เลี้ยงลูกให้เป็นตัวของเขาเองดีที่สุด ตัวอย่างจากประสบการณ์ตรง

โอ๋-อโณ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

อ่านบันทึกแนะนำวันนี้ หยุด!ทำลายชีวิตลูกด้วย 12 วิธีนี้ ของคุณ"เสือ" ในวง Share.psu ของเราแล้วอดไม่ได้ต้องขอมานำเสนอด้วยค่ะ ด้วยความที่ใครๆก็คงคิดว่าเราเป็นคนเก่ง จบตั้งด๊อกเตอร์คงจะต้องสอนลูกจนเก่งไปด้วยแน่ๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว คิดว่าการที่เราเรียนมาได้จนถึงวันนี้ในระดับนี้นั้น เป็นเพราะการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่อีกทีหนึ่งด้วย อาจจะมีโชคดีอยู่บ้างที่มีเผอิญมีสมองค่อนข้างดีหน่อย (จึงดูเหมือนเก่ง) แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะสิ่งแวดล้อมดี คุณพ่อคุณแม่เป็นนักอ่าน (ทั้งที่ไม่ได้เรียนสูงอะไรมาก) เราก็เลยเป็นนักอ่าน อ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าจนเป็นนิสัยที่ถ่ายทอดไปถึงรุ่นลูก และการเรียนมาถึงระดับนี้ก็ไม่ใช่ความตั้งใจใฝ่ฝันอันใด เป็นการทำสิ่งที่เผอิญผ่านเข้ามาในชีวิตที่ต้องทำให้เต็มที่เท่านั้นเอง เหมือนที่เคยเขียนเล่าไว้ใน ย้อนรอยเส้นทาง PhD ของโอ๋-อโณ (1): จุดเริ่มต้น

สำหรับลูกๆทั้งสามหนุ่มก็เช่นกัน เราไม่เคยสอนการบ้านหรือติดตามตารางเรียนหรือผลการเรียนอันใด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเรียนเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของลูกตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยม สองหนุ่มแรกจนถึงระดับมหาวิทยาลัยแล้ว พวกเขาเลือกเส้นทางเดินเองทั้งสิ้น เราไม่เคยกำหนดอะไรเลย ลูกอยากเรียนอะไรเรียน อยากทำอะไรที่เราเห็นว่าเหมาะสม สนับสนุนได้เราก็ให้ ทั้งสามหนุ่มไม่เรียนพิเศษ มีเวลาเหลือเฟือ มีงานอดิเรกตามสบาย อ่านหนังสืออ่านเล่นเล่มโตๆเป็น collection เล่นเกม ฟังเพลง เล่นดนตรี กีฬา พวกเราพ่อแม่ไม่เคยสนใจว่าลูกจะได้เกรดเท่าไหร่ ไม่เคยจำ เพียงแต่ดูว่าเขามีความสุขกับการเรียน ไม่มีปัญหาอะไร ไปได้เรื่อยๆ เราไม่เคยเปรียบเทียบลูกกับใคร แม้แต่พี่น้องกันเอง ลูกไม่จำเป็นต้องทำอะไร ชอบอะไร เหมือนใคร อยากทำอะไรก็ทำเพราะอยากทำเอง ไม่ใช่เพราะทำตามใคร สิ่งใดที่คิดว่าดี ใครไม่ทำ เราก็ทำ สิ่งใดที่คนอื่นๆทำแต่เราคิดว่าไม่ควรทำ เราก็จะไม่ทำ

ถึงเวลานี้ที่ทั้งสามหนุ่มโตพ้นวัยรุ่นกันหมดแล้ว หนุ่มน้อยสุด น้องฟุงก็กำลังขึ้นชั้นม.หก คุณแม่อย่างเรายืนยันได้เต็มที่ว่า สิ่งต่างๆที่เตือนไว้ในบันทึก"คุณเสือ"นั้น บ้านนี้ทำได้หมดและทำได้จริงๆ ผลก็คือเราจะได้คนที่มีความสุขตามแบบของเขา เขาเลือกทางชีวิตของเขาเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร ขอให้เลือกเองและรับผลของสิ่งที่เลือกเอง เป็นคนดีมีน้ำใจ เป็นที่รักของคนอื่น อยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ไม่เคยแก่งแย่งแข่งขันอะไรกับใคร เพราะเขาพอใจในความเป็นตัวเองอยู่แล้ว ลูกเรียนดีได้เกียรติบัตร ได้รางวัลอันใด เราก็แค่ดีใจด้วย แต่เราจะภูมิใจมากกว่าเวลาได้รับคำชมว่าลูกเป็นคนน่ารัก ซึ่งได้รับฟังมาแล้วเราก็จะแสดงให้ลูกรู้ว่าเราภูมิใจที่เขาเป็นคนน่ารัก การเป็นคนเก่งไม่ยาก แต่การเป็นคนดีที่คนอื่นรักนั้นดีกว่าแน่นอนสำหรับบ้านเรา

