วันนี้ไปเฝ้าลูก ทำการเข้าแคมป์ทดลองสอบเข้า ป. 1 เป็นโครงการที่มีชื่อว่า Hi-Q Tutor Camp ปี 2 ก่อนไป พ่อของลูก ถามว่า ยูว่างมากใช่ไหม ที่พาลูกไปลองสอบเนี่ย แต่เอาเถอะ ถือว่าเขามาจากคนละวัฒนธรรม เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของแม่แบบไทยๆ อย่างเราแล้วกัน

ดิฉันได้รับข่าวเกี่ยวกับการจัดค่ายทดลองสอบผ่านหนังสือแม่ๆ ลูกๆ ฉบับหนึ่ง ตามประสาคนสนใจชอบลองของ ชอบทดลอง จึงโทรไปสอบถาม และลงทะเบียนจองชื่อล่วงหน้าเป็นเดือน (คิดดูนะคะ อยากไปมาก ถึงขนาดว่า เดือนต่อมา โทรไปจองซ้ำ เพราะว่าลืมไปแล้วว่า ตัวเองเคยโทรไปจองแล้วมา 1 รอบ - เจ้าหน้าที่ Dumex อึ้งๆ ไปเลย คงไม่คิดว่าจะเจอยัยแม่ขี้ลืมขนาดนี้น่ะ)

ขั้นตอนการจอง การ confirm การเตือนให้ไปเข้าค่าย ถือว่า Dumex ทำได้ดีมากๆ ค่ะ สำหรับคนมีความจำดี ก็อาจจะรำคาญบ้าง แต่สำหรับคนขี้ลืมอย่างดิฉัน เรียกว่า Dumex เป็น professional ด้านการจัด event ใหญ่ๆ เลยทีเดียวค่ะ

เหตุที่ถือว่า event นี้ใหญ่ ดิฉันประเมินด้วยตนเองค่ะ camp นี้มี 2 รอบเวลา ในรอบเช้า จะเป็นช่วงเวลาสำหรับเด็กเตรียมเข้าระดับอนุบาล (น่าสงสารเด็กยุคนี้ ขนาดระดับอนุบาล ยังต้องมี tutor การเข้าเรียนอนุบาลนะคะ - ดิฉันน่าจะถือได้ว่า เป็นเด็กด้อยโอกาสนะ ไม่เคยมีโอกาสได้เรียนอนุบาลเลย จู่ๆ อายุถึง ก็ต้องเรียนระดับประถมเลย) ในรอบบ่าย จะเป็นรอบสำหรับเด็กเตรียมสอบระดับประถมศึกษาค่ะ

ขออนุญาตข้ามในช่วงเช้า เนื่องจากว่า ลูกอายุ 4 ขวบกว่าแล้ว เลยลงทะเบียนให้ลูกได้ลองเข้าสอบระดับประถมแทนค่ะ 

ถ้าจะถามว่า ไปลองของเข้าค่าย แล้วได้อะไร ในมุมมองดิฉันเอง ขอตอบว่า

  • ได้ฝึกแม่และฝึกลูกค่ะ ยังไม่เคยพาเขาไปเจอเด็กเยอะๆ ขนาดเป็นร้อยๆ คน ที่ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ใช่บ้านและโรงเรียนที่เขาคุ้นเคยเลยค่ะ เช่น เราต้องให้เขารู้จักเข้าห้องน้ำก่อนสอบ, ตระเตรียมสภาพจิต และร่างกายของเขาให้พร้อม ณ วันที่สอบ (ถ้าง่วง หรือไม่สบาย ก็จะส่งผลให้ทำสอบไม่ได้ดี หรือไม่ฟังคำสั่งครูผู้คุมสอบ)
  • ได้เจอผู้ปกครองคนอื่นๆ ได้เห็นคนหัวอกเดียวกัน ทำให้รู้สึก suffer น้อยลง ไม่รู้สึกว่า เราเป็นแม่ ปสด. อย่างที่พ่อของลูกว่าไว้
  • ได้รู้ว่า ลูกเรายังไม่พร้อมสำหรับการสอบแบบที่เป็นฝูงเด็กแบบนี้่ค่ะ ลูกยังติดแม่มากจนเกินไป จนไม่สามารถเข้าสอบโดยไม่มีแม่ไปนั่งเฝ้าได้ค่ะ (เกรงใจครูๆ ผู้สอบมากค่ะ แต่ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เห็นมีเด็กหญิงคนหนึ่งในห้องสอบเดียวกับลูก พ่อแม่เธอใจแข็งพอจะปล่อยให้ลูกอยู่ในห้องสอบตามลำพัง เด็กหญิง ร้องไห้ไปสองรอบ ในรอบสองนั้น ถึงกับอาเจียน ซึ่งในที่สุด ครูผู้สอบ ก็จำเป็นต้องเชิญผู้ปกครองมารับค่ะ)
  • สุดท้าย ทำให้รู้ว่า เราอาจจะให้เวลากับลูกน้อยไปหน่อย (แม่บ้างาน) ทำให้ไม่ได้ฝึกความรู้บางอย่างกับลูก เพราะพี่เลี้ยงไม่สามารถสอนลูกได้ และครูที่โรงเรียน ก็ไม่ได้สอนได้ครอบคลุมทุกอย่าง อย่างที่ข้อสอบถามไว้ค่ะ

