รอมฎอน เดือนแห่งสุขภาพ

teerachi
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
รอมฎอน เดือนแห่งสุขภาพ

รอมฎอน…เดือนแห่งสุขภาพ

รอมฎอน :
เป็นชื่อเดือนที่ 9 ในภาษาอาหรับตามปฏิทินทางจันทรคติดั้งเดิม (ไม่มีการชดเชย)
หนึ่งเดือนมีจำนวน 29 – 30 วัน แต่ละรอบปีก็จะนับถอยร้นขึ้นประมาณ 10 – 11
วันจากเดือนทางสุริยคติ ตามหลักการของศาสนาอิสลามแล้วเดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่มีความสำคัญมาก
มุสลิมทุกคนต่างรอคอยการมาเยือนของเดือนนี้เพื่อปฏิบัติศาสนกิจที่ดีงามตามคำสั่งใช้ของพระผู้เป็นเจ้า
“อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวาตะอาลา” ศาสนกิจหนึ่งที่มุสลิมถือปฏิบัติในเดือนนี้ คือ การถือศีล-อด

การถือศีล-อด :

ในศาสนาอิสลามถูกบัญญัติเป็นหลักปฏิบัติสำหรับมุสลิมทุกคนที่มีความสามารถ ยกเว้นเด็ก คนป่วย หญิงมีครรภ์ / ให้นมบุตร ผู้สูงอายุหรือคนชรา คนเดินทาง เป็นต้น ระยะเวลาของการถือศีล-อดจะเริ่มตั้งแต่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงตะวันลับขอบฟ้าของทุกวันจนครบ 1 เดือน การถือศีล-อดนอกจากจะต้องอดอาหาร/น้ำแล้วยังต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ การพูดจาไร้สาระการแสดงออกทางอารมณ์ที่ไม่เหมาะสม หรืออาจจะกล่าวได้ว่า รอมฎอนเดือนของการทำความดีควบคู่กับการทดสอบความอดทน เป้าหมายสูงสุดของการถือศีล-อดคือการยำเกรงต่อเอกองค์อัลลอฮฺ พระองค์จะช่วยปกป้องจิตใจมิให้กระทำในสิ่งเลวร้ายและขัดต่อศีลธรรมหากเราตั้งเจตนา (เนียต) เพื่อพระองค์เท่านั้น

