เวที มข. มหาวิทยาลัยแห่งความสุข ปีที่ 4 ครั้งที่ 1/ถอดบทเรียน

โครงการมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยแห่งความสุข เป็นโครงการที่มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมีดำริอยากจัดกิจกรรมพบปะประชาคมชาว มข. ทุกกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อถ่ายทอดนโยบาย รับฟังความคิดเห็น และนำความคิดเห็นไปประกอบการตัดสินใจในการพัฒนามหาวิทยาลัย แรกเริ่มเดิมที มข. ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อวางแผนการทำงาน วางรูปแบบการจัดกิจกรรม และตกผลึกที่การจัดกิจกรรมในลักษณะวันเกิดของบุคลากรเพื่อระบุกลุ่มชัดเจนและกระจายบุคลากรที่หลากหลายในหลายหลายหน่วยงานในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้ง โดยปีที่ 1 ใช้เดือนเกิดเป็นจุดร่วมของกลุ่มเป้าหมาย ปีที่ 2 ใช้ราศีเกิดเป็นตัวกำหนด ปีที่ 3 ใช้ปีนักษัตริย์เป็นกลไก ปีที่ 4 นี้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากที่จัดอยู่อาคารสิริคุณากรมา 3 ปี ก้าวเท้าทัพมาสัญจรตามพื้นที่ต่างๆของคณะหน่วยงาน เริ่มที่ศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอความร่วมมือคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นเจ้าภาพสถานที่ ก่อนจัดงานคณะทำงานก็ประชุมร่วมกัน สะท้อนผลการดำเนินการในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา วางแผนการดำเนินงานและกิจกรรมร่วมกัน มอบหมายภารกิจให้ช่วยกันดำเนินการ

ถึงวันงาน นัดหมายชาววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประมาณ 14.00 น. ปรากฏว่าประชาคมมาน้อยมาก ฝ่ายจัดงานเริ่มเสียขวัญ อธิการบดีผู้เป็นประธานมาถึงงาน สมาชิกไม่มากดั่งใจหวังตั้งไว้ แต่กิจกรรมก็ต้องดำเนินต่อไป สักพักกิจกรรมได้เริ่มไปบ้าง แต่ยังไม่ถึงแก่นสาร เพราะเริ่มที่กิจกรรมนันทนาการสานสัมพันธ์ แม้ไม่หนาตาแต่ก็อุ่นใจเมื่อบุคลากรจากคณะต่างๆทะยอยเข้าร่วม กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากบุคลากรก็เริ่มขึ้น อธิการบดีผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของมหาวิทยาลัยก็ตอบข้อซักถามหรือความเห็นในประเด็นที่บุคลากรตั้งโจทย์ ความกระจ่างทางความคิดที่ถ่ายทอดแก่กันในเวที ลปรร. จึงถือเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญขององค์กร เรื่องคับข้องใจในมุมคิด ได้ถูกไขให้กระจ่างอยู่บ้าง ความคิดต่างที่มีอยู่ในบทบาทของสังคมวิชาการย่อมมีให้เห็น แต่ความต่างทางวิถีคิดมิใช่ปัญหาของการพัฒนา หากเป็นขุมทรัพย์อันทรงคุณที่จะนำไปสู่การพลิกผันไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การยืนอยู่คนละมุมมิใช่ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้าม หากแต่เป็นกลไกและบทบาทที่ต่างหน้าที่กัน หลายต่อหลายคนต่างยึดติดที่ความคิดตนว่าถูกต้องเสมอ แต่เมื่อการเปิดใจยอมรับความเห็นที่ต่าง บทบาทหน้าที่ที่ต่าง และช่วยกันทำหน้าที่ตามปัจจัยที่จะอำนวย ก็น่าจะช่วยให้บ้านหลังใหญ่ค่อยๆพัฒนาไปได้ เรื่องราวใหม่ๆได้ถูกบอกเล่าจากปากของหัวเรือใหญ่ เช่น การแปรสภาพจากหน่วยงานของรัฐไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ เรื่องใหม่ที่ "พ่อบ้าน" ได้เล่าให้ลูกบ้านฟังถึงความคืบหน้าและแนวโน้มที่จะต้องเปลี่ยนไป หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ และการตอบข้อซักถามที่กังขาอยู่ให้ค่อยๆคลายไปบ้าง แม้อาจไม่มากหรือไม่ได้ดั่งใจทุกเรื่อง แต่ก็เห็นเวทีการแสดงความคิดเห็นในอีกมิติที่ฝ่ายจัดงานที่กังวนแต่แรกเรื่องจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่ไม่มาก ก็คลายหายกังวนไปเพราะเวที ลปรรง ได้ดั่งใจสมหวัง และเติมเต็มแทนจำนวนคน

พอมาวิเคราะห์ว่าเหตุใด คนจึงมาร่วมน้อยกว่าทุกครั้ง สรุป (เอง) ได้ว่า ปีที่ 1 ถึง 3 เรากระจายบุคลากรจากคณะ/หน่วยงาน จึงเสมือนการสุ่มบุคลากรในแต่ละสำนักงานมาร่วม จึงอาจไม่กระทบงานมากนัก แต่เมื่อเราระบุบุคลากรทั้งหมดในคณะ/หน่วยงานยกสำนักงาน คำถามของบุคลากรเป้าหมายคงมีอยู่อย่างแจ่มชัดว่า "ถ้าไปกันหมดสำนักงาน แล้วใครจะทำงาน เพราะอยู่ในเวลาราชการ"

คณะทำงานจะมีการประชุมเพื่อสรุปผลและวางแผนการจัดงานครั้งต่อไป ข้อคิดและข้อธรรที่ประจักษ์แล้วในเวที ลปรร. วันนั้น คงได้ทบทวนและประกระบวนทัศน์กันอยู่บ้าง และดีใจอยู่เล็กๆว่า "จำนวนคนอาจไม่ใช่เป้าหมายหลักของกิจกรรม เพราะเป้าหมายแท้จริงในกิจกรรมนี้ก็หมายตั้งในการแลกเปลี่ยนมุมคิดและการถ่ายทอดนโยบายระหว่างผู้บริหารกับประชาคม มข."

ปล. ผมอยู่ในฐานะคณะทำงานและคนรับผิดชอบกิจกรรมนันทนาการในปีที่ 4

สรุปการจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยแห่งความสุข ปีที่ 4 ครั้งที่ 1 U-Happy season 4

วันที่ 24 เมษายน 2558 ที่ ห้องสัมมนา 1 ชั้น 9 อาคารเพียรวิจิตร คณะวิศวกรรมศาสตร์

กลุ่มเป้าหมาย : บุคลากรสังกัดคณะ กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วย คณะเกษตรศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยี และ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

ขอบคุณภาพจากกองสื่อสารองค์กร มข.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มหาวิทยาลัยขอนแก่น



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ถ้านัดช่วงหลังเลิกงาน

บรรยากาศสบายๆ

คิดว่าน่าจะแลกเปลี่ยนและได้จำนวนคนมากกว่านี้ครับ