ประวัติศาสตร์ร้านยา

บันทึกประวัติศาสตร์ร้านยาจากหนังสือ 80ปีเภสัชศาสตร์



ยุคก่อนรัตนโกสินทร์

เริ่มต้นเมื่อโปรตุเกษได้ค้นพบเส้นทางเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮปมายังอินเดียได้เป็นชาติแรก และมีการค้าขายกับอินเดีย ต่อมาได้แล่นเรือออกไปไกลเรื่อยๆ ไปยังชาติตะวันออกที่ไกลขึ้น ต่อมาโปรตุเกษได้เข้ายึดเมืองมะละกาและทราบต่อมาว่ามะละกาอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของไทย จึงพยายามเอาใจประเทศไทยโดยการส่งทูตคือ ร้อยโทร ดูดารต เฟอนันเดส มาขอเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา และเริ่มทำการค้าขายกับไทย ประมาณปี พศ 2061 ตรงกับสมัยแผ่นดินของพระรามาธิบดีที่ 2 การค้าเริ่มขึ้นเป็นอย่างดีโดยมีการเซ็นสัญญาไมตรีให้ตั้งที่ทำการค้าขาย โปรตุเกษสัญญาจะนำปืนมาแลกเปลี่ยนและตั้งกองทหารอาสาช่วยเหลือไทยเมื่อมีสงคราม

การเดินเรือจากโปรตุเกสอ้อมแหลมกูดโฮป

**สันนิษฐานว่ายาฝรั่งจะเข้ามาในสมัยนี้และที่ใช้กันต่อมาคือยาจำพวกขี้ผึ้งและยาใส่แผล ขนมที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้คือ ทองหยิบ ฝอยทอง สังขยา**

ต่อมาฝรั่งชาติอื่นๆก็ได้แล่นเรือมาตามเส้นทางของโปรตุเกษ เช่น สเปน ฮอลันดา และอังกฤษในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พศ 2205 มีฝรั่งชาติฝรั่งเศสเข้ามาเป็นครั้งแรก มีแพทย์ฝรั่งเศสได้ปรุงยาไทยถวายหลายตำรับ และได้มีทูตไทยไปกรุงปารีสหลายคณะคาดว่าจะมีการคุ้นเคยกับยาฝรั่งมากขึ้น

ต่อมาได้มีสงครามอยู่หลายครั้งกับพม่าทำให้ตำรายาไทยและยาฝรั่งค่อยๆเสื่อมหายไป


ยุคต้นและกลางรัตนโกสินทร์

ในสมัยยุครัตนโกสินทร์ไม่ค่อยมีฝรั่งมาติดต่อกับไทยเนื่องจากยุโรปกำลังเกิดสงครามใหญ่ และในสมัย ร1 มีสงครามกับพม่า 7 ครั้ง พระองค์เป็นกังวลเลยยังไม่อยากติดต่อค้าขาย

ต่อมาสมัย ร2 พศ 2361 ได้มีทูตชาวโปรตุเกษได้ทำความชอบไว้มาก ได้มีการตั้งสถานทูตโปรตุเกษ ซึ่งเป็นสถานกงศุลแห่งแรกของประเทศ หลังจากนั้นมาจึงเริ่มกลับมามีชาวฝรั่งมาเจริญไมตรีอีก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส

**คาดว่ามีการใช้และซื้อขายยาฝรั่งกันในช่วงนี้ แต่ไม่มีบันทึกไว้เนื่องจากการพิมพ์ยังไม่เกิด**

ต่อมาสมัย ร3 พศ 2367 ได้มีชาวสก๊อต รู้จักกันในชื่อ หันแตร ได้เข้ามาทำการค้าขายสรรพสินค้าเช่น ผ้าฝรั่ง ผ้าแขก อาวุธปืน รวมทั้ง **ยาควินิน** มีการสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งแรก มีการโฆษณาขายยาแผนปัจจุบันครั้งแรก ต่อมากิจการขายยาควินินได้โอนให้หมอบรัดเลย์

หมอบรัดเลย์


ช่วงปี พศ 2378 หมอบรัดเลย์เป็นมิชชันนารีอเมริกันเข้ามาไทยเพื่อเผยแพร่ศาสนา เมื่อมาถึงเมืองไทยได้เพียง 20 วัน ได้ตั้งโอสถศาลาเป็นเรือนไม้ 2 หลัง บริเวณวัดสัมพันธวงศ์ในปัจจุบัน มีการจ่ายยารักษาโรค ถือเป็นคนแรกที่เปิดห้างขายยาฝรั่งในประเทศไทย ในบันทึกพงศาวดารกล่าวว่า วันที่ 30 ตุลาคม 2378 ถือเป็นวันที่เภสัชกรรมชุมชนได้ก่อกำเนิดอย่างเป็นระบบ มีเภสัชกรคือนาย ยอน แบติส เป็นผู้ช่วยผสมยาให้หมอบรัดเลย์ ในทางกลับกันยาฝรั่งก็ยังไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากการศึกษาทางการแพทย์และเภสัชกรรมยังไม่กำเนิดขึ้นในประเทศไทย หลังจากที่หมอบรัดเลย์เปิดห้างขายยาได้ 80 ปี ถึงมีเภสัชกรคนแรกของประเทศเมื่อปี 2458

