การบริหารชั้นเรียน...DLTV

ผมเชื่อว่า..แนวทางของกิจกรรมเล็กๆ ก่อนเรียนแบบนี้ ถิอเป็น..BBL ซึ่งฝรั่งจะเน้นสมองซีกนั้นซีกนี้ แต่ผมคิดว่า ในบริบทของการศึกษาไทย ที่ยังขาดความพร้อมในทุกด้าน..ครูจะทำอะไรก็ได้ ที่เด็กสนุก และได้เคลื่อนไหว ได้ใช้จังหวะของดนตรี..น่าจะถือว่าได้พัฒนาสมอง..ทั่วทุกส่วนในลักษณะที่เป็นองค์รวมด้วยซ้ำ

เมื่อวันเสาร์..ผมได้รับเชิญจากเขตพื้นที่การศึกษาฯ ให้ไปเป็นวิทยากร..พูดเรื่อง..การบริหารชั้นเรียน..แบบที่ต้องใช้สื่อทางไกล..DLTV..มีครูผู้ฟัง เป็นครูผู้สอนชั้น ป.๑ - ๒ โรงเรียนละ ๒ คน จากโรงเรียนขนาดเล็ก

ผมออกตัวไปกับศึกษานิเทศก์ผู้จัดรายการ เพื่อประสานความเข้าใจว่า..ผมไม่ได้บริหารอะไรมากมาย เนื่องจากครูที่โรงเรียนมีความชำนาญ ถนัด และสนใจใคร่สอนกันทุกคนอยู่แล้ว ที่สำคัญ..เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ใช้สื่อทางไกล หรือครูตู้..มานานมาก และมีความต่อเนื่องมาโดยตลอด..ดังนั้น..ผม..จึงไม่มีหลักการ และทฤษฎีมากมายนัก

ตกลงผู้จัดปรารถนาจะให้ผมพูดจากประสบการณ์..ในฐานะที่เป็นครูผู้สอนด้วยคนหนึ่ง ซึ่งก็ต้องสอนและอยู่กับผู้เรียนทั้งวัน ยกเว้นวันที่ติดภารกิจประชุมผู้บริหาร..การพูดครั้งนี้จึงง่ายขึ้นมาทันที ไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นแต่อย่างใด

ผมเริ่มเรื่องที่พูด..จากงานในหน้าที่ประจำที่ทำที่โรงเรียนตั้งแต่เช้า..๐๗.๓๐ น. ตรงไหนที่ต้องเน้นย้ำ ก็จะอธิบายเพิ่มเติม..ไล่เรียงไปจนถึงช่วงเวลาที่นักเรียนอยู่ในห้องเรียนแล้ว ในระหว่างเรียนหรือระหว่างวัน ก็มีเรื่องเล่าให้ครูผู้ฟังได้เข้าใจบทบาทตลอดแนว ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงกัย DLTV..หรือครูตู้ทั้งสิ้น

การบริหารเวลา..เป็นสิ่่งที่สำคัญที่สุด..เมื่อนักเรียนช่วยกันทำเขตพัฒนาสิ่งแวดล้อมเสร็จ..เวลา ๐๗.๔๕ ถึง ๐๘.๑๐ น. เป็นช่วงเวลาที่ผมและครูทุกคน สอนซ่อมเสริม ..ที่เน้นภาษาไทย แบบวางทุกงาน อ่านทุกคน..ตอนนี้แหละ ที่ผมบอกครูที่โรงเรียนว่า ครูจะต้องบอกเด็กให้เข้าห้องน้ำ..ครูเองก็จะต้องเตรียมสื่อวัสดุอุปกรณ์และใบงาน

๐๘.๑๐ น. ต้องเคาะระฆังให้สัญญาณ เข้าแถว เชิญธงชาติ ไหว้พระสวดมนต์ และทำกิจกรรมหน้าเสาธงไปตามลำดับ เพียงแต่ว่า..ครูอย่าอบรมบ่มนิสัยนักเรียน..นานเกินไป เด็กจะร้อนจะล้า เหนื่อยกันไปทั้งครูและนักเรียน..จงรีบเข้าห้องตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น.