มีคำถาม คำตอบข้อหนึ่ง ที่แม้แต่แม่เอง ก็รู้สึกจะเป็นปัญหาได้ คำถามมีอยู่ว่า " ให้ขีดเครื่องหมาย X บนภาพที่ออกเสียงขึ้นต้นว่า 'มะ' " ในส่วนของคำตอบมีอยู่ 3 ภาพ

ภาพแรก - สัปปะรด

ภาพสอง - ผักชนิดหนึ่ง หน้าตาคล้ายพริกหยวก

ภาพสาม - มะเขือเทศ

ลูกไม่รู้จักผักในภาพสอง เขาบอกได้แค่ว่ามันคือ ผัก และเมื่อเขามาถามดิฉันว่ามันคือผักอะไร ดิฉันก็ยังตอบไม่ได้ว่ามันคือผักอะไร บอกได้แค่ว่า มันเป็นผักชนิดหนึ่ง (อย่างที่บอกค่ะ ว่ามันดูเหมือนพริกหยวก) แต่ด้วยประสบการณ์ของเราที่รู้จักการตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ออกไป ผักในข้อสองจึงไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกต้อง นั่นเพราะเรารู้จักภาพมะเขือเทศน่ะค่ะ

ความขาดความรู้ในเรื่องของพืชผัก เป็นปัญหาใหญ่ส่วนตัวของดิฉันมาตั้งแต่เด็กแล้ว คงเพราะถูกฝึกในเรื่องอื่น ยกเว้นเรื่องการครัวเรื่องเดียว ผลของการถูกละเลยในวันนั้น ส่งให้วันนี้เราเป็นคนโลกแคบในเรื่องวัตถุดิบในการทำอาหารค่ะ และมีผลให้เป็นคนไม่ชอบการทำครัวเลย (เพราะไม่รู้จะเอาอะไรมาปนกับอะไร ทำให้เกิดเป็นอาหารที่น่ารับประทานได้ค่ะ)

กลับมาถึงบรรยากาศในห้องสอบ (ถือว่าโชคดีนิดนึง ที่ลูกไม่ยอมอยู่ในห้องสอบโดยปราศจากแม่ และครูใจดีพอที่ให้ผู้ปกครองไปนั่งเฝ้าได้) ดิฉันประทับใจกับวิธีการออกคำสั่งให้เด็กอายุประมาณ 5-6 ขวบ ให้ทำตามคำสั่งคุณครูค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งให้ใช้ "เส้นเฉียง" "เครื่องหมายถูก" "เครื่องหมายผิด" ในการกาลงภาพคำตอบตัวเลือกที่ถูกต้อง หรือวิธีช่วยไกด์ให้เด็กเข้าใจในโจทย์ (ที่ย๊าาาาาาาาาาาากยากนะคะ) เพื่อจะได้เลือกคำตอบด้วยตนเองได้

ที่ขำอีกอย่างคือ เด็กไม่มีมารยาเลย เวลาครูอ่านโจทย์ (เช่น 8 บวก 9 ได้เท่าไหร่คะ) เด็กบางคนที่คำนวนได้เก่ง ก็จะตะโกนตอบดังๆ เลยว่า 17 แต่เด็กอื่นๆ ที่ตอบไม่ได้ ก็จะขะมักเขม้น อ่านคำตอบ แล้วกาเอง ตลกมากนะคะ ถ้าเป็นผู้ใหญ่พอ เราก็คงจะฟังคำตอบของคนอื่น แล้วมากาในกระดาษคำตอบเรา (คือเราจะได้รับอิทธิพลจากคนอื่นในการตัดสินใจของเราไปด้วย) แต่นี่เขามั่นใจในตัวเองกันมาก ต่างคนต่างไม่สนใจ ใครจะตอบอะไร ก็ช่าง ฉันจะกาแบบนี้ พอแล้ว

แต่มันคงจะเป็น basic instinct ค่ะ เด็กแอบดูคำตอบกัน ฮ่าๆ ขำมากๆ ดูคำตอบเฉยๆ เหมือนกับดูว่า เธอกาแล้วหรือยัง ฉันกาแล้วนะ ทำนองนี้ค่ะ เป็นบรรยากาศที่ไม่เคยเจอมาก่อนจริงๆ อดขำไม่ได้

หลังจากทนเฝ้าลูก 1 ชั่วโมงเต็มในห้องสอบ ต้องขอคารวะครูๆ ระดับอนุบาล - ประถมต้นจริงๆ ค่ะ ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทนกันได้ยังไง กับเด็กที่เหมือนปูในกระด้ง น่าเหนื่อยแทน เห็นใจและขอบคุณสำหรับยังมีครูผู้อารีทั้งหลายที่ยอมสอนเด็กเล็กอย่างนี้ค่ะ

เด็กในห้องสอบ

ตัวอย่างเด็กที่เข้าสอบ (น่าจะเป็นเด็กในปีที่แล้วนะคะ)

คำตอบสุดท้ายสำหรับแม่ : สนุกดี ปีหน้าเอาใหม่ จะฟิตลูกใหม่ ปีนี้ตกแหงแช่แป้ง ไอ้ลูกเอ๊ยยย..............