ช่วงปี 2415 สมัย ร5 ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนตะวันตกเริ่มเป็นที่นิยมอย่างมาก เริ่มมีการรักษาแผนตะวันตกมีแพทย์คนแรกของประเทศที่จบการศึกษาจากอเมริกา เริ่มมีชาวต่างชาติมาตั้งธุรกิจขายยามากหลายแห่ง ที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันคือ ห้างขายยาอังกฤษ (ตรางู)ก่อตั้งขึ้น ปีพ.ศ. 2435โดยนายแพทย์โทมัส เฮย์วาร์ด เฮย์ และ ดร.ปีเตอร์ กาแวน เปิดเป็นร้านขายยาที่ทันสมัย มีเภสัชกรประจำตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง โดยมีสัญลักษณ์รูป "งูถูกศรปัก" เป็นเครื่องหมายการค้า


นายแพทย์โทมัส เฮย์วาร์ด เฮย์


ห้างขายยาอังกฤษในอดีต



บริษัทดีทแฮล์มมาเปิดร้านขายสินค้าทั่วไปภายหลังทำธุรกิจขายยา ส่วนใหญ่ห้างขายยาเจ้าของจะเป็นแพทย์ชาวฝรั่ง มีการแข่งขันเชิงการค้าเนื่องจากความนิยมเริ่มมากขึ้น มีการโฆษณาใบปลิวยาสมัยนั้นไม่มีพรบยา และใบประกอบโรคศิลปะ ทำให้การค้าขายยาเป็นไปอย่างเสรี ผู้คนนิยมใช้ยาฝรั่งมากขึ้นเนื่องจากผลการรักษาที่หายเร็วทันใจ เช่น ผงไอโอโดฟอร์มใส่แผลกามโรคเริ่มมีชื่อเรียกยาฝรั่งเป็นภาษาไทยเช่น ยาขาว(Zinc Oxide) เกลือสมาน(Boric acid) น้ำมันระกำ(Wintergreen Oil)




แผ่นใบปลิวโฆษณายารักษาหนองใน พศ 2476


ต่อมาทางราชการได้มีการสั่งให้ผลิตยาเองเนื่องจากห้างขายยาขายยาราคาแพง 2-3 เท่าของยาเมืองนอก มีการขึ้นราคายามากตอนยาขาด ได้เภสัชกรชาวเยอรมันมาดูแลการผลิต ในปี พศ 2445 ผลิตยาครั้งแรก 8 ชนิด คือ Quinine sulfate, Soda mint, Cathartic compound, Bismuth Pill, Mecury Iodide, Santonin and calomel, Opium compound กำไรจากการขายยาได้กำไรมาก 40%

ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการฝึกงานที่ร้านขายยาที่กองโอสถศาลา


พศ 2482 นายโอสถ เกษมสุวรรณ เภสัชกรคนแรกของไทย เข้าเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ เล่าว่ามีการกำหนดให้ฝึกงานร้ายา 1000 ชั่วโมง จึงจะรับปริญาได้


ห้างขายยาท่าเตียน ห้างขายยาที่มีแพทย์และเภสัชปฏิบัติการอย่างถูกต้องและใช้เป็นที่ฝึกนิสิตเภสัช


หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีร้านขายยาเปิดขึ้นมาก ทั้งแบบมีป้ายและเป็นเพียงสำนักงาน มีการกักตุนยา และการขาดแคลนยา มีห้างขายยาของไทยที่ผลิตและจำหน่ายยา โดยเฉพาะยาที่ขายดีคือ ยาฉีดควินินเนื่องจากราคาไม่แพง ยาน้ำทิงเจอร์ ยาธาตุน้ำแดง ร้านยามีเภสัชตลอดเวลาและทำการปรุงยาเอง เริ่มมีบริษัทต่างชาติมายังประเทศไทยมากขึ้นมีระบบดีเทลติดต่อกับแพทย์โรงพยาบาล มีการโฆษณายา มีรถเร่ขายยาตามชนบทโดยการฉายภาพยนตร์ก่อน

พศ 2505 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการส่งเสริมการลงทุนโดยชักชวนให้ชาวต่างประเทศมาลงทุนด้านอุตสาหกรรม มีโรงงานยามาตั้งการผลิตเพิ่มจาก 10 โรงงาน เป็น 50 โรงงาน ภายใน 4-5 ปี ร้านขายยาที่เคยผลิตเองโดยเภสัชกรจึงยกเลิกมาขายให้ประชาชนอย่างเดียว และเมื่อมี พรบยา 2510 การขายยาแบบเร่ขายก็ได้หมดไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ประวัติศาสตร์ร้านยา



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณครับ ;)...