วิกฤติเศรษฐกิจกรีซ กับดักประชานิยมที่ไทยควรตระหนัก

"พี่หนาน"
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

7/7/2558

*******

วิกฤติเศรษฐกิจกรีซ กับดักประชานิยมที่ไทยควรตระหนัก


ประเทศกรีก ในอดีต ประเทศกรีซในปัจจุบัน หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐเฮลเลน (Hellenic Republic) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป มีประชากรประมาณ 11 ล้าน 3 แสนคน อดีตรุ่งเรืองด้านนักคิด นักปรัชญา นักรัฐศาสตร์การเมืองที่พวกเราเคยได้ศึกษา เล่าเรียนกันมา กรีซเคยใช้สกุลเงินดรักมา ต่อมาใช้เงินสกุลยูโร ร่วมกับสหภาพยูโรป มีจีดีพีมวลรวมภายในประเทศต่อปี 172.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ(2546) ประสบวิกฤติปัญหาเศรษฐกิจที่หาทางออกให้กับประเทศแทบจะไม่ได้ โดยปัญหาส่วนใหญ่ เกิดจาก...

  • การขาดดุลภาครัฐของรัฐบาล รายจ่ายของภาครัฐ มากกว่ารายรับที่จะพึงได้ทุกประการ
  • การสนับสนุนนโยบายรัฐสวัสดิการ การขึ้นค่าจ้างแรงงาน ขึ้นเงินเดือนจ้างงานในภาครัฐอย่างฟุ่มเฟือย การเพิ่มสวัสดิการสาธารณสุข การเพิ่มเงินบำนาญข้าราชการฯลฯ
  • การกู้เงินจำนวนมาก จากธนาคารหลายแห่งด้วยดอกเบี้ยต่ำ ในรูปแบบกองทุน พันธบัตร ตราสารหนี้ฯ เพื่อปรับสภาพเศรฐกิจของประเทศไม่ให้ล่ม เจ้าหนี้หลักของกรีซ คือ สหภาพยุโรป ธนาคารกลางยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)
  • สร้างหนี้สินสาธารณะมากเกินที่รัฐจะควบคุมได้ คือการดำเนินนโยบายของรัฐบาลแบบขาดดุล ทำให้ต้องมีการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลในแต่ละรอบปีงบประมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วงเงินหนี้รวมขณะนี้ 446,600 ล้านยูโร (1 ยูโร = 37.40 บาท)
  • รัฐปรับลดค่าแรง ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มภาษีพยายามยกเลิกสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยทั้งหมด ตัดค่าใช้จ่ายสวัสดิการทั้งประเทศ ปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 23% ทั้งประเทศ เหมือนกับเราซื้อของ 100 บาท จะต้องเพิ่มภาษีอีก 23 บาท เป็น 123 บาท (ที่เมืองไทยขณะนี้ 7% )และให้ปรับภาษีเงินได้ของบริษัทจากเดิม 26% เพิ่มขึ้นเป็น 28 % (หนึ่งร้อยเก็บภาษี 28 บาท) เป็นนโยบายของเจ้าหนี้มอบให้ปฏิบัติตาม
  • แปรรูปรัฐวิสาหกิจพยายามให้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่สำคัญดั่งสมัยหนึ่งไทยเคยทำมาแล้ว ขายแหล่งน้ำมัน แหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า ขนส่งมวลชน สื่อสารมวลชน ฯลฯ นำเงินเข้าประเทศ
  • ลดเจ้าหน้าที่ของรัฐ และลดพนักงาน คนงานของเอกชน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดประชากรตกงาน ว่างงานเพิ่มมากขึ้น ๆ ล่าสุดใน 100 คน ว่างงานถึง 27 คน
  • ปิดรัฐวิสาหกิจ สั่งปิดสถานีโทรทัศน์7 แห่ง สถานีวิทยุ 29 แห่ง ปิดเว็บไซต์อีกหลายเว็บไซต์ ปลดคนงานที่เกี่ยวข้องอีก 2,650 คน


ประเทศกรีซ อยู่ในกลุ่มผู้ใช้เงินสกุลยูโร 19 ประเทศ หรือเรียกกันให้เข้าใจว่า “ยูโรโซน” หากกรีซออกจากยูโรโซนจะเกิดอะไรขึ้น?...

นายอันโตนิสซามาราส อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นฝ่ายโปรยุโรป เคยกล่าวไว้ว่า

“หากกรีซออกจากยูโรโซน คุณภาพชีวิตของชาวกรีกจะตกต่ำลงถึงร้อยละ 80 ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ กิจการต่าง ๆ จะล้มละลาย และธนาคารจะต้องอายัดบัญชีเงินฝากของประชาชนเพื่อไม่ให้แบงก์ล้ม(ขณะนี้เหลือเงินสดอยู่ในธนาคารเพียง 40% เท่านั้น) ขณะที่ราคาสินค้านำเข้าจากยุโรปจะแพงขึ้น 2-4 เท่า เนื่องจากสกุลเงินของกรีซจะอ่อนค่าจนไม่ต่างจากกระดาษ...

