สศพ. _ ๐๕ : รูปแบบการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา โรงเรียนชุมชนห้วยค้อมิตรภาพ ที่ ๒๐๖ (๑)

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

โรงเรียนชุมชนห้วยค้อมิตรภาพที่ ๒๐๖ เป็นโรงเรียนประถมขยายโอกาสขนาดเล็กที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน จัดตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนวัดสะอาดในปี พ.ศ. ๒๔๘๖ และก่อร่างสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ ซึ่งกว่าจะเสร็จได้ ชุมชนชาวบ้านต้องช่วยกันบริจาคและสั่งสมไม้ใช้ระยะเวลายาวนานถึง ๔ ปี โดยเฉพาะความอนุเคราะห์จากพ่อค้าคหบดีชื่อ อุดม เอกะกุล ที่อุดหนุนทุนทรัพย์ถึง ๒,๐๐๐ บาท เป็นค่าตะปูและสังกะสีมุงหลังคา จนชุมชนตกลงกันให้ใช้ชื่อโรงเรียนเพื่อยกย่องในความดีของท่านว่า "โรงเรียนอุดมราษฎร์อนุเคราะห์" ซึ่งหมายถึง โรงเรียนที่เกิดจากการให้ด้วยใจของชาวบ้าน ถือเป็นจุดเด่นที่ถือเป็นรากฐานสำคัญทำให้โรงเรียนมั่นคงและยั่งยืนมาจนปัจจุบัน ที่มูลนิธิไทย-อเมริกันและชาวบ้านชุมชนห้วยค้อร่วมกันระดมทุนสร้างจนสำเร็จเสร็จเป็นโรงเรียนชุมชนห้วยค้อมิตรภาพ แห่งที่ ๒๐๖ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมา

ครูเบญจมาศ สิงห์น้อย คือครูผู้เริ่มต้นกระบวนการปลูกฝังอุปนิสัย "พอเพียง" ให้กับนักเรียนและครู แม้ว่าท่านเองขณะนั้นยังไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำนั้นคือการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแบบ "ทำให้ดู" ท่านเป็นครูเพื่อศิษย์ที่ทำทุกอย่างเพื่อเด็ก คิดและปฏิบัติกับครูเหมือนญาติพี่น้อง มองนักเรียนเหมือนลูกหลาน ความขยันอดทน เสมอต้นเสมอปลายต่อเนื่องหลายปี ทำให้ทุกคนมีศรัทธาและสามัคคีกันโดยมีท่านเป็นผู้นำตามธรรมชาติจากภายใน

ก่อนการพัฒนาโรงเรียนสู่โรงเรียนสถานศึกษาพอเพียง ชุมชนห้วยค้อประสบปัญหาความยากจนอย่างหนัก พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกหมู่บ้าน ลูกหลานต้องอยู่กับตายายหรือบางรายต้องมาฝากใว้โรงเรียน หลายครอบครัวก็มีปัญหาหย่าร้าง พ่อแม่ตายจากโรคร้าย ในช่วงฤดูทำนาเด็กจะขาดเรียนเพื่อไปรับจ้างทำน เป็นต้น มีครั้งหนึ่ง นักเรียนคนหนึ่งเป็นลมหน้ามืดระหว่างเข้าแถวเคารพธงชาติ สอบถามได้ความว่า แม่ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าจึงไม่ได้กินข้าวก่อนมาโรงเรียน เหตุการณ์นั้นทำให้ครูเบญจมาศนอนไม่หลับ เช้าวันถัดมาจึงเข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียนในขณะนั้นซึ่งท่านก็สนับสนุนให้ทำอย่างไรก็ได้เพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังนั้น