ข้อแนะนำสำหรับการถือศีล-อดที่ถูกต้องและควรปฏิบัติดังนี้
1. ผู้ที่อยู่ในข่ายของการยกเว้นด้วยภาวะความเจ็บป่วยไม่สบาย ตั้งครรภ์ /ให้นมบุตรหรืออยู่ในวัยชรา ควรต้องปรึกษาแพทย์ที่ดูแลรักษาโรคประจำตัว เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งด้านการให้ยา ด้านอาหารโภชนาการ การออกกำลังกาย ฯลฯ ภายใต้คำแนะนำและการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ ไม่ควรฝืนปฏิบัติ
2. การละศีล-อดในแต่ละวันควรทำตามแบบอย่างจริยวัตร (ซุนนะฮฺ) ท่านศาสดานบีมุฮัมหมัด (ศ็อลฯ) คือ
ท่านจะไม่รับประทานอาหารหนักในทันทีเมื่อได้เวลาละศีล-อด ซึ่งท่านจะทานผลอินทผลัม 1 – 3 เม็ดหรือผลไม้อื่นๆ ดื่มน้ำหรือนม 1 แก้วแล้วไปละหมาดมัฆริบ (ละหมาดเวลาค่ำ) เสร็จจากละหมาดท่านจึงจะรับประทานอาหาร
3. ซุนนะฮฺหรือแบบอย่างประการหนึ่งที่ถูกละเลยคือ ท่านนบีมุฮัมหมัด(ศ็อลฯ) จะแปรงฟันโดยใช้ไม้”ซิวาก”ทุกครั้งหลังจากทานอาหารและเมื่ออาบน้ำละหมาด ไม้”ซิวาก”มีลักษณะคล้ายไม้ข่อยของไทย แต่ปัจจุบันนิยมใช้แปรงสีฟันโดยไม่ใส่ยาสีฟัน(ระหว่างถือศีล)ถ้าไม่มีไม้”ซิวาก” ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพช่องปาก ลดการเกิดโรคฟันผุ เหงือกอักเสบ และกลิ่นปาก
4. อาหารละศีล-อดควรให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด เค็มจัด มันจัด หรือเผ็ดจัด ซึ่งเป็นอาหารที่ส่งผลเสียอย่างมากต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ กระเพาะหรือกรดไหลย้อน ควรงดการดื่มน้ำเย็นจัด (น้ำแข็ง) เพราะทำให้เส้นเลือดในลำไส้หดตัวดูดซึมน้ำหรืออาหารเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยจะทำให้รู้สึกแน่นท้องแต่ไม่หายหิว ดังนั้นแนะนำให้ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาแทนเพราะจะดีต่อสุขภาพ ไม่ควรดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด
5. สำหรับผู้ที่ติดบุหรี่นับเป็นโอกาสดีที่จะเลิกสูบบุหรี่หรือสิ่งเสพติดอื่นๆ ได้ง่ายและทันที นอกจากจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัวแล้วยังจะได้รับผลบุญมากมายในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐนี้
6. เมื่อเริ่มอดอาหาร ร่างกายจะหาพลังงานทดแทนโดยการเข้าย่อยสลายไขมันที่สะสมไว้ตามเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น
บริเวณหน้าท้อง ใต้ผิวหนัง ตับ ฯลฯ ทำให้เกิดอนุพันธ์คล้ายคีโตน ซึ่งทำให้เกิดอาการมึนศีรษะ คลื่นไส้ งุนงง หงุดหงิด อารมณ์รุนแรง ฉุนเฉียวง่าย(โมโหหิว) วิธีระงับอารมณ์ดังกล่าวคือ การอาบน้ำละหมาด ละหมาด และการหยุดพำพักในมัสยิด(อิอฺติกาฟ) อ่านอัล-กุรอาน รวมทั้งการกล่าวรำลึกถึงอัลลอฮฺ(ซิกิรฺ)ให้มากๆ หากมีใครมาชวนทะเลาะหรือยั่วโมโหให้บอกกับตนเองและผู้นั้น 3 ครั้งว่า “ฉันกำลังถือศีล-อด” การระงับหรือควบคุมอารมณ์ ทำจิตใจให้สงบ ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายของตนเองโดยรวมทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานโรคและลดความดันโลหิตลงได้
7. ทัศนะทางการแพทย์สมัยใหม่ยอมรับว่าการถือศีล-อดเป็นวิธีการรักษาโรคทางการแพทย์ทางเลือกวิธีหนึ่งที่ได้ผลอย่างมาก อาทิ โรคมะเร็ง เพราะเมื่อเซลล์มะเร็งขาดสารอาหารก็จะฝ่อตายไปเอง แม้กระทั่งการตรวจเลือดเพื่อหาพยาธิสภาพต่างๆ ก็จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 6 - 8 ชั่วโมงจึงจะได้ผลถูกต้อง สำหรับผู้มีความจำเป็นต้องทานยา ปัจจุบันเภสัชกรได้ผลิตยาที่ออกฤทธิ์นานขึ้นทานเพียง 2 ครั้งต่อวัน แต่ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลรักษาท่าน ไม่ควรเปลี่ยนยาหรือซื้อมาทาเองโดยเด็ดขาด
8. รอมฎอนไม่ใช่เดือนของการถ่ม-บ้วนน้ำลาย หากแต่เราลืมแปรงฟันหลังอาหารซะฮูรฺ(อาหารรุ่งเช้า) ทำให้น้ำลายเรายังหวานอยู่จากเศษอาหารที่ตกค้างตามซอกฟัน ผู้ใหญ่มักบอกให้เราบ้วนหรือถ่มน้ำลายทิ้งบ่อยๆเพราะรู้สึกกังวลกลัวว่ากำลังทานอาหารและมีกลิ่นปากตลอดเวลา ดังนั้นจงอย่าลืมแปรงฟันหลังทานอาหารซะฮูรฺ และเวลาอาบน้ำละหมาดโดยไม่ต้องใส่ยาสีฟัน(ขณะถือศีล) ส่วนน้ำลายในปากนั้นสามารถกลืนลงคอได้ไม่เสียศีล-อด ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ก่อนเข้าเดือนรอมฎอนควรไปพบทันตแพทย์ตรวจเช็คทำความสะอาดเหงือกและฟันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีฟันผุหรือเหงือกอักเสบ
9. การมีอาหารตกค้างในลำไส้ใหญ่ตลอดเวลาไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย เพราะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบกันมากในทุกวันนี้ การถือศีล-อดจึงเป็นโอกาสดีที่ทำให้ลำไส้ใหญ่สะอาดขึ้น แต่ระบบขับถ่ายอาจจะแปรปรวนไปบ้าง หากมีอาการท้องผูกควรทานผักผลไม้ให้มากๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหารและขับถ่ายง่ายขึ้น
ไม่ควรใช้ยาถ่ายหรือยาระบายโดยไม่จำเป็น
10. ควรส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็กๆ ฝึกถือศีล-อดเมื่ออายุเริ่ม 6 - 7 ขวบโดยไม่ใช่การบังคับ ควรให้เด็กได้ซึมซับการทาอาหารซะฮูรฺ การอดน้ำอดอาหารกลางวัน การทานอาหารละศีล-อดพร้อมๆ กันอย่างมีความสุข หากเด็กหลงลืมดื่มน้ำหรือทานขนมก็ควรตักเตือนด้วยความรักไม่ดุด่าหรือตำหนิอย่างรุนแรง สำหรับผู้สูงอายุการขาดน้ำจะมีผลกระทบมากกว่าอาหาร ตามซุนนะฮฺท่านนบีฯ เคยอนุญาตให้อมน้ำในปาก(ไม่กลืนหรือดื่ม) เพื่อลดอาการกระหายน้ำ
11. สิ่งสำคัญของเดือนรอมฎอน คือการฝึกให้ทุกคนไม่ว่าอยู่ในฐานะใดจะได้รับรู้ถึงภาวะความหิวโหย การขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มซึ่งเป็นปัจจัยจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ แบ่งปันแก่ผู้ขัดสนยากจน สังคมจึงเป็นสังคมที่น่าอยู่เพราะมีความสมบูรณ์ทั้งสุขภาพร่างกายจิตใจ และจิตวิญญาณอย่างแท้จริง

ทุกคราที่รอมฎอนมาเยือนเสมือนร่างกายและจิตใจได้รับการดูแล ซ่อมเสริมทั้งด้านสุขภาวะและคุณธรรมจริยธรรมให้แข็งแกร่งพร้อมที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข หากเราเชื่อมั่นและมอบหมายกับพระองค์”อัลลอฮฺซุบฮานาฮูวาตะอาลา” รอมฎอนของท่านก็จะเป็นรอมฎอน…เดือนแห่งสุขภาพ


ทพ.ธีระชัย อนุวงศ์เจริญ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา


——————————————————————


โดยความกรุณาจาก อจ.แวอาซีซะห์ ดาหะยี ม.ราชภัฎ.ยะลา
รอมฎอน...เดือนแห่งสุขภาพ.doc

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รอมฎอน เดือนแห่งสุขภาพ



ความเห็น (0)