แม้แต่ธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งน่าจะได้รับประโยชน์จากการที่ค่าเงินกรีซอ่อน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจับจ่ายใช้สอยได้คล่องมือขึ้น ก็อาจได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัส(เบื้องต้น)...”

ที่แน่ ๆ ขณะนี้ กรีซไม่มีเงินใช้หนี้ ไอเอ็มเอฟ 1 พัน 6 ร้อยล้านยูโร ที่ถึงกำหนดแล้ว ...นายอเล็กซิส ซีปราส นายกรัฐมนตรีกรีซ จำเป็นต้องทำ “ประชามติ” เพื่อหยั่งเสียงของประชาชนใน ในวันที่ 5 ก.ค. 58 นี้ ว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอยาก “อยู่กับยูโรโซน” ต่อ หรือว่าเลือกที่จะ “ออกจากยูโรโซน” ถึงแม้ประชาชนส่วนใหญ่เลือกจะอยู่กับยูโรโซนต่อ แต่เจ้าหนี้ทั้งหลายก็ไม่ยินยอมที่จะปล่อยให้กรีซกู้อีกแล้ว...เพราะกรีซไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือ “นโยบายรัดเข็มขัด” ที่เจ้าหนี้กำหนดให้ได้...

รากเหง้าของปัญหาทั้งหลายมาจาก “ความสบาย” หรือ “การติดสุข” ของประชาชนจากโครงการ “ประชานิยม” ที่รัฐจัดและอัดให้เต็มๆ ดังตัวอย่างข้อเขียนจาก...

คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย- “ลม เปลี่ยนทิศ” แสดงความเห็นเอาไว้ ขอยกมาประกอบเป็นช่วง ๆ ดังนี้...

* “นโยบายประชานิยมกรีซ เริ่มตั้งแต่ การขึ้นค่าจ้างแรงงาน ขึ้นเงินเดือนจ้างงานในภาครัฐอย่างฟุ่มเฟือย การเพิ่มสวัสดิการสาธารณสุข เพิ่มบำเหน็จบำนาญ ด้วยข้ออ้างว่า การเพิ่มค่าจ้างและสวัสดิการเหล่านี้ จะทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้มีกำลังซื้อมากขึ้น เศรษฐกิจจะรุ่งเรือง(คำเหล่านี้ คุ้น ๆ หูอยู่เหมือนกันนะ)…

นโยบายประชานิยม ทำให้ ชาวกรีซ ขี้เกียจตัวเป็นขน ไม่ชอบทำงาน รอเสพสุขจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลอย่างเดียว ใครเคยไปเที่ยวกรีซจะเห็น วันทำงานปกติแท้ ๆ ชาวกรีซยังไปเล่นนํ้าทะเลนอนผึ่งแดดกันเต็มหาด...

หายนะของประเทศกรีซ ผมว่าเป็น “บทเรียน” ที่ “คนไทย” และ “นักการเมืองไทย” ควรศึกษาและจดจำเอาไว้ เพราะ ต้นตอวิกฤติหนี้กรีซ มาจาก โครงการประชานิยมบ้าระหํ่า ที่สองพรรคการเมืองหลักในกรีซก่อขึ้น(พรรคปาซก และ พรรคประชาธิปัตย์ใหม่) เหมือนโครงการประชานิยม ของ พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ เปี๊ยบเลย…

หนี้ประชานิยมกรีซสะสมมา 20-30 ปี เพิ่งมาออกฤทธิ์ในวันนี้ ถ้าพรรค การเมืองไทย ยังใช้ โครงการประชานิยม หาเสียงครอบงำประชาชนต่อไป ผมเชื่อว่าไม่เกิน 20 ปี ประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาพเดียวกับกรีซแน่นอน…”

...