เมื่อนักเรียนเข้าห้อง..เพื่อเข้าสู่วิชาแรก..สมุด ดินสอ ปากกา เขาพร้อมแล้ว..แต่ก่อนอื่นให้นักเรียนทุกคน นั่งหลับตานิ่งๆ (สมาธิ) ประมาณ ๓ นาที...จากนั้นผมจะให้นักเรียนเขียนวันที่....เตรียมให้พร้อมไว้

ทุกอย่างพร้อมอุปกรณ์และใจนักเรียนพร้อม..การถ่ายทอดสดจาก DLTV ยังมีเพลงบรรเลงอยู่..ผมจะเบาเสียง แล้วนำเข้า่สู่บทเรียนด้วยจังหวะมือ และเสียงกลอง ให้เด็กได้สนุกเพลินเพลินกับการลุกนั่ง ร้องเพลงและเต้นรำ ดื่มด่ำกับความสนุกเฮฮา ได้หัวเราะก่อนเรียน ..เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหล่อหลอมใจให้พร้อมที่จะเรียนรู้ต่อไป

ผมเชื่อว่า..แนวทางของกิจกรรมเล็กๆ ก่อนเรียนแบบนี้ ถิอเป็น..BBL ซึ่งฝรั่งจะเน้นสมองซีกนั้นซีกนี้ แต่ผมคิดว่า ในบริบทของการศึกษาไทย ที่ยังขาดความพร้อมในทุกด้าน..ครูจะทำอะไรก็ได้ ที่เด็กสนุก และได้เคลื่อนไหว ได้ใช้จังหวะของดนตรี..น่าจะถือว่าได้พัฒนาสมอง..ทั่วทุกส่วนในลักษณะที่เป็นองค์รวมด้วยซ้ำ

ครับ..ผมยังได้อธิบายด้วยว่า..ระหว่างเรียน ครูอย่าได้ปล่อยให้นักเรียนเรียนรู้ตามลำพัง คอยถามและเสริมต่อการเรียนรู้ ปลุกจิตปลุกใจให้นักเรียนอยากเรียนรู้ และรักษาระเบียบวินัยในการเรียน ตลอดจนให้ความเคารพครูตู้ด้วย..จะถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างจริงใจ

ระหว่างชั่วโมง..ครูทราบดีว่าควรเตรียมอะไรอย่างไร แต่ต้องสำทับให้เด็กว่องไว.อย่าแชเชือน รักษาเวลาให้เหมาะสม เพื่อเข้าสู่วิชาใหม่..อย่างทันท่วงที มีการนำเข้าสู่บทเรียนทุกครั้งไป

อย่าลืมนะครับ..การสอนหนังสือก็เหมือนกับการร้องเพลง..ขึ้นต้นเพลงดีมีชัยไปกว่าครึ่ง หรือ เริ่มสอนด้วยบรรยากาศดีๆ การร้องเพลงตลอดทั้งเพลง หรือการสอนทั้งชั่วโมง หรือทั้งวัน..ก็จะมีความสุข..ทั้งคนร้อง คนสอน และคนฟัง ก็คือผู้เรียนของเรา ...ทำให้เขาอยากเรียนรู้ และอยากมาโรงเรียนครับ.

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๙ กรกฏาคม ๒๕๕๘



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ครูอย่าอบรมบ่มนิสัยนักเรียน..นานเกินไป เด็กจะร้อนจะล้า เหนื่อยกันไปทั้งครูและนักเรียน..จงรีบเข้าห้องตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น..... ชอบตรงนี้จัง เราจะให้เด็กทั้งโรงเรียนสนุกสนานหน้าเสาธงก่อนแยกย้ายเข้าห้องก็น่าจะไม่ขัดหลัก บีบีแอลนะคะ

เยี่ยมๆๆ