บันทึกความทรงจำ (๕) : ความสงบ

ในท่ามกลางความวุ่นวาย สับสนของชีวิต คนเราก็จะคิดถึงความสงบ อยากอยู่อย่างเงียบ ๆ

ในท่ามกลางความรื่นเริง ความสนุกสนาน คนเราก็จะเพิ่มความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ไม่อยากคิดถึงความเงียบสงบ

บนความวุ่นวาย ก็จะมีความสงบอยู่ในความวุ่นวาย

บนความสนุกสนาน บันเทิงใจ ก็จะมีความทุกข์ปนอยู่ในความสนุกสนาน เช่นกัน

ความสงบ ความสุข ความทุกข์ และความสนุกสนานบันเทิงใจ ล้วนเกิดจากใจของเราเอง

การเปลี่ยนความคิด เป็นตัวจักรสำคัญในการเปลี่ยนมุมมองดังกล่าว

บ่อยครั้ง ที่เราจมปลักอยู่กับความคิดเก่า ๆ

บ่อยครั้งที่เราคิดฝันไปในอนาคต อยากจะพบกับสิ่งที่เราต้องการ

และบ่อยครั้งเช่นกัน เราไม่อยากจะคิดอะไร อยากอยู่เฉย ๆ

สภาพความเป็นจริงดังกล่าว การขาดการวางแผนของชีวิตมีส่วนสำคัญที่ทำให้มุมมองมีความไม่แน่นอน

พระท่านจึงสั่งสอนอยู่เสมอว่า...จงหางานให้จิตทำ อย่าปล่อยให้จิตอยู่เฉย ๆ ...

ธรรมชาติของจิต จะมีความดิ้นรน กวัดแกว่ง เหมือนลิง มักจะไหลไปสู่ที่ต่ำและที่เขาต้องการ

การมีหลักให้เขายึดจึงเป็นสิ่งสำคัญ จีงมีอุบายต่าง ๆ ในการฝึกจิต

ผู้เขียนชอบฟังรายการหนึ่ง ทางสถานีวิทยุจะมีรายการหนึ่ง พูดถึงการปฏิบัติภาวนา โดยไม่ยึดเรื่องรูปแบบ ไม่มีพิธีรีตองมาก

แต่เน้นการภาวนาเป็นหลัก และคำภาวนานั่นแสนจะง่ายและธรรมดา แต่ผลเกิดจากการปฏิบัติกลับมีอานุภาพยิ่งใหญ๋

ผู้เขียนลองปฏิบัติดูมานานพอสมควร ทำให้สภาพจิตมีความสงบ เยือกเย็นมากขึ้น ทำให้จิตมีความมั่นคง ไม่หวั่นไหว กับสิ่งที่มากระทบ ไม่ว่าจะนินทา สรรเสริญ ผิดหวัง สมหวัง สุข หรือ ทุกข์

ผลจากการปฏิบัติ ทำใหจิตสงบ เยือกเย็น และมีความสุขมากยิ่งขึ้น

คำภาวนามีเพียงว่า...จงเป็นสุข ๆ เถิด ยิ้มไว้ไม่ทุกข์สนุกดี...ขอให้เราภาวนาในใจตลอดเวลา ทำมาก ได้มาก ทำน้อย ได้น้อย

ท่านที่มีความทุกข์ ลองปฏิบัติดู ท่านทำมาก ก็มีความสุขมาก ทำน้อย ก็มีสุขน้อยครับ !!!



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ร้อยคมคิด เพื่อชีวิตที่ดี



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ยิ้มไว้ไม่ทุกข์สนุกดี..ชอบค่ะ...จงเป็นสุขๆเถิด..(อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน..แล้วคงมีความสุข)

พุทธรูป..อมยิ้มนิดๆให้เห็นเป็นตัวอย่าง

เสมอๆ..นะเจ้าคะ..