ผู้เขียนขอแสดงความเห็นเพิ่มเติมตรงนี้เป็นข้อ ๆ ดังนี้…

1. เห็นด้วยว่า นโยบายประชานิยม ...ทำให้คนไม่ค่อยขวนขวาย ดิ้นรน งอมืองอเท้า รอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิต (ความคิด) อ่อนแอ เหมือนคนขี้โรค หากเป็นผู้สูงอายุก็ไม่ว่ากัน หากเป็นคนวัยทำงาน ไม่ควรอย่างยิ่ง ขัดกับหลักการพึ่งตนเองในทางพุทธศาสนา

2. เห็นด้วยว่า นโยบายประชานิยม ...ด้านค่าจ้างแรงงาน เงินเดือนในภาครัฐ ค่าสวัสดิการสาธารณสุข เพิ่มบำเหน็จบำนาญ ฯลฯ ของไทยกับของกรีซ ก็ดูเหมือนไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ในปัจจุบันเมื่อมีการ “ปรับค่าแรง” ก็ต้องมีการ “ปรับราคาสินค้า” “ปรับราคาน้ำมัน” “ปรับราคาแก๊สหุงต้ม” ขึ้นตามไปอีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...ปรับเงินดีต่อผู้ประกอบการส่วนใหญ่เสียมากกว่า

ผลของการปรับค่าแรง 300 บาทที่ผ่านมาอีกประการหนึ่ง คือ ทำให้เป็น “ข้ออ้าง” ของชาวบ้านที่ไปทำงานรับจ้างในภาคเกษตร “เกี่ยงราคา” ค่าตัวขึ้นตาม วันละ 300 บาท ตามไปด้วย รัฐรู้หรือไม่ว่า ผู้จ้างต้องทำใจลำบากแค่ไหน เพราะค่าแรงที่จ้างไม่สมกับงานที่ได้รับ...เช้าต้องนำรถไปรับ ต้องซื้อน้ำแข็ง น้ำเย็นใส่กระติกให้(เลี้ยงน้ำ) ต้องทำกับข้าวอาหารไปเลี้ยงกลางวัน(เลี้ยงข้าว) ต้องมีเครื่องดื่มให้สำหรับผู้ชายแบกขน(เลี้ยง เอ็ม แรง กระทิงแดง) อากาศร้อนต้องพักกันบ่อย ๆ (เลี้ยงใจ) ต้องเลี้ยงน้ำเมาในเวลาเย็นก่อนกลับบ้าน(เลี้ยงเหล้า เบียร์) เย็นต้องไปส่งที่บ้าน บางงานเช่น หักข้าวโพด เกี่ยวข้าว มีกินเลี้ยงที่บ้านจนดึกดื่นอีก...นี่ยังจะมีการเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงเป็นวันละ 360 บาททั่วประเทศพร้อมกับให้มีการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเอาไว้อีก(มันจะควบคุมได้ยังไง) จะไม่ยุ่งกันไปใหญ่หรือครับ...

ขณะเดียวกันผู้ที่ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ เช่น อบต. เทศบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย กลับง่อยเปลี้ยเสียกำลัง รวมทั้งกำลังใจด้วย ในกลุ่มลูกจ้างชั่วคราว พนักงานจ้างปีต่อปี หรือจ้างเหมาทั่วไป กลับได้เงินเดือน ๆ ละ 4-6 พันบาท หรือวันละ 160-180 บาทเท่านั้นเอง รัฐมองไม่เห็นหรือไร...นี่คือข้อสังเกตที่ผู้เขียนเห็นมาด้วยความเป็นจริง

3. เห็นด้วยกับคำกล่าวหรือข้อความที่ว่า “ถ้าพรรคการเมืองไทย ยังใช้ โครงการประชานิยม หาเสียงครอบงำประชาชนต่อไป ผมเชื่อว่าไม่เกิน 20 ปี ประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาพเดียวกับกรีซแน่นอน” ...

หากรัฐบาลนำเอา “เงินอนาคต” จากองค์การต่างประเทศเข้ามาใช้ มาถลุงมาก ก็จะกลายเป็น “หนี้ท่วมหนี้” มากยิ่ง ๆ ขึ้น เหมือนเอาขี้ไก่ไปโปะขี้หมา ยังไงก็กลิ่นเหม็นอยู่ดี เพราะงบประมาณที่ใช้ไปกับนโยบายประชานิยม จะทำให้เกิดการทุจริตกันมาก สุดท้ายผู้รับผลอันเจ็บปวดก็คือ ประชาชนที่ต้องถูก “รัดเข็มขัดที่คอ” เหมือนกรีซ จนอึดอัดหายใจไม่ออก จนต้องออกมาประท้วงกันทั้งเมือง จะอยู่หรือตายก็ไม่ต่างกัน ประเทศไทยเมื่อถึงเวลานั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?

..........................................................................

“พี่หนาน”

เขียนเมื่อ 3/7/2558

*ข้อมูลที่นำมาแสดงประกอบการเขียนจาก...

http://www.thairath.co.th/content/206585

http://money.sanook.com/291069/

https://th.wikipedia.org/

http://www.thairath.co.th/content/508612

https://youtu.be/4NeexfIYBfY

https://youtu.be/8tiXdyn-F68

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Business



ความเห็น (0)