ได้เห็นว่ามีพ่อแม่อีกไม่น้อยนะคะที่ทำได้ และอยากให้ช่วยกันแนะคนที่กำลังผลักดันลูกให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการ เพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดี หากลุกเห็นเหมือนท่านก็ดีไป แต่ที่แน่ๆ ความเข้าใจ และความเป็นเพื่อน ยินดีรับรู้รับฟังความเห็นของลูก น่าจะเป็นสิ่งที่ลูกต้องการและมีประโยชน์กับชีวิตของพวกเขาต่อไปในอนาคตมากกว่าความรักที่เราคิดว่าเรามีมากมายเสียอีกนะคะ

ขอยืนยันว่า ลูกคือผู้ที่มาจากเรา แต่ลูกไม่ใช่ของเรา พวกเขามีชีวิตเป็นของตัวเอง เรามีหน้าที่ทำให้เขารู้จักตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยที่ไม่ต้องให้เราคอยดูแลปกป้องชี้นำเมื่อเขาถึงวัยที่สมควร

อยากบอกคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายที่รู้เรื่องลูกไปหมด ทั้งตารางเรียน ตารางสอน การบริหารจัดการชีวิตว่า อย่าลืม"ฟัง"ลูกแบบทำความเข้าใจในตัวลูกด้วยนะคะ อย่าคิดว่าเรารู้จักลูกดีถ้าหากไม่เคยฟังลูก เด็กทุกคนมีพลังพิเศษในตัวเองที่เขาจะใช้ได้ดีหากพ่อแม่ให้ความเข้าใจเขาตามตัวตนที่เขาเป็นจริงๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อันเนื่องมาจากลูกๆ



ความเห็น (8)

พ่อแม่เก่ง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

เป็นจริงเสมอค่ะ

ผมกับจันโชคดีที่มีพี่โอ๋นำทางครับ ถ้าพวกผมเลี้ยงเจ้าต้นไม้ได้อย่างน้องทั้งสามคนพวกผมก็สบายใจแล้วครับ

ตอนนี้ขึ้นปอสองแล้ว ก็พอเริ่มเห็นภาพว่ามาถูกทางครับ ในขณะที่เพื่อนๆ เขาเริ่มมีเรียนพิเศษ เจ้าต้นไม้กลับสนุกสนานกับเนื้อหาที่ตัวเองได้เรียนที่โรงเรียนกลับมาถึงบ้านก็ได้เล่นอย่างที่เขาอยากเล่นครับ

เขียนเมื่อ 

พี่แก้วก็ดูจะเป็นตัวอย่างหนึ่งของพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกถูกทางด้วยนะคะ

สำหรับอ.เหน่ พี่โอ๋ก็ดีใจมากที่ทั้งสองคนมีแนวทางของตัวเองที่ดีมาก รับรองน้องต้นไม้จะเป็นเอกบุรุษแน่นอนค่ะ พี่โอ๋มีความสุขเวลาได้เห็นเด็กได้ใช้ธรรมชาติของตัวเอง เวลาเห็นเด็กทำอะไรไหลตามสังคมแล้วสงสารพวกเขาที่ขาดโอกาสในการเข้าใจตัวเอง ความสุขจริงๆจะเกิดยากถ้ามัวแต่วิ่งตามสังคมรอบตัวเกินไปนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณพี่โอ๋ มากๆ ครับ สำหรับบันทึกที่เตือนใจในการเลี้ยงดูลูกๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

...Great job

เขียนเมื่อ 

Chaos and order need not be chosen once and for all. Chaos has its place among everday's order. ;-) But chaos everyday soon burns us out ;-) ;-) ;-)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอ. สำหรับบทความที่ดีมากๆนี้ครับ

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งในการ "ฟัง" ลูกแบบทำความเข้าใจในตัวลูกด้วย.... มิใช่เพียงแต่ได้ยิน

เขียนเมื่อ 

อ่านบันทึกย่อหน้าสุดท้ายแล้วเห็นภาพพ่อแม่หลายๆ บ้านที่เข้าไป "จัดการ" ชีวิตลูก จนลืมให้ลูกได้ฝึกจัดการชีวิตของตัวเขาเอง

อาจารย์คะพี่เห็นอาจารย์เข้าไปอ่านบันทึกของคุณ sr จึงเชื่อว่าอาจารย์เป็นผู้หนึ่งที่สนใจเรื่องโลกและสิ่งแวดล้อม จึงเข้ามาชวนอาจารย์เข้าอ่านบันทึกนี้ https://www.gotoknow.org/posts/588726 และขอความเห็นด้วยค่ะ