...............ค่ายละครชีวิต พิชิตบุหรี่ เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ 150 ปีมหาสารคาม รณรงค์เมืองปลอดบุหรี่ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2558 ณ โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม ที่มัความมุ่งหวังเพื่อให้เยาวชนที่สูบบุหรี่ ตระหนักรู้ในความคิดและการกระทำของตนเอง ด้วยกระบวนการของละคร มีนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด จำนวน 39 คนด้วยกัน เป็นนักเรียนชั้น ม.2-ม.5 ทั้งเป็นเด็กกลุ่มที่ต้องเฝ้าดูแล เเละแกนนำนักเรียนที่เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน
...............โจทย์ที่ยาก คือ จะทำอย่างไร ให้เด็กที่ติดบุหรี่ กลับกลายมารู้เท่าทันตนเอง ตระหนักในโทษของบุหรี่มากยิ่งขึ้น ด้วยกระบวนการจิตตปัญญา ที่ออกแบบผ่านกระบวนการทางละคร แน่นอนว่าเราสามารถบอกเขาได้ตรงๆว่าบุหรี่มันไม่ดี แตทว่าคำว่า "บุหรี่ไม่ดี" นั้น เขาก็สามารถบอกตนเองได้เช่นเดียวกัน จากข้างต้นสามารถสะท้อนได้ว่า คนที่สูบบุหรี่รู้ว่าบุหรี่ไม่ดี แต่เมื่อสูบไปแล้วทำให้ติดเนื่องจากเป็นสิ่ง "เสพติด" กระบวนการในค่ายนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นให้ความรู้ เชิงวิชาการ แต่เป็นการมุ่งเน้นเพื่อส่งเสริมเขาให้พยายามลดการสูบบุหรี่ลง หรือเลิกแทน จึงได้นำกระบวนการละครมาใช้เพื่่อมุ่งหวัง เปลี่ยนแปลงตัวเขาด้วยภายในของเขาเอง โดยการให้เขามาทำละคร ทำเอง เล่นเอง
...............ทีมคณะดำเนินงานในครั้งนี้ ได้เเก่ ทีมฮักนะเชียงยืน : แซม เอ็ม ก๊อต แสน วิน ครูเพ็ญศรี (คอยอำนวยความสะดวกต่างๆ) เเละครูสุกัญญา ซึ่งกิจกรรม ค่ายละครชีวิต พิชิตบุหรี่ ครั้งนี้ มีเนื้อหากิจกรรมดังนี้
...............การเปิดกิจกรรมมีผู้ใหญ่ใจดี 2 ท่าน มาพูดคุยกับลูกๆ ได้เเก่ ท่านรองฯ ธีระพงษ์ นามเชียงใต้ และ ท่านรองฯ สมบัติ เอื้อกิจ นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมเสื้อสีเหลือ คือ ม.ปลาย ส่วนสีเขียว คือ ม.ต้น เนื่องด้วยผู้เข้าร่วมมีหลายกลุ่ม สำคัญ คือ การสร้างความคุ้นชินันเเละกัน เพราะแม้จะอยู่โรงเรียนเดียว หลายคนไม่เคยพูดคุยกันเลย และอาจไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ
...............ช่วงแรกเช้า เป็นกิจกรรมละลายพฤติกรรมเข้าหากัน ที่สร้างรอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะให้กับเด็กๆ แล้วกิจกรรมเสริมทักษะการละครครั้งแรก ก็เริ่มต้นขึ้น
กิจกรรมท่าใหญ่ : เป็นกิจกรรมที่เสริมทักษะด้านจินตนาการ ด้วยการสร้างสรรค์ร่างกายตนเอง ให้เป็นสัตว์ประหลาด มียืนประหลาด นั่งประหลาด และนอนประหลาด แทบเหนื่อยกันเเต่เช้าๆเลยทีเดียว ช่วงเเรกๆคุยกันเยอะมาก เเละเสียงดังมาก แต่พอเริ่มดำเนินไปเรื่อยๆเด็กเริ่มอยู่กับตัวเอง เเละไม่พูดกัน ไม่หัวเราะ
