท่านอาจคิดว่าองุ่นเปรี้ยวไหม นานาจิตตังนะค่ะ   เพราะตัวชี้วัดการทำงานของหลายท่านก็แตกต่างกันไปนั้นคือเป้าหมายก็ต่างกันค่ะ  เป้นกำลังใจให้กับทุกท่านต่อไปนะค่ะและขอให้ทุกเป้าหมายของแต่ละท่านบรรลุค่ะ