ครูเบญจมาศเริ่มด้วยการขับจักรยานตระเวนไปตามหมู่บ้านเพื่อเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ความรุนแรงของปัญหา ยืนยันความจำเป็นของการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ท่านพบว่าพื้นที่กว่า ๑๕ ไร่ของโรงเรียน กว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่สามารถแบ่งมาทำเป็นแปลงเกษตรและบ่อเลี้ยงปลาได้ จึงนัดประชุมผู้ปกครองกลุ่มเป้าหมายแรกก่อนประมาณ ๑๐ ครอบครัว เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้และสิ่งที่ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วม ซึ่งชาวบ้านยินดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ครูเบญจมาศจึงเขียนข้อเสนอโครงการ "ครอบครัวสาธิต" เพื่อขอรับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และวัตถุดิบที่จำเป็นต่างๆ จากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้รับการช่วยเหลือเป็นไก่ไข่ครอบครัวละ ๕ ตัว อาหารไก่ ๑ กระสอบ ปลาดุก ๕๐๐ ตัว อาหารปลาดุก ๒ กระสอบ และเมล็ดพันธุ์ผัก เกิดเป็นการเกษตรผสมผสานในโรงเรียน โดยแบ่งพื้นที่ให้ครอบครัวละ ๑๐x๑๒ ตารางเมตร และวางท่อน้ำประปาให้อย่างทั่วถึง เน้นการปลูกฝังความอบอุ่นในครอบครัวเป็นสำคัญ โดยจัดให้แต่ละครอบครัวที่เป็นญาติกันเป็นพี่เป็นน้องกัน ให้มีพื้นที่อยู่ใกล้กัน และจัดทำตารางปฏิทินทำงาน (กำหนดวันที่และเดือน) ให้แต่ละครอบครัวช่วยกันดูแลและร่วมกันดูแล

ประโยชน์ที่ได้ทันทีจากโครงการนี้คือ "มีกิน" มีอาหารกินครบ ๓ มื้อ สุขภาพร่างกายทุกคนแข็งแรง คนในครอบครัวได้คุยกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้กินอยู่ร่วมกัน เกิดเป็นความอบอุ่นในครอบครัว ไม่นานทุกครอบครัวก็เริ่มมีเงินหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง จากมีเงินหมุนก็มีเงินออม สุขภาพใจก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทุกครอบครัวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุขมากขึ้น ครูเบญจมาศและเพื่อนครูช่วยกันขยายผลความสำเร็จนี้จาก ๑๐ ครอบครัวเป็น ๗๐ ครอบครัวในปีถัดมา ท่านบอกว่า การบูรณาการการเรียนการสอนแบบโครงงานกับการเกษตรพอเพียงนี้คือ จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

รูปแบบการแก้ปัญหาของครูเบญจมาศ แสดงเชิงสรุปกระบวนการได้ดังรูป



ปัจจัยแห่งความสำเร็จของครูเบญจมาศคือ ความเป็นครูเพื่อศิษย์ที่มีหัวใจ "พอเพียง" และจิตวิญญาณความเป็นผู้ให้ที่เปรียบได้กับ "พรหมวิหาร ๔" อันมีเมตตา การุณา อุเบกขา เมื่อเห็นปัญหาของเด็กๆ ไม่นิ่งดูดาย แต่กลับใช้ทรัพยากรและความรู้ที่มีอยู่ แก้ปัญหาอย่างมีส่วนร่วมและอดทน จนสามารถประสบความสำเร็จแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนจากความอบอุ่นของครอบครัว อีกทั้งยังมุฑิตา ชื่นชมยินดีและฉลองความสำเร็จกับเด็กๆ เสมอๆ


จุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่โรงเรียนชุมชนห้วยค้อมิตรภาพที่ ๒๐๖ เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการแล้วจากภายใน จากจิตใจและการกระทำของครูแกนนำคือครูเบญจมาศ สิงห์น้อย แล้วจึงค่อยๆ เรียนรู้และขยายอย่างเป็นหลักวิชาการเมื่อ ผอ.สวัสดิ์ มะลาหอม ย้ายมาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน

มาว่ากันเรื่องกลยุทธของ ผอ.สวัสดิ์ ในบันทึกถัดไปนะครับ ....

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถีแห่งความพอเพียง



ความเห็น (0)