การเชื่อมโยงระหว่างชลประทานผิวดิน ชลประทานน้ำใต้ดิน นำน้ำมาใช้อย่างพอเพียง และคืนกลับด้วยการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ และการปลูกพืชด้วยวิธีน้ำหยด (ข้าวไร่น้ำหยดก็ได้)

ปัจจุบันเราสามารถจะบูรณาการ ระหว่างชลประทานผิวดินกับชลประทานใต้ดิน ด้วยการสูบน้ำขึ้นมาใช้ และสูบกลับด้วยการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ได้ โดยไม่รบกวนธรรมชาติมากไป โดยคัดเลือกพื้นที่ ๆ เหมาะสม โดยพิจารณาแผนที่น้ำใต้ดิน และน้ำผิวดิน จากหน่วยงานของรัฐบาล โดยขุดเจาะ บ่อขึ้นอย่างน้อย สองบ่อ บ่อลึกไว้สำหรับสูบน้ำขึ้นมาใช้ และบ่อตื้นใช้สำหรับสูบน้ำกลับลงไปใต้ดิน การทำเช่นนี้จะป้องกันน้ำระเหยได้ดีกว่า อ่างเก็บน้ำผิวดิน


การสูบน้ำใช้ปั๊มน้ำพลังแสงอาทิตย์ จะเป็นปั๊ม 12 โวลต์ หรือปั๊ม 24 โวลต์ก็ได้ ถ้าเป็นปั๊ม 24 โวลต์ ก็ใช้กระแสน้อยกว่าแต่ต้องให้สมดุลกับ แผงโซล่าร์เซลล์ที่นำมาติดตั้ง ยามใดที่มีแสงอาทิตย์พอจะสูบน้ำปั๊มน้ำก็ทำงาน สูบน้ำขึ้นมา ยามใดที่ไม่มีแสงอาทิตย์ หรือมีเมฆฝน มีความชื้นในอากาศมาก อากาศปิด ตอนกลางคืน ปั๊มน้ำก็ไม่ไม่ทำงาน หรือทำงานน้อยเพราะแสงแดดน้อยสูบขึ้นมา

การสูบน้ำกลับลงไปในบ่อที่ตื้นกว่าในบริเวณใกล้กัน อาจต้องทำบ่อพักน้ำหรือบ่อดักน้ำธรรมชาติไว้บนผิวดิน เมื่อมีน้ำก็ปรับการสูบน้ำ โดยใช้เครื่องสูบน้ำพลังแสงอาทิตย์ชุดเดิม สูบน้ำจากผิวดิน ลงไปในบ่อที่ตื้นกว่า ที่เราขุดไว้สำหรับเติมน้ำกลับลงใต้ดิน ไม่ให้ไหลทิ้งไปหรือระเหยไป (น้ำที่สูบลงในบ่อที่ตื้นกว่าตอนสูบลงไปก็ขอเป็นน้ำสะอาดนิดหนึ่ง ไม่อย่างนั้นโคลนจะลงไปอุดบ่อ ทำให้น้ำไม่ซึมผ่านชั้นหินทราย) น้ำก็จะผ่านชั้นหินทรายไหลลงไปในแหล่งน้ำใต้ดินอีกครั้ง ทดแทนน้ำที่เราสูบขึ้นมาดินก็จะไม่ทรุดน้ำก็จะมีพอให้เราสูบไปได้นานกว่า

การนำน้ำมาใช้ เมื่อการได้มาของน้ำยากมาก ก็ต้องใช้น้ำอย่างประหยัด อาจทำเป็น การปลูกพืชด้วยน้ำหยด ปลูกข้าวไร่น้ำหยด หรือใช้การปลูกพืชแบบ ไฮโดรโปรนิกส์ อันนี้ตอนใส่ปุ๋ยก็ผสมน้ำไปกับน้ำหยดเลย ปั๊มน้ำสำหรับน้ำหยดก็ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เวลามีแสงอาทิตย์น้ำหยด เวลาไม่มีแสงมีฝนน้ำไม่หยดทำให้ไม่เปลืองน้ำ ก็ได้ เราก็จะมีน้ำใช้ และมีพืชผัก ข้าวรับประทาน เป็นอาหารของเราไปอีกนาน แต่ที่สำคัญเวลารับประทานเคี้ยวให้ละเอียดด้วย ให้พื้นที่หน้าตัดของอาหารที่เรารับประทานไปมีมาก ๆ น้ำย่อยจะได้ทำงานได้ดีขึ้น ประหยัดอาหารไปเพื่อแบ่งปันให้เพื่อนร่วมโลกได้รับประทานกันไม่อดอยาก ก็จะเป็นกุศลผลบุญจากการแบ่งปันอีกทางหนึ่ง


สุดท้ายตายทุกคน
28 มิถุนายน 2558

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)