Kevin Hewison: ความไม่เสมอภาค และการเมืองในประเทศไทย ตอนที่ 3

ชนชั้น และอำนาจ

อำนาจที่เป็นการเมืองจำเป็นต่อการรักษายุทธศาสตร์ค่าจ้างต่ำ/กำไรสูงเป็นชุดยุทธศาสตร์ของภาครัฐและภาคธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย, นโยบาย, อุดมการณ์, และ การบีบบังคับข่มขู่ เมื่อพูดถึงยุคการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด การเมืองของชนชั้นล่างถูกควบคุมหรือจำกัด (หลายครั้งก็มีการปะทะและถูกกดขี่อย่างหนักหน่วง) ยุทธวิธีที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นเหล่านี้พยายามรักษาระบอบการปกครองแบบอำนาจนิยมไว้ด้วยการจำกัดการเมืองที่มีการเลือกตั้ง ระบบอุปถัมภ์ หรือการเมืองที่ต้องใช้เงินลดทอนความใส่ใจด้านนโยบายที่มีต่อความไม่เท่าเทียมลงด้วยการสร้างฐานเสียงสนับสนุนทางการเมืองเฉพาะเขตเลือกตั้งของตน และเป็นชุดการเมืองหลัก จนมาถึงปี 2001 เมื่อมีการเลือกตั้ง ก็มีพรรคการเมืองจำนวนมากจนทำให้รัฐบาลผสมอ่อนแอและอายุสั้นเสมอ และพรรคการเมืองเหล่านี้ไม่เคยพัฒนานโยบายอื่นนอกเหนือการผันเงินเข้าสู่ท้องถิ่นที่เป็นฐานเสียง (beyond local handouts.)

การเมืองแบบนี้ได้กีดกันผู้ออกเสียงส่วนใหญ่ และพยายามทำให้สถาบันที่เป็นตัวแทนอ่อนแอลง ทำให้การทหารและราชวงศ์ควบคุมสังคมไทยได้ ผลลัพธ์ก็คือชนชั้นนำไม่เคยสนใจปัญหาความไม่เท่าเทียม ส่วนกลุ่มประชาชนที่ถูกกีดกันก็ต้องจำใจยอมรับสิทธิประโยชน์เฉพาะฐานเสียงทางการเมืองแทนที่จะได้รับความใส่ใจเชิงนโยบายต่อปัญหาการปรับการกระจายรายได้ให้เป็นธรรมมากขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็จนกระทั่ง Thaksin Shinawatra ได้รับเลือกตั้งในปี 2001

การตอบสนองต่อความไม่เท่าเทียม

ความไม่เท่าเทียม และโครงสร้างต่างๆ ซึ่งดำรงรักษาสภาพเดิมๆเอาไว้ถูกท้าทาย การประท้วงที่ยืดเยื้อของกลุ่มเสื้อแดงในปี 2009 และปี 2010 เป็นหนึ่งในการท้าทายนั้น ในการคัดค้านการรัฐประหารปี 2006 จะมีการเชื่อมโยงระหว่างความไม่เสมอภาคกับการถกเถียงกันเรื่องกระบวนการประชาธิปไตย การเชื่อมโยงนี้ส่งผลให้วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองจำนวนหลายอัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่การต่อต้านการรัฐประหารปี 1991, การลุกฮือของขบวนการประชาชนในปี 1992, การสิ้นสุดของความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปี 1997 และรัฐธรรมนูญฉบับปี 1997 ที่ส่งผลต่อกฎเกณฑ์ทางการเมืองบางประการ

มีรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญปี 1997 ก็คือรัฐบาลของ Thaksin ในปี 2001 และในปี 2005 Thaksin ก่อตั้งพรรค Thai Rak Thai ในปี 1998 และได้รับความนิยมเนื่องมาจากนโยบายที่สัญญาว่าจะให้การเปลี่ยนแปลงกับพวกคนจน เช่น การพักหนี้เกษตรกร (A farmer debt moratorium), เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในระดับชุมชน (community-level soft loans), และ จุดหมายทางการเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด ก็คือ โครงการสุขภาพถ้วนหน้า นี่เป็นครั้งแรก สำหรับพรรคการเมืองที่ได้ทำตามสัญญาที่มอบหมายไว้ และนำเสนอโครงการที่เป็นสากลและเป็นระบบเพื่อช่วยเหลือคนจน และให้สวัสดิการแก่พวกคนจน วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นในปี 1997 ทำให้ชนชั้นนำอ่อนแอลง และด้วยความกลัวว่าจะเกิดข้อขัดแย้งทางสังคมขึ้น ทำให้พวกชนชั้นนำยอมรับการสัญญาระหว่าง Thaksin กับมวลชนนั้น

แปลและเรียบเรียงจาก

Kevin Hewison. Inequality and Politics in Thailand

http://kyotoreview.org/issue-17/inequality-and-politics-in-thailand-2/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)