กิจกรรมปั้นดินน้ำมัน : เป็นกิจกรรมที่เสริมทักษะทางความเชื่อ โดยให้ทุกๆคนปั้นดินน้ำมันที่ไม่มีอยู่จริง และให้เชื่อว่ามีอยู่จริงๆและเชื่อวาสามารถปั้นออกมาได้จริงๆ ระหว่างการดำเนินกระบวนการ พบว่าเด็กกลุ่มที่ต้องเฝ้าดูแลยังไม่ค่อยกล้าปั้น ไม่ค่อยกล้าทำท่าทางประกอบหลังการป้นเสร็จ ส่วนเด็กกลุ่มอื่นๆไม่ค่อยเขินอาย แต่ท่าทางการสื่อสารยังเป็นท่าเล็กๆอยู่ ทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ยากเหมือนกัน
กิจกรรมจ้องตา-กระจกเงา : เป็นกิจกรรมที่เน้นการเสริมสร้างสมาธิทางการเล่นละครและทักษะในการสื่อสารผ่านทางสายตา โดยให้นั่งจ้องตากัน เมื่อรู้สึกหัวเราะก็ให้หลับตาลงแล้วพยายามจ้องใหม่ ระหว่างดำเนินกระบวนการ ช่วงเเรกๆ เด็กหัวเราะเยอะมาก ผ่านมาระยะหนึ่งเริ่มนิ่ง เด็กส่วนใหญ่ สามารถจ้องตากันเเละกันได้โดยไม่หัวเราะ ต่อมาเป็นกิจกรรมกระจากเงาที่ให้คนหนึ่งเป็นคนส่องกระจก และอีกคนเป็นเงาในกระจก (กิจกรรมนี้ เด็กสะท้อนว่าสนุกๆ เพราะเราทำอะไรเพื่อนก็ทำตาม) ระหว่างดำเนินกิจกรรม หากเด็กผู้ชายอยู่ด้วยกันจะไม่ค่อยกล้า แสดงออก มากเท่าไหร่ อาจเพราะกิจกรรมยังไม่สามารถเปิดปัญญาฐานกายของเขาจากโหมดปกป้อง ไปสู่โหมดปกติได้ในบางกลุ่ม และส่วนใหญ่คนอาจผ่านกระบวนการแบบนี้เป็นครั้งเรก
กิจกรรมฝึกเปล่งเสียง(โปรเจคเสียง) : เป็นกิจกรรมที่ฝึกการเปล่งสียงอกมาจากท้อง โดยฝึกลมหายใจ เเล้วเล่งออกมาว่า A E R O OU กิจกรรมนี้ เสริมในเรื่องของการพูดเพื่อสื่อสารละครของตนเองออกไปให้ผู้ชมได้ยิน เพราะเวทีจริงไม่ได้มีไมค์หรือเครื่องขยายเสียง ฉะนั้นเเล้ว การฝึกเปล่งเสียงจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง
กิจกรรมแผนภาพต้นไม้ : เป็นกิจกรรมสำคัญที่นอกจาการฝึกเขียนเรื่อราวละครเเล้ว ยังเป็นการช่วยเสริมการคิดวิเคราะห์ การพูด เเละการฟังให้เด็กๆอีกด้วย ภายในเเต่ละกลุ่มจะมีเด็กที่สูบบุหรี่ เเละไม่สูบคละปะปนกันไป โจทย์ที่ให้คิด คือ ปัญหาการสูบบุหรี่ เเล้วอะไรคือสาเหตุในการสูบบุหรี่ของเขา คิดว่าการสูบบุหรี่จะส่งผลอะไรบ้าง กับใครบ้าง ฯ ระหว่างการคิด คนที่จะสามารถตอบได้ดีที่สุด เเละชัดเจนที่สุด คือ คนที่เคยสูบบุหรี่ คนส่วนใหญ่จึงต้องฟัง เเละเข้าใจความคิดเห็นของคนที่ผ่านประสบการณ์ตรง
กิจกรรม 5 ภาพละคร : เป็นกิจกรรมในการกำหนดเขียนเรื่องราวของละคร ซึ่ง 3 ภาพแรกนำมาจากกิจกรรมแผนภาพต้นไม้วิเคราะห์ ปัญหา สาเหตุ เเละผลกระทบ ในขางต้น และให้เด็กๆมาเขียน ภาพพที่ 5 คือ ภาพฝันหรือจุดจบของเรื่องราวละครของเรา เหตุที่เขียนแผนภาพที่ 5 ก่อนเพราะ เป็นการกำหนดขอบเขตจุดจบของเรื่องราวว่าอยากให้มีจุดจบอย่างไร เเล้วจึงมาเขยนภาพที่ 4 คือจะทำอย่างไรให้ไปสู่ภาพที่ 5 ซึ่งช่วยให้การวางเส้นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับเด็กๆ เรื่องราวขงเด็กๆคล้ายๆกันเพราะเป็นประเด็นบุหรี่เหมือนกัน ต่ต่างกันตรงที่ ภาพที่ 4 เเละ 5 ที่เขาออกแบบเอง มีทั้งจบแบบเเฮปปี้ จบแบบฝากข้อคิด เเละจบแบบเศร้า ฯ
...............จากภาพ 5 ภาพในกระดาษค่อยๆออกมาเป็นภาพนิ่ง จากภาพนิ่งค่อยๆออกมาเป็นภาพเคลื่อนไหว จากภาพเคลื่อนไหวค่อยๆออกมาเป็นละครที่มีคำพูดมีท่าทางสื่อความหมาย ละครเรื่องแรกเป็นการฝึกวิธีคิดให้ แล้วลงเเสดงจริง
...............หลังจากการฝึกไม่นาน "การแสดงจริงเริ่มต้นขึ้น" จากที่พี่ๆให้เครื่องมือ เเละเเนวทางให้ไปเเล้ว ก็ถึงคราวที่เด็กๆลงมือสร้างละครของตนเองขึ้น จากที่ฝึกไปเเล้ว ทำให้ละครเเต่ละเรื่องของเด็กๆสร้างออกมาอย่างไม่ยากมากนัก เขาสามารถสร้างละครด้วยตัวของเขาเอง เด็กกลุ่มที่เฝ้าระวัง ที่เเม้เเต่ห้องเรียนหลายคาบก็ไม่เข้าเรียน แต่เขาก็สามารถทำได้ แม้ว่าละครจะมีข้อข้อควรพัฒนาอีกเยอะเเต่ครั้งเเรกก็ถือว่า ทำได้ดี
...............จากกิจกรรมทั้งหมด เรามานั่ง AAR กัน ด้วยการหลับตา "ระลึกสัญญา" ความรู้สึก ความประทับใจ และข้อเรียนรู้ของตนเองที่ได้รับ โดยเสียงสะท้อนจากเด็กๆ ดังนี้
ความรู้สึก/ประทับใจ
- รู้สึกมีความสุข / มีความสนุกสนานที่ได้อยู่ร่วมกัน / ชอบเกมผีเปลี่ยนโรงเป็นพิเศษ
- ประทับใจพี่ๆ / ประทับใจกิจกรรม / และพี่ๆก็ประทับใจที่เด็กกลุ่มเสี่ยงอยู่กันครบ เเละเชื่อฟัง
ความคิด/ความรู้
- ได้รู้โทษภัยของบุหรี่ และยาเสพติด
- ได้ฝึกคิดแบบ 5 ภาพละคร
- ได้รู้ทักษะการแสดงละคร
พฤติกรรม
- กล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น
- อยู่ร่วมกันในสังคมในค่ายได้อย่างไม่แยก ไม่เปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น
- รู้ทักษะทางกายในการแสดงละคร
ข้อเรียนรู้ ของพี่ๆ
...............ต้องยอมรับว่างานนี้ เป็นงานที่หนักพอสมควร เพราะโจทย์ คือ จะทำให้เด็กกลุ่มเฝ้าระวัง หันมาสนใจ เเละร่วมกิจกรรมกับเราได้อย่างมีพลังได้อย่างไร หรือพูดง่ายๆ คือ "จะเอาเด็กกลุ่มนี้อยู่ได้ย่างไร ด้วยกระบวนการทางละคร"
- วิธีการช่วงเเรกๆ จึงเน้นไปที่การเปิดโหมด 3 ฐาน ได้เเก่ ฐานกาย ฐานใจ เเละฐานคิด ของเขาจากอยู่ในโหมดปกป้อง มาเป็นโหมดปกติมากที่สุด
- ในระหว่างดำเนินกระบวนการเมื่อเด็กกลุ่มเสี่ยงนี้ไม่สนใจ ต้องคอยประเมินหาวิธีการเพื่อดึงให้เขามาสนใจและมีส่วร่วมมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องมีคนคอยบันทึกกระบวนการเเละคอยมองอย่างไม่คลาดสายตา
- สำหรับเด็กๆเรื่องการใช้คำอธิบาย 5 ภาพละคร ที่มี จุดเริ่มต้น จุดขัดเเย้ง จุดจบ จุดพลิกผัน เเละภาพฝัน เป็นการยากที่จะเข้าใจ เราต้องใช้ว่า ปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ การแก้ไข/จุดผลิกผันของเรื่องราว เเละภาพฝัน/ตอนจบของเรื่องราว
- การเขียนแผนภาพต้นไม้ก่อนค่อยมาเขียน 5 ภาพละคร ช่วยให้เห็นภาพร่วมันได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เเละเข้าใจง่ายสำหรับเด็กๆ
- การฝึกคิดแบบ 5 ภาพ เเละฝึกทักษะกรสร้างละครก่อน เมื่อมาทำใหม่ทั้งหมดในกลุ่มใหม่ ไม่ถือว่าเสียเวลา เสียโอกาส เเต่เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกๆคนได้มีส่วนร่วมในการทำอีกครั้ง เเละเมื่อได้ฝึกฝนเเล้ว รอบที่สองจะสามารถทำได้เร็วและเข